หมอกที่ฆ่าคนได้ มีจริงหรือไม่?
หมอกที่ฆ่าคนได้ มีจริงหรือไม่?
หมอกสามารถฆ่าคนได้ มีอยู่จริง!! และ ในประวัติศาสตร์มนุษย์ก็เคยมีเหตุการณ์ที่หมอกไม่ได้เป็นเพียงภาพโรแมนติกในยามเช้า แต่กลายเป็น "ม่านมรณะ" ที่คร่าชีวิตผู้คนไปนับหมื่น โดยเหตุการณ์นั้นคือเหตุการณ์ที่มีชื่อว่า "หมอกปนควันครั้งใหญ่ของลอนดอน" ซึ่งเกิดขึ้นปี 1952 หรือที่หลายคนเรียกว่า "หมอกพิษแห่งลอนดอน" มันไม่ใช่หมอกธรรมดาที่เกิดจากไอน้ำเย็นตัว แต่คือการรวมตัวกันของควันถ่านหิน ฝุ่นละออง ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และ สภาพอากาศที่ปิดตาย จนสารพิษทั้งหมดลอยต่ำติดพื้นดิน ผู้คนในเวลานั้นมองเห็นถนนได้เพียงไม่กี่เมตร บางคนบอกว่ามองไม่เห็นแม้แต่ปลายเท้าของตัวเอง รถหยุดวิ่ง โรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้ป่วย และ ผู้คนเริ่มไอจนหายใจไม่ออกทีละคนอย่างช้าๆ หลายคนอาจสงสัยว่า "แค่หมอกจะร้ายแรงถึงขั้นทำให้คนตายได้อย่างไร?" คำตอบคือ "ตัวหมอกเองไม่ใช่ฆาตกร แต่สิ่งที่อยู่ในหมอกต่างหากคือฆาตกร!!"
ในวันที่อากาศปกติ มลพิษจำนวนมากจะลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ แล้วถูกลมพัดกระจาย แต่ในบางสภาพอากาศจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า "ภาวะอากาศกลับชั้น" โดยอากาศเย็นถูกกดทับไว้ใต้ชั้นอากาศอุ่น ทำให้ควันพิษทั้งหมดไม่สามารถลอยขึ้นได้ เมืองทั้งเมืองจึงเหมือนถูกครอบด้วยฝาชีขนาดยักษ์ ควันจากปล่องโรงงาน เตาผิง และ รถยนต์ถูกกักอยู่ระดับพื้นดิน เมื่อรวมกับละอองน้ำในอากาศ จึงเกิดเป็นหมอกสีเหลืองข้นที่เต็มไปด้วยสารพิษ คนที่สูดเข้าไป ก็ไม่ต่างจากการสูบบุหรี่หนักตลอด 24 ชั่วโมงเลย
ในกรุงลอนดอนปี 1952 ผู้คนจำนวนมากเริ่มมีอาการแสบตา เจ็บคอ หายใจติดขัด เด็กและผู้สูงอายุล้มป่วยก่อนเป็นกลุ่มแรก จากนั้นผู้ที่มีโรคปอด โรคหัวใจ และ โรคหอบหืด แล้วก็มีคนเริ่มเสียชีวิตต่อเนื่อง ตอนแรกทางการประเมินว่า "มีผู้เสียชีวิตประมาณ 4,000 คน" แต่การศึกษาสมัยใหม่พบว่า "ตัวเลขจริงอาจสูงถึง 10,000-12,000 คน และ มีผู้ป่วยอีกกว่า 100,000 คน" โดยเหตุการณ์นี้ถูกบันทึกว่า "เป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางอากาศ ที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์!!"
ความน่ากลัวของหมอกพิษ ไม่ได้อยู่แค่การทำให้หายใจลำบาก แต่คือการที่มนุษย์ไม่สามารถหนีมันได้ง่าย เหมือนกับหนีควันไฟไหม้ เพราะมันแทรกซึมทุกที่ หมอกพิษในลอนดอนสามารถเล็ดลอดเข้าไปในบ้าน โรงหนัง ร้านอาหาร และ แม้แต่ในโรงพยาบาล ผู้คนต้องใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกแต่แทบไม่ช่วยอะไร บางพื้นที่ทัศนวิสัยเลวร้ายจนรถพยาบาลไม่สามารถวิ่งได้ ผู้ป่วยจำนวนมากต้องเดินฝ่าหมอกไปโรงพยาบาลด้วยตัวเอง บางคนหลงทางในระยะทางเพียงไม่กี่ร้อยเมตร เมืองทั้งเมืองเงียบราวกับโลกหลังหายนะ ถึงแม้เวลาจะผ่านมากว่า 70 ปี แล้ว แต่โลกปัจจุบันก็ยังมี "หมอกที่ฆ่าคนได้" อยู่ดี เพียงแค่หน้าตาของมันเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง เช่น PM2.5 นั่นเอง!!
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
5 เงินเดือนผู้นำประเทศ ตัวเลขจริงที่ต่างกันมากกว่าที่คิด
เที่ยวลาว 4 วัน 3 คืน ใช้งบเท่าไหร่ กิน เที่ยว เดินทางแบบพอดีกระเป๋า
ปลากัดอันตูตา ปลากัดป่าบอร์เนียวตัวใหญ่ สายอมไข่ที่นักเลี้ยงหลงเสน่ห์
รายได้อาชีพผู้ประกาศข่าว
ทำไมศรีราชาถึงมีคนญี่ปุ่นเยอะ จนถูกเรียกว่า Little Osaka
ของกินหน้าโรงเรียนที่เด็กไทยคุ้นเคย ลูกชิ้นทอดยังเป็นตัวเด่น
แร่ธาตุที่ไทยแทบจะผลิตเองไม่ได้ แต่สามารถส่งออกได้ในปริมาณมาก
หวยลาวเด่น 28 พฤษภาคม 2559 จับคู่เลขเด่น 6-7-8 รอบนี้มีลุ้นมาแรง
8 ปีหลังถ้ำหลวง มิกโก ปาซี ร่วมภารกิจช่วยผู้ติดถ้ำในลาว
ลิงก์ไลฟ์สดไวรัล Lina Miaa ระวังของปลอม กดพลาดเสี่ยงเสียบัญชี
เปิดตัว LimX Luna หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ราคา 298,000 หยวน เตรียมขยายตลาดโลกปี 2027
ฮ่องกงแซงสวิตเซอร์แลนด์ ขึ้นแท่นศูนย์กลางความมั่งคั่งข้ามพรมแดนใหญ่สุดของโลก
ครีเอเตอร์สายไหนที่รายได้ดีที่สุดในไทย
ฮ่องกงแซงสวิตเซอร์แลนด์ ขึ้นแท่นศูนย์กลางความมั่งคั่งข้ามพรมแดนใหญ่สุดของโลก

