สหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีเรืออิหร่านใกล้ฮอร์มุซ เส้นทางน้ำมันโลกกลับมาตึง
ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาอยู่บนโต๊ะข่าวโลกอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีเรือของอิหร่านในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ ใกล้เกาะลารัก ทางตอนใต้ของอิหร่าน โดย The Straits Times รายงานว่าเหตุเกิดในช่วงที่เส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ยังอยู่ท่ามกลางแรงกดดันด้านความมั่นคงต่อเนื่อง
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวทหารเรือยิงกันกลางทะเล
จุดที่ทำให้หลายประเทศต้องหันมามองคือ “ฮอร์มุซ” เป็นคอขวดพลังงานของโลก น้ำมันที่ผ่านช่องแคบนี้เฉลี่ยราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2024 หรือประมาณหนึ่งในห้าของการใช้น้ำมันปิโตรเลียมทั่วโลก ตามข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ หรือ EIA
รายงานข่าวระบุว่า ฝ่ายสหรัฐฯ อธิบายปฏิบัติการนี้ว่าเป็นการโจมตีเพื่อป้องกันตัว โดยพุ่งเป้าไปที่เรือและจุดปล่อยขีปนาวุธที่มองว่าเป็นภัยต่อกำลังพลและการเดินเรือในพื้นที่ ส่วนรายละเอียดจากฝั่งอิหร่านยังต้องติดตามต่อ เพราะข่าวจากพื้นที่ลักษณะนี้มักมีข้อมูลหลายชุดวิ่งออกมาพร้อมกัน และไม่ใช่ทุกชุดที่จะยืนยันได้ทันที
สำหรับตลาดพลังงาน แค่ข่าวความไม่สงบใกล้ฮอร์มุซก็พอทำให้ราคาน้ำมันขยับได้แล้ว เหตุผลตรงไปตรงมา ถ้าเรือพาณิชย์หรือเรือบรรทุกน้ำมันรู้สึกว่าเส้นทางนี้เสี่ยงขึ้น ต้นทุนประกันภัย ค่าขนส่ง และการจัดเส้นทางสำรองก็จะตามมาแทบจะทันที
เอเชียยิ่งต้องมองใกล้กว่าภูมิภาคอื่น EIA ระบุว่าในปี 2024 น้ำมันดิบและคอนเดนเสทที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซราว 84% มุ่งหน้าไปยังตลาดเอเชีย โดยจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้เป็นปลายทางสำคัญ
พูดให้ใกล้ตัวขึ้นอีกนิด ถ้าฮอร์มุซสะดุดนานพอ ผลสะเทือนอาจไม่ได้หยุดอยู่ที่ราคาน้ำมันดิบในกระดานซื้อขาย แต่ไหลต่อมาถึงค่าระวางเรือ ราคาพลังงาน โรงงานขนส่ง และต้นทุนสินค้าที่คนทั่วไปต้องจ่ายในชีวิตประจำวัน
ฝั่งการทูตก็ยังไม่หยุดเดิน สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2026 ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านยังมีการหารือเรื่องแผนเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยรายงานจาก Nikkei ที่ Reuters อ้างถึงระบุว่า อิหร่านอาจเปิดเส้นทางได้ราว 30 วันหลังมีข้อตกลงสันติภาพ แต่ทั้งหมดนี้ยังอยู่ในชั้นการเจรจา ไม่ใช่ข้อตกลงสุดท้าย
สถานการณ์จึงอยู่ในจุดที่เปราะมาก ด้านหนึ่งมีการยิง มีเรือ มีฐานทหาร มีขีปนาวุธ อีกด้านหนึ่งยังมีโต๊ะเจรจาที่หลายฝ่ายพยายามไม่ให้พังลงกลางทาง
คำถามตอนนี้ไม่ใช่แค่ว่าใครยิงก่อนหรือยิงตอบโต้ แต่คือเหตุการณ์นี้จะถูกจำกัดไว้เป็นปฏิบัติการเฉพาะจุดได้หรือไม่ เพราะถ้าช่องแคบฮอร์มุซถูกกดดันหนักกว่านี้ คนที่ได้รับผลกระทบอาจอยู่ไกลจากตะวันออกกลางหลายพันกิโลเมตรก็ได้
อ้างอิง: https://www.straitstimes.com/world/middle-east/us-and-israel-strike-iranian-vessels-at-strait-of-hormuz, https://www.reuters.com/world/middle-east/iran-would-open-strait-hormuz-30-days-after-deal-with-us-end-fighting-nikkei-2026-05-25/, https://www.eia.gov/todayinenergy/detail.php?id=65504, https://www.eia.gov/international/analysis/special-topics/world_oil_transit_Chokepoints, https://www.iea.org/topics/the-middle-east-and-global-energy-markets
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
รีวิวหนังดัง LEGION สงครามเทวาล้างนรก
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
นักฟุตบอลสัญชาติไทย ที่ทำสถิติค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาล
ถ้าไม่กินผักเลย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
สิ้นเดือนนี้กินอะไรดี? 10 เมนูสุดครีเอทีฟสำหรับคนรอเงินเดือนออก
รถยนต์ไฮบริดไทย ปี 2026 รุ่นไหนบ้างที่ประหยัดน้ำมันสุดๆ
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
นางกีสาโคตมี แม่ผู้เดินหาบ้านที่ไม่เคยสูญเสีย บทเรียนที่ไม่มีใครหนีพ้น
รสขมในอาหารโลก จากสัญญาณเตือนภัย สู่รสชาติที่คนหลายวัฒนธรรมเลือกกิน
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
พระเมาหนักอาระวาดที่ ถนนคนเดินเชียงคาน จ.เลย
รีวิวหนังดัง LEGION สงครามเทวาล้างนรก
ถ้าไม่กินผักเลย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?



