ระวัง Wi-Fi สาธารณะ ตอนเที่ยว มือถืออาจเสี่ยงกว่าที่คิด
เขียนโดย อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
เวลาออกทริป ไม่ว่าจะเที่ยวในประเทศหรือต่างประเทศ หลายคนมักมองหาอินเทอร์เน็ตฟรีเป็นอย่างแรก ทั้งเช็กแผนที่ ติดต่อเพื่อน อัปโหลดรูป หรือดูข้อมูลการเดินทางระหว่างทาง แต่ความสะดวกแบบนี้ก็มีจุดที่ต้องระวังเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อเราเชื่อมต่อเครือข่ายสาธารณะหรือสแกน QR Code จากจุดบริการที่ไม่รู้แหล่งที่มาชัดเจน
ปัญหาคือภัยไซเบอร์ในรูปแบบนี้มักมาแบบเงียบ ๆ ผู้ใช้บางคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเชื่อมต่อกับเครือข่ายปลอม หรือกดเข้าเว็บไซต์ที่ถูกทำขึ้นมาเลียนแบบของจริง จนเสี่ยงให้ข้อมูลส่วนตัวหลุดออกไปได้
3 ความเสี่ยงที่นักเดินทางควรรู้
1. Wi-Fi ปลอมที่ตั้งชื่อคล้ายของจริง
ตามสนามบิน ห้าง โรงแรม หรือร้านกาแฟ บางครั้งอาจมีผู้ไม่หวังดีตั้งจุดกระจายสัญญาณให้ชื่อคล้ายกับของสถานที่นั้น เช่น Free Airport Wi-Fi หรือ Guest Hotel เมื่อผู้ใช้เผลอเชื่อมต่อ ข้อมูลบางอย่างที่ส่งผ่านเครือข่ายอาจถูกดักจับได้ โดยเฉพาะหากมีการกรอกบัญชีผู้ใช้หรือรหัสผ่านในช่วงนั้น
2. จุดชาร์จ USB สาธารณะที่ไม่ควรไว้ใจมากเกินไป
หลายคนเวลาแบตใกล้หมดก็มักเสียบชาร์จกับพอร์ต USB ตามจุดบริการทันที ซึ่งแม้ไม่ใช่ทุกจุดจะอันตราย แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้งานโดยไม่จำเป็น เพราะมีความเสี่ยงที่อุปกรณ์หรือพอร์ตบางจุดอาจถูกดัดแปลงเพื่อเข้าถึงข้อมูลในเครื่องได้
3. QR Code ที่แปะทับหรือมาจากแหล่งไม่น่าเชื่อถือ
ตอนนี้หลายร้านและหลายบริการใช้ QR Code กันเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหาร หน้าเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือหน้าชำระเงิน แต่หากเป็น QR ปลอมหรือถูกแปะทับไว้ ผู้ใช้ก็อาจถูกพาไปยังเว็บไซต์เลียนแบบเพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว หรือหลอกให้กดดาวน์โหลดบางอย่างโดยไม่รู้ตัว
5 วิธีใช้มือถือให้ปลอดภัยเวลาไปเที่ยว
ตรวจสอบชื่อเครือข่ายก่อนเชื่อมต่อทุกครั้ง
ถ้าจำเป็นต้องใช้ Wi-Fi สาธารณะ ควรถามพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของสถานที่นั้นให้ชัดก่อนว่าเครือข่ายที่ถูกต้องชื่ออะไร อย่าเดาจากชื่อที่ดูคล้ายเพียงอย่างเดียว และหลังใช้งานเสร็จควรกดลืมเครือข่ายไว้ เพื่อลดโอกาสที่มือถือจะเชื่อมต่ออัตโนมัติในภายหลัง
ใช้หัวชาร์จกับปลั๊กไฟ หรือพกพาวเวอร์แบงก์ของตัวเอง
ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า คือใช้หัวชาร์จของตัวเองเสียบกับปลั๊กไฟโดยตรง หรือพกพาวเวอร์แบงก์ติดตัวไว้ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียบสายเข้ากับพอร์ต USB สาธารณะโดยไม่จำเป็น
