หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รู้ไหม? ทำไม “กรุงเทพมหานคร” ถึงไม่เคยมีอากาศหนาวจัดเหมือนภาคเหนือ

เขียนโดย kitasan

หลายคนที่เคยขึ้นไปเจออากาศหนาวบนดอย ไม่ว่าจะเชียงใหม่ เชียงราย หรือแม่ฮ่องสอน พอกลับมาอยู่กรุงเทพฯ มักมีคำถามเดียวกันเลยว่าทำไมมันไม่หนาวแบบนั้นบ้าง ทั้งที่อยู่ประเทศเดียวกันแท้ ๆ เรื่องนี้จริง ๆ แล้วไม่ได้ซับซ้อน แต่หลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่พอสมควร และคำตอบมันโยงตั้งแต่ภูมิศาสตร์ไปจนถึงพฤติกรรมของมนุษย์เลย

เรื่องของความสูง — ปัจจัยแรกที่ต่างชัด

จุดแรกต้องมองที่ความสูงของพื้นที่ก่อนเลย ภาคเหนือมีพื้นที่สูงระดับประมาณ 300–1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล และยอดดอยสูงสุดอย่างดอยอินทนนท์สูงถึง 2,565 เมตร ขณะที่กรุงเทพฯ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลเพียงประมาณ 1–2 เมตรเท่านั้น ความต่างระดับนี้ในทางอุตุนิยมวิทยาถือว่า “คนละโลก” เลย

ตามหลักวิทยาศาสตร์ อุณหภูมิอากาศจะลดลงเฉลี่ยประมาณ 6.5 องศาเซลเซียสต่อความสูงทุก ๆ 1,000 เมตร (Standard Lapse Rate) เพราะงั้นแค่เรื่องความสูงก็ทำให้อุณหภูมิบนดอยอินทนนท์ต่ำกว่ากรุงเทพฯ ได้ราว ๆ 15–16 องศาโดยธรรมชาติ ยิ่งช่วงที่มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนพัดลงมาในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ความต่างนี้จะยิ่งชัดขึ้น และเคยมีบันทึกว่าอุณหภูมิบนดอยอินทนนท์ลดลงไปถึงประมาณ -5 องศาเซลเซียสมาแล้ว

ที่หลายคนเข้าใจผิดเรื่อง "ภูเขากักความเย็น"

อีกเรื่องที่คนชอบเข้าใจผิดคือคำว่า “ภูเขากักความเย็น” เหมือนเป็นตู้เย็นธรรมชาติ จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่การเก็บความเย็นไว้ แต่เป็นเพราะพื้นที่สูงอยู่ใกล้ชั้นบรรยากาศที่เย็นกว่า และสามารถสูญเสียความร้อนออกไปได้เร็ว โดยเฉพาะตอนกลางคืน

เอาจริง ๆ นะ ผมว่าจุดนี้แหละที่หลายบทความชอบอธิบายพลาด แต่ถ้าเข้าใจหลักนี้จะเห็นภาพทันทีว่าทำไมยอดดอยถึงหนาวได้ระดับ 5–10 องศาในฤดูหนาว ขณะที่พื้นราบอย่างกรุงเทพฯ ต่อให้หนาวที่สุดก็ยังแทบไม่เคยแตะเลขหลักเดียว โดยสถิติอุณหภูมิต่ำสุดที่เคยวัดได้อยู่ที่ประมาณ 9.9 องศาเซลเซียส เมื่อปี พ.ศ. 2498 และหลังจากนั้นก็ไม่เคยต่ำกว่านั้นอีกเลย

ปัจจัยที่สอง — เมืองที่สร้างความร้อนด้วยตัวเอง

พอหันมาดูกรุงเทพฯ เรื่องมันเปลี่ยนทันที เมืองนี้เต็มไปด้วยคอนกรีต ถนน และอาคารสูง ซึ่งดูดซับความร้อนจากแสงแดดตอนกลางวัน แล้วค่อย ๆ คายกลับออกมาในตอนกลางคืน ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “เกาะความร้อนในเมือง” หรือ Urban Heat Island

ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าพื้นที่เมืองใหญ่อาจมีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่ชนบทโดยรอบได้ประมาณ 2–5 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน นั่นหมายความว่าต่อให้อากาศรอบนอกจะเย็นแค่ไหน พอเข้ามาในเมือง อุณหภูมิก็จะถูกดันขึ้นโดยโครงสร้างของเมืองเอง

มนุษย์ก็ผลิตความร้อนไม่น้อย

ยังไม่รวมกิจกรรมของมนุษย์ที่เติมความร้อนเข้าไปอีก ทั้งรถยนต์จำนวนมหาศาล เครื่องปรับอากาศที่ปล่อยลมร้อนออกสู่ภายนอก รวมถึงการใช้พลังงานในเมืองที่มีประชากรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลรวมกันมากกว่า 10 ล้านคน

