คดีปล้นเงิน 300 ล้านเยน ปริศนาอาชญากรรมดังของญี่ปุ่นที่ยังไร้คำตอบ
วันที่ 10 ธันวาคม ปี 1968 กรุงโตเกียวกำลังเข้าสู่ฤดูหนาว เช้าวันนั้นดูเหมือนจะเป็นวันธรรมดา ไม่มีใครคาดคิดว่าอีกไม่กี่นาทีต่อมา ญี่ปุ่นจะต้องเจอกับคดีปล้นครั้งใหญ่ที่ถูกพูดถึงมานานหลายสิบปี และกลายเป็นหนึ่งในคดีอาชญากรรมที่ลึกลับที่สุดของประเทศ
เหตุการณ์เกิดขึ้นในเมืองฟุจู กรุงโตเกียว รถของธนาคารนิฮอนชินทากุกิงโกะกำลังลำเลียงเงินโบนัสพนักงานจำนวน 294,307,500 เยน เงินสดทั้งหมดถูกบรรจุอยู่ในกล่องโลหะท้ายรถ เจ้าหน้าที่ธนาคารเชื่อว่าการเดินทางครั้งนี้น่าจะปลอดภัย เพราะญี่ปุ่นในยุคนั้นมีภาพจำเรื่องความปลอดภัยสูง และเครื่องแบบตำรวจยังเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความเชื่อถืออย่างมาก
ก่อนรถจะถึงจุดหมาย ชายคนหนึ่งซึ่งแต่งกายคล้ายตำรวจมอเตอร์ไซค์ได้เข้ามาขวางทาง ทุกอย่างดูแนบเนียนจนพนักงานธนาคารไม่มีเหตุผลให้สงสัย ชายคนนั้นแจ้งว่ามีรายงานว่ารถอาจถูกวางระเบิด และอ้างถึงจดหมายขู่ที่เกี่ยวข้องกับคนในธนาคาร จึงต้องขอตรวจสอบทันที
ไม่มีใครคิดจะขัดขืน เพราะภาพตรงหน้าคือคนในเครื่องแบบตำรวจ ชายคนนั้นก้มลงไปใต้รถ ก่อนจะมีควันและเปลวไฟเล็ก ๆ พุ่งขึ้นมาจากใต้ท้องรถ พนักงานทั้ง 4 คนรีบออกห่างจากรถด้วยความกลัวว่าระเบิดอาจทำงาน
นั่นคือจังหวะที่คนร้ายลงมือ เขาขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัย แล้วขับรถที่มีเงินสดอยู่ท้ายรถออกไปต่อหน้าพนักงานธนาคาร โดยแทบไม่มีใครมีเวลาตั้งตัว เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาไม่นาน และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของคดีที่ญี่ปุ่นไม่เคยลืม
สิ่งที่ทำให้คดีนี้แตกต่างจากการปล้นทั่วไป ไม่ใช่แค่จำนวนเงินมหาศาล แต่คือวิธีลงมือที่แทบไม่ใช้ความรุนแรง ไม่มีการยิงปืน ไม่มีการจับตัวประกัน ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บในจุดเกิดเหตุ ทุกอย่างอาศัยการปลอมตัว ความน่าเชื่อถือของเครื่องแบบ และจังหวะที่ทำให้เหยื่อตัดสินใจหนีออกจากรถเอง
หลังเกิดเหตุ ตำรวจญี่ปุ่นระดมกำลังสืบสวนครั้งใหญ่ มีรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่จำนวนมหาศาลเข้ามาเกี่ยวข้อง มีการสอบปากคำผู้คนจำนวนมาก ตรวจสอบรถยนต์หลายคัน และตามหาหลักฐานในหลายพื้นที่ แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้อย่างเด็ดขาด
คดีนี้ทำให้สังคมญี่ปุ่นสนใจอย่างมาก หนังสือพิมพ์รายวันนำเสนอข่าวต่อเนื่อง ผู้คนพูดถึงเหตุการณ์นี้ในชีวิตประจำวัน เพราะคนร้ายไม่ได้ใช้กำลังบุกปล้นแบบโจรทั่วไป แต่ใช้ความเข้าใจระบบ ความเชื่อใจของผู้คน และรายละเอียดเล็ก ๆ ในการสร้างสถานการณ์ให้ทุกอย่างดูน่าเชื่อ
ยิ่งสืบสวน คดีก็ยิ่งซับซ้อนขึ้น ตำรวจพบว่าคนร้ายน่าจะวางแผนมาอย่างรอบคอบ รู้เส้นทางการลำเลียงเงิน รู้ช่วงเวลาเดินทาง และเตรียมอุปกรณ์เพื่อทำให้เรื่องระเบิดดูสมจริง มีการพบยานพาหนะบางคันที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการหลบหนี แต่หลักฐานเหล่านั้นก็ยังไม่เพียงพอที่จะพาไปถึงตัวคนร้ายตัวจริง
