หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ดราม่าระอุโลก! โมร็อกโกถูกกล่าวหา “สังหารหมู่สุนัขจรจัด” เคลียร์เมืองก่อนศึก ฟุตบอลโลก 2030


เขียนโดย แบกเป้

กระแสวิจารณ์กำลังลุกลามไปไกลกว่าประเด็นกีฬา หลัง โมร็อกโก หนึ่งในเจ้าภาพร่วม ฟุตบอลโลก 2030 ถูกองค์กรด้านสวัสดิภาพสัตว์กล่าวหาว่า มีการกวาดล้างและสังหารสุนัขจรจัดในหลายพื้นที่ เพื่อจัดระเบียบเมืองก่อนมหกรรมฟุตบอลระดับโลกจะมาถึง

ประเด็นนี้เริ่มร้อนขึ้นอีกครั้ง หลังมีการเผยแพร่ภาพและรายงานจากเมือง นาดอร์ (Nador) ทางตอนเหนือของโมร็อกโก ซึ่งกลุ่มรณรงค์ด้านสิทธิสัตว์อ้างว่า พบสุนัขจรจัดถูกยิงเสียชีวิตบนถนน ภาพที่ถูกแชร์ออกไปทำให้คนจำนวนมากสะเทือนใจ เพราะมันไม่ใช่แค่ภาพสัตว์ตาย แต่เป็นภาพที่ทำให้เกิดคำถามว่า การเตรียมเมืองเพื่อรองรับอีเวนต์ใหญ่ ควรไปไกลได้แค่ไหน

ผมว่าเรื่องนี้ต้องพูดอย่างระวัง เพราะฝั่งหนึ่งเป็นข้อกล่าวหาจากองค์กรสิทธิสัตว์และพยานในพื้นที่ แต่อีกฝั่งคือคำปฏิเสธจากทางการโมร็อกโกที่ยืนยันว่า ไม่มีนโยบายกำจัดสุนัขจรจัดเพื่อฟุตบอลโลก ถึงอย่างนั้น ภาพและคำบอกเล่าที่ถูกเผยแพร่ออกมาก็แรงพอจะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นแรงกดดันระดับนานาชาติ

โมร็อกโกมีกำหนดเป็นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลก 2030 ร่วมกับ สเปนและโปรตุเกส ขณะที่การแข่งขันครั้งนี้ยังเป็นวาระครบรอบ 100 ปีฟุตบอลโลกด้วย จึงไม่แปลกที่ทุกความเคลื่อนไหวของประเทศเจ้าภาพจะถูกจับตามองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับภาพลักษณ์เมือง ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนหรือสวัสดิภาพสัตว์

องค์กรด้านสัตว์หลายแห่งระบุว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การควบคุมจำนวนสุนัขจรจัดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่วิธีการที่ถูกกล่าวหา เช่น การยิง การวางยา หรือการจับสุนัขด้วยวิธีรุนแรง กลุ่มรณรงค์บางส่วนยังอ้างว่า สุนัขในโมร็อกโกอาจมีจำนวนหลายล้านตัว และกำลังเสี่ยงถูกกำจัดก่อนประเทศเข้าสู่ช่วงอีเวนต์ใหญ่

เอาจริง ๆ นะ ถ้าประเทศใดต้องรับมือกับสุนัขจรจัดจำนวนมาก ประเด็นเรื่องความปลอดภัยของประชาชนก็เป็นเรื่องจริงที่มองข้ามไม่ได้ โมร็อกโกเองเคยให้ข้อมูลว่า มีประชาชนจำนวนมากต้องเข้ารับวัคซีนพิษสุนัขบ้าหลังถูกสุนัขกัดในแต่ละปี ปัญหานี้จึงไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับระบบสาธารณสุข

แต่การแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง ถ้ามีเกิดขึ้นจริง ก็ไม่ควรถูกทำให้เป็นเรื่องปกติ เพราะเมืองที่พร้อมต้อนรับแฟนบอลจากทั่วโลก ไม่ได้วัดแค่ถนนสะอาด สนามสวย หรือโรงแรมพร้อมเท่านั้น แต่วัดจากวิธีที่สังคมนั้นจัดการกับชีวิตที่ไม่มีเสียงต่อรองด้วย

ฝ่ายทางการโมร็อกโกออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาหลายครั้ง โดยยืนยันว่าไม่ได้มีแผนสังหารสุนัขจรจัดจำนวนมากก่อนฟุตบอลโลก และกำลังเดินหน้าแนวทาง TNVR หรือการจับสุนัขไปทำหมัน ฉีดวัคซีน ติดป้ายระบุตัว แล้วปล่อยกลับสู่พื้นที่เดิม วิธีนี้ถูกนำเสนอว่าเป็นแนวทางที่ช่วยควบคุมจำนวนสุนัขในระยะยาว โดยไม่ต้องใช้การกำจัดแบบรุนแรง

ข้อมูลจากรายงานของ AP ระบุว่า ทางการโมร็อกโกประเมินจำนวนสุนัขจรจัดในประเทศไว้ราว 1.2–1.5 ล้านตัว และมีการลงทุนในโครงการควบคุมสัตว์ประมาณ 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 5 ปี พร้อมแผนขยายศูนย์ TNVR ไปยังอย่างน้อย 14 เมือง ข้อมูลชุดนี้ทำให้เห็นว่า รัฐบาลพยายามผลักภาพของตัวเองไปทางการจัดการที่เป็นระบบมากขึ้น