เอาจริง ๆ นะ ต่อให้มวลอากาศเย็นจากจีนจะพัดลงมาแรงแค่ไหน พอเข้าพื้นที่แบบนี้ มันก็ถูกลดทอนความเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่หายไปหมด แต่แรงมันไม่เหลือเหมือนตอนอยู่บนภูเขาแล้ว

ความชื้น — ตัวละครลับที่หลายคนลืม

อีกปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้คือความชื้น กรุงเทพฯ อยู่ใกล้อ่าวไทย ทำให้ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยอยู่ราว 70–80% ในหลายช่วงของปี ขณะที่ภาคเหนือในฤดูหนาวจะมีอากาศแห้งกว่ามาก

ความเย็นที่มาพร้อมความชื้นสูงให้ความรู้สึกต่างจากความเย็นแบบแห้งอย่างชัดเจน คือมันไม่คม ไม่บาดผิว และไม่ทำให้รู้สึกหนาวลึกถึงกระดูกแบบที่หลายคนเคยเจอบนดอย พูดง่าย ๆ คืออุณหภูมิ 15 องศาที่เชียงใหม่ในเดือนมกราคม อาจให้ความรู้สึกหนาวมากกว่า 15 องศาที่กรุงเทพฯ ในวันเดียวกัน ทั้งที่ตัวเลขเท่ากัน

สิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงเงียบ ๆ

ผมว่าถ้ามองภาพรวมทั้งหมด จะเห็นเลยว่ากรุงเทพฯ ไม่ได้ “ไม่มีหนาว” แต่มันเป็นหนาวคนละแบบ เป็นหนาวที่ถูกตัดทอนด้วยความสูงของพื้นที่ ถูกกลบด้วยความร้อนสะสมของเมือง และถูกลดทอนความรู้สึกด้วยความชื้นจากทะเล

อีกมุมที่เริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือเรื่องภาวะโลกรวน รายงาน IPCC ปี 2021 (AR6) ชี้ว่าอุณหภูมิในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่งานวิจัยด้านเมืองของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็พบว่าเกาะความร้อนในกรุงเทพฯ มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ซึ่งแปลว่าหน้าหนาวในเมืองนี้อาจสั้นลงและอุ่นขึ้นกว่าเดิม

แล้วแบบนี้ ถ้าวันหนึ่งกรุงเทพฯ หนาวถึงเลขหลักเดียวจริง ๆ มันจะยังเป็นเรื่องน่ายินดีอยู่ไหม หรือมันกำลังบอกเราว่าบางอย่างในระบบอากาศของโลกเริ่มเปลี่ยนไปมากกว่าที่เราคิด?

แหล่งที่มา: กรมอุตุนิยมวิทยา
อ้างอิง: https://www.tmd.go.th
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
kitasan's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 96 ครั้ง
เขียนโดย kitasan
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ใกล้เข้ามาแล้วพวกเรา! ส่องแนวทางเลขเด่นงวด 1 ต.ค. 69 สำนักไหนกำลังมา?อำเภอที่เจริญที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศไทยเลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 1 ตุลาคม 69อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ จากเด็กชายธรรมดาสู่ปีศาจสงครามโรงเรียนกวดวิชายุค 90s หายไปไหน ทำไมสยามไม่เหมือนเดิมโอกาส 1 ในล้านที่จะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มันยากขนาดไหนกัน?ติ่งกระบอกบนสายชาร์จโน้ตบุ๊กมีไว้ทำอะไรAI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 1 ตุลาคม 69ไขปริศนาใกล้ตัว: รูเล็กๆ บนขาปลั๊กไฟ มีไว้ทำไมและช่วยอะไรได้บ้างรวมบรรยากาศ #น้ำท่วม เช้านี้ 26 กันยายน 2569เคหะร่มเกล้าท่วมถึงเอว! ชาวบ้านช่วยกันเข็นรถ ฝนถล่ม กทม.เตือนตั้งหลักอยู่บ้านทนายแก้วกำหมัด! น้ำทะลักท่วมออฟฟิศ ยกของไม่ทัน ลั่นโกรธจริง ทำไมไม่มีใครบอกก่อน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ตุลาคม ย้อนหลัง 5 ปี
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
แฟลตคลองจั่นอ่วม! น้ำท่วมทะลักสูง 1 เมตรอุตุฯ เตือนต่อฝนถล่มทั่วไทย เช็กด่วน พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมหนักคนกรุงฯ แห่ตุนเสบียง หลังฝนตกหนัก-น้ำท่วมเข้าสู่วันที่2ภาวะอัมพาตทางโลจิสติกส์มวลน้ำ ถอดรหัสความล้มเหลวเบื้องหลังวิกฤตน้ำท่วมขัง By C.T. Suwan
ตั้งกระทู้ใหม่