แม้ตำรวจจะเก็บลายนิ้วมือและหลักฐานได้หลายรายการ แต่ก็ไม่สามารถเชื่อมโยงจนปิดคดีได้อย่างชัดเจน รายละเอียดหลายอย่างดูเหมือนถูกจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ทำให้คดีนี้ถูกพูดถึงในฐานะการปล้นที่อาศัยการหลอกลวงมากกว่าความรุนแรง
หนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ถูกพูดถึงมากคือชายหนุ่มวัย 19 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของตำรวจมอเตอร์ไซค์ เขาถูกมองว่าอาจมีความรู้เกี่ยวกับเครื่องแบบและพื้นที่ แต่ต่อมาเสียชีวิตจากพิษไซยาไนด์ ก่อนที่คดีจะคลี่คลาย หลายคนจึงตั้งข้อสงสัยว่าเขาอาจเกี่ยวข้อง ขณะที่อีกด้านก็มองว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอจะยืนยันได้ว่าเขาคือคนร้ายตัวจริง
สุดท้าย คดีปล้นเงิน 300 ล้านเยนจึงยังคงเป็นปริศนาในประวัติศาสตร์อาชญากรรมญี่ปุ่น เป็นคดีที่ไม่มีฉากไล่ล่าดุเดือด ไม่มีเสียงปืน แต่ทิ้งคำถามไว้ยาวนานว่า คนคนหนึ่งสามารถใช้การวางแผนและการปลอมตัว หลอกทั้งระบบได้อย่างไร และเหตุใดจึงหายไปได้โดยไม่ถูกจับจนถึงวันนี้
แหล่งที่มา: The Japan Times, South China Morning Post
อ้างอิง: https://www.japantimes.co.jp/news/2018/12/01/national/history/japan-times-1968-bandit-steals-294-million-daring-daylight-robbery/ , https://www.scmp.com/news/asia/east-asia/article/2177413/who-was-mysterious-motorcyclist-behind-infamous-japanese-heist
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
ซื้อล็อตเตอรี่ยังไงให้ถูก
ประเทศที่คนชอบมาเที่ยวไทยที่สุด มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากที่สุด
สัตว์ชนิดไหนมี “ความจำดีที่สุดในโลก”
ประเทศที่กินไก่จากไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
เปลวเทียนสีเหลืองสดใส แท้จริงเกิดจากเขม่าคาร์บอนที่กำลังเรืองแสง
ทำไมลูกเราน่ารักกว่าใคร คำตอบที่ซ่อนอยู่ในสมองของพ่อแม่ทุกคน
แสบตรงฝีเย็บตอนเป็นประจำเดือน ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และนี่คือวิธีแก้!
YouTuber บุคคลที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศไทย
สนามบินที่มีรันเวย์สั้นที่สุดในโลก! แค่ 400 เมตร
ฝันเห็นผู้เฒ่ามอบสร้อยทองให้ ก่อนงวด 16 ส.ค. 69 — ตีนิมิตผสมเลขศาสตร์และการขอพร
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
น้ำมูก เยื่อเมือกธรรมชาติ ที่ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม
ญี่ปุ่นมองว่า "การเสริมสร้างกำลังทางทหาร เป็นหนทางสู่ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ"
ยอดผู้เสียชีวิตเหตุแผ่นดินไหว ในเวเนซุเอลา ตอนนี้อยู่ที่ 6,125 ราย
หนุ่มมะกันนอนไม่หลับเพราะได้ยินเสียงแปลกๆ จนในที่สุดก็มีบางสิ่งโผล่ออกมาจากผนังบ้านของเขา
ตำรวจที่ปลอมพุ่มไม้ จับกุมผู้ขับขี่ได้ 74 ราย ภายในเวลาเพียง 6 ชั่วโมง