ที่หลายคนเข้าใจผิดคือ เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่สองด้านง่าย ๆ แบบ “รักหมา” กับ “ไม่รักหมา” เพราะในพื้นที่จริงยังมีเรื่องโรคพิษสุนัขบ้า ความปลอดภัยของเด็ก คนเดินถนน นักท่องเที่ยว และชุมชนที่ต้องอยู่ร่วมกับสุนัขจรจัดทุกวัน แต่คำถามใหญ่คือ รัฐจะเลือกแก้ปัญหาด้วยวิธีที่ลดความเสี่ยงได้ โดยไม่ทำให้ความเมตตาหายไปจากสังคมได้หรือไม่

เสียงเรียกร้องจากองค์กรสิทธิสัตว์จึงพุ่งไปที่ FIFA ด้วย หลายฝ่ายต้องการให้สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติตรวจสอบข้อกล่าวหาอย่างจริงจัง เพราะฟุตบอลโลกไม่ใช่แค่การแข่งขันในสนาม แต่เป็นอีเวนต์ที่ส่งผลต่อเมือง เจ้าภาพ ผู้คน และสิ่งมีชีวิตรอบข้างจำนวนมาก

ผมมองว่า จุดที่โมร็อกโกต้องเร่งทำให้ชัด ไม่ใช่แค่การออกมาปฏิเสธ แต่ต้องเปิดข้อมูลให้ตรวจสอบได้มากกว่านี้ เช่น จำนวนศูนย์ TNVR ที่เปิดจริง พื้นที่ที่ยังมีการร้องเรียน วิธีจัดการกับสุนัขที่ป่วยหรือดุร้าย และมาตรการลงโทษเจ้าหน้าที่หากพบว่ามีการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ เพราะถ้าไม่มีข้อมูลที่ตรวจสอบได้ คำว่า “ไม่มีนโยบายสังหาร” ก็อาจยังไม่พอจะหยุดแรงกดดัน

ดราม่าครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องสุนัขจรจัดในโมร็อกโก แต่เป็นบททดสอบของเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2030 ว่าจะจัดการแรงกดดันระดับโลกอย่างไร ระหว่างการทำเมืองให้พร้อมสำหรับแฟนบอล กับการรักษามาตรฐานด้านจริยธรรมที่คนทั้งโลกกำลังจับตา

ฟุตบอลโลกอาจทำให้เมืองหนึ่งดูยิ่งใหญ่ขึ้นในสายตาชาวโลก แต่ถ้าความพร้อมนั้นแลกมาด้วยชีวิตที่ถูกมองว่าไม่มีค่า คำถามก็คือ ความยิ่งใหญ่แบบนั้นยังควรถูกเรียกว่าความสำเร็จอยู่หรือเปล่า

 

 

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
แบกเป้'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 21 ครั้ง
เขียนโดย แบกเป้
นักข่าวสายไวรัล–ข่าวด่วน
สรุปข่าวเร็ว คม ชัด ตรงประเด็น
เชี่ยวชาญข่าวแรง–ข่าวจริง ที่คนกำลังสนใจ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 จังหวัดในไทยที่นักเรียนสอบติดมหาวิทยาลัยดังมากที่สุดจังหวัดในไทย ที่ยังไม่มี "มหาวิทยาลัยราชภัฏ" ตั้งในพื้นที่สะพานมอญน้ำลด เห็นวัดจมน้ำโผล่ ช่วงนี้เกิดจากอะไร7 ผลไม้ป่า ที่หายากที่สุดในประเทศไทย5 ประเทศที่คนกินเผ็ดมากที่สุดในโลก (คนไทยอันดับ3)สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่เหลือเพียง 2 ตัวในโลกโรงเรียนเอกชนที่มีนักเรียนมากที่สุดในประเทศไทยจังหวัดเพียงหนึ่งเดียวในไทย ที่มีพื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเพียงแห่งเดียวบริษัทเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ที่ยังคงเปิดกิจการอยู่ในปัจจุบัน10 อันดับแบรนด์กาแฟโลก แบรนด์ไทยก็ติดกับเขาด้วยรู้ไหม? “โรงเรียนขนาดใหญ่ที่สุด” ในประเทศไทย อยู่ที่ชลบุรีประเทศที่คน “ใช้ชีวิตอยู่กับงูเห่าได้แบบปกติ”
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่คนจีนนิยมที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในประเทศไทย7 เมนูอาหารจานเดียวที่คนไทยสั่งมากที่สุดในชีวิตประจำวันPartula turgida หอยทากบกตัวจิ๋วที่สูญพันธุ์ เพราะความผิดพลาดของมนุษย์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
รู้จักกันหรือยัง "มาตรฐานพระเครื่อง25พุทธศตวรรษ"ไทยค่าครองชีพถูกจริงหรือ? ทำไมต่างชาติมองว่าถูก แต่คนไทยยังรู้สึกเหนื่อยแอนนาเบลชี้แจงหายไปดูแลพ่อป่วย ปฏิเสธข่าวลือเทรดหุ้นลูกค้าเผยรายได้เฉลี่ยปี 2026 ของชาติอาเซียน ไทยอยู่อันดับไหนเมื่อเทียบเพื่อนบ้าน
ตั้งกระทู้ใหม่