หลีกเลี่ยงธุรกรรมการเงินบนเครือข่ายสาธารณะ
หากต้องเช็กบัญชี โอนเงิน หรือเข้าระบบที่มีข้อมูลสำคัญ ควรใช้เครือข่ายมือถือของตัวเองจะปลอดภัยกว่า ถ้าจำเป็นจริง ๆ ค่อยใช้บริการที่มีการป้องกันเพิ่มเติม เช่น VPN แต่ทางที่ดีคือหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมสำคัญบน Wi-Fi ฟรี
สังเกตลิงก์ให้ดีก่อนกดหลังสแกน QR Code
อย่ารีบกดเข้าเว็บไซต์ทันทีหลังสแกน หากเห็นชื่อโดเมนแปลก ๆ มีตัวสะกดผิด หรือหน้าตาเว็บดูไม่คุ้น ควรหยุดไว้ก่อน เพราะบางครั้งเว็บปลอมถูกทำให้คล้ายของจริงมากจนดูผ่าน ๆ แทบแยกไม่ออก
อัปเดตระบบและเปิดการป้องกันพื้นฐานในเครื่องเสมอ
การอัปเดตระบบปฏิบัติการ แอปธนาคาร และแอปสำคัญต่าง ๆ ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด เป็นเรื่องพื้นฐานที่ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก รวมถึงควรเปิดการยืนยันตัวตนหลายชั้นไว้เท่าที่ทำได้ โดยเฉพาะกับอีเมล แอปธนาคาร และบัญชีหลักที่ใช้ประจำ
เวลาไปเที่ยว สิ่งที่ต้องระวังอาจไม่ได้มีแค่เรื่องกระเป๋าหายหรือเอกสารหล่น แต่รวมถึงข้อมูลในมือถือด้วย เพราะทุกวันนี้มือถือแทบกลายเป็นทั้งกระเป๋าเงิน แผนที่ กล้องถ่ายรูป และศูนย์รวมข้อมูลส่วนตัวของเราไปแล้ว
ดังนั้นก่อนจะกดต่อ Wi-Fi ฟรี เสียบสายชาร์จ หรือสแกน QR Code ใด ๆ ควรหยุดเช็กให้แน่ใจก่อนสักนิด เพราะแค่ระวังเพิ่มขึ้นอีกขั้น ก็ช่วยให้ทริปสนุกได้เต็มที่โดยไม่ต้องกลับมาปวดหัวกับปัญหาข้อมูลรั่วหรือบัญชีมีความเสี่ยงภายหลัง
เขียนโดย อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
5 สายเรียนที่มีโอกาสตกงานต่ำในไทย (อิงตลาดแรงงานจริง)
5 จังหวัดที่นักลงทุนต่างชาติจับตาในปี 2569 โอกาสใหม่ของงาน และอสังหาฯ ไทย
ประเทศที่ “ไม่มีรถไฟเลย” แม้แต่สายเดียว
9 โรงเรียนที่เด็กสมัครล้นที่สุด รับน้อยแต่คนแย่งเพียบ
ประเทศที่“อากาศร้อนที่สุดในโลก”อุณหภูมิสูงกว่า 50°C
อำเภอที่คนจีนนิยมที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในประเทศไทย
ใหญ่กว่าอนาคอนดา 2 เท่า! เผยโฉม "ไจแอนโทฟิส" อสรพิษยักษ์ครองโลกเมื่อ 40 ล้านปีที่แล้ว
5 อันดับสัตว์ที่มีสมองฉลาดที่สุดในโลก
ถ้ำที่คนพื้นที่ก็ไม่อยากไป
8 อาหารไทยรสจัด ที่“คนรุ่นใหม่บางกลุ่มเริ่มกินน้อยลง”
วิธีใช้เครื่องซักผ้าให้ทนทาน! สรุป 6 ข้อห้ามที่ช่วยป้องกันเครื่องพังและระเบิด
ดอกไม้หายากที่พบได้แค่ในไทย เพียงประเทศเดียวเท่านั้นในโลก
สเตท ทาวเวอร์ ตึกแลนด์มาร์กระดับโลกของกรุงเทพฯ มีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุด
นาทีระทึก! เมื่อคันเร่งกลายเป็นกับดัก อุบัติเหตุช็อกกลางเมืองคัมโบริอู
นอนก็ครบ แต่ทำไมหลายคนยังตื่นมาเหมือนไม่ได้พัก
นักวิจัยญี่ปุ่นในสหรัฐฯ ยอมรับใส่สารเคมีในขวดน้ำเพื่อนร่วมงาน ปมขัดแย้งในแล็ป







