LiteLLM ถูกพบว่าถูกฝังมัลแวร์ไว้อยู่ใน Depedency ที่ตัว AI ใช้งานอยู่
เขียนโดย Annonymus TN
AI ที่มีผู้ใช้งานนับล้านอย่าง LiteLLM ถูกพบว่าถูกฝังมัลแวร์ไว้อยู่ใน Depedency ที่ตัว AI ใช้งานอยู่
เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) โดยเฉพาะประเภทโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM หรือ Large Language Model) ที่เข้ามาอำนวยความสะดวกในการงานต่าง ๆ มากมาย แต่ทว่าแฮกเกอร์กลับได้นำเอาเครื่องมือดังกล่าวนั้นมาใช้งานด้วยวิธีการที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง
จากรายงานโดยเว็บไซต์ Techcrunch ได้กล่าวถึงการตรวจพบสิ่งผิดปกติบนเครื่อง AI แบบ LLM ที่มีชื่อว่า LiteLLM ภายใต้การพัฒนาของบริษัท ซึ่งเป็นโปรเจ็คแบบเปิด (Open Source) ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI ได้มากถึง 100 โมเดล ทำให้ได้รับความนิยมอย่างมากจนมีผู้ใช้งานสูงถึง 3.4 ล้านรายต่อวัน ทั้งยังได้รับการรีวิวในรูปแบบดาวมากถึง 4 หมื่นดวงบน GitHub และยังมีผู้นำเอาไปพัฒนาต่อ (Fork) เป็นจำนวนนับพันรูปแบบ ถึงแม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ทว่าก็ได้มีนักวิจัยรายหนึ่งจาก FutureSearch ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการ AI แบบอัจฉริยะ (AI Agent) เพื่อช่วยงานในด้านการค้นคว้าเว็บไซต์ (Web Research) ได้ตรวจพบว่าส่วนขยาย (Dependency) ของเครื่องมือ AI ตัวนี้ตัวหนึ่ง มีการแทรกโค้ดของมัลแวร์ไว้ และด้วยความที่เป็น Dependency นั้นก็หมายความว่าซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับ AI ตัวนี้ก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย โดยมัลแวร์ตัวนี้นั้นมีการตรวจสอบแล้วพบว่ามีความสามารถในการขโมยรหัสล็อกอินต่าง ๆ จากทั้งตัว AI และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งถือได้ว่ามัลแวร์ตัวนี้นั้นมีความอันตรายอย่างมาก
แต่ก็ด้วยความบังเอิญ ที่นักวิจัยรายดังกล่าวสามารถตรวจพบมัลแวร์ตัวนี้ได้ เนื่องจากหลังการดาวน์โหลดตัวเครื่องมือ AI ดังกล่าวมาติดลงบนเครื่องนั้น มัลแวร์ดังกล่าวทำให้เครื่องของนักวิจัยถูกปิดลง (Shut Down) อย่างอัตโนมัติ เนื่องจากบั๊ก (Bug) ภายในตัวมัลแวร์ที่เป็นผลลัพธ์จากการเขียนโค้ดที่ย่ำแย่ของแฮกเกอร์ที่อยู่เบื้องหลัง โดยหลังจากที่เครื่องได้ถูกปิดลง นักวิจัยรายดังกล่าวก็ได้พยายามหาสาเหตุของเรื่องดังกล่าวจนนำไปสู่การตรวจพบมัลแวร์ในที่สุด
หลังจากที่ได้มีการตรวจพบมัลแวร์ดังกล่าวและทางนักวิจัยได้ทำการรายงานการตรวจพบกลับไปยังทางผู้พัฒนาเครื่องมือ AI ตัวนี้ ทางผู้พัฒนาก็ได้ทำการตรวจสอบและแก้ไขเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างแข็งขัน ทว่าจากกรณีนี้ก็ได้มีผู้ที่สงสัยในความโปร่งใสของผู้พัฒนาเครื่องมือ AI ตัวนี้อย่างมากมาย เนื่องจากทางผู้พัฒนาได้มีการอวดอ้างบนเว็บไซต์ว่าได้รับใบรับรองที่มีมาตรฐานสูงอย่าง SOC2 และ ISO 27001 แต่ได้มีผู้ที่ตรวจพบมาได้ว่าทางผู้พัฒนานั้นใช้บริการบริษัทที่ออกใบรับรองดังกล่าวเป็นบริษัทสตาร์ทอัปที่มีชื่อว่า Delve ซึ่งมีประวัติการถูกกล่าวหาว่า ใช้ข้อมูลปลอมเพื่อโกหกลูกค้าในด้านความเชื่อถือของตัวบริษัท รวมทั้งจ้างผู้ตรวจสอบ (Auditor) มาเซ็นการตรวจสอบบริษัทของลูกค้าอย่างแค่พอเป็นพิธี (Rubber-Stamp) แล้วออกใบรับรองให้ทันที ทำให้ถูกมองว่าใบรับรองที่ออกให้นั้นเป็นของปลอม โดยทาง Delve ก็ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ในทันที และทางผู้บริหารของโครงการ LiteLLM ก็ไม่ได้มีการออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหานี้แต่อย่างใด
กรณีมัลแวร์ที่เกี่ยวข้อง และการถูกรับรองที่มีข้อกังขาจะจบลงอย่างไร ? ขอให้ผู้สนใจ และผู้ที่เคยใช้งาน ทำการติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด
เขียนโดย Annonymus TN
3จังหวัดที่ยากจนที่สุดในไทย
5 จังหวัดที่คนโสดเยอะที่สุดในไทย อยู่แล้วเหงาหรืออยู่แล้วแฮปปี้?
5 อันดับโรงเรียนรัฐบาลคุณภาพสูง เรียนดีได้ ไม่ต้องจ่ายแพง
จังหวัดในไทยที่มีถนนทางโค้งมากที่สุด
เจาะลึกอคติ AI ทำไมโลกดิจิทัลยังวาดภาพ ‘นีแอนเดอร์ทัล’ ผิดจากความจริง?
10 อันดับโรงเรียนที่สอบเข้ายากที่สุดในไทย เด็กเก่งเท่านั้นที่รอด
รวม 10 ทำเลที่ดินนอกกรุงเทพฯ ที่แพงที่สุดในไทย ปี 2569
เมืองหลวงใดที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก
ถนนชื่อดังในประเทศฝรั่งเศส ที่ถูกตั้งชื่อถนนให้เป็นภาษาไทย
สวนหอมในฝัน: 10 อันดับไม้ดอกยอดนิยม ปลูกง่าย กลิ่นหอมฟุ้งทั่วบ้าน
ผักที่หากินยากที่สุดในไทย
10 อันดับโรงเรียนอินเตอร์ในไทย หลักสูตรระดับโลก เรียนจบไปไกลระดับสากล
จังหวัดที่ทำนาข้าวได้ผลดีที่สุด ได้ผลผลิตข้าวสูงที่สุดในไทย
นาทีระทึก! เสือคณะละครพุ่งใส่คนดู หลังตาข่ายพัง คนดูช็อกทั้งฮอลล์
กลับมาทวงบัลลังก์!ดาว AV วัย 40 รีเทิร์นวงการ หลังทุ่มชีวิตเป็นแม่เต็มตัว 17 ปี
Google เปิดตัว Advanced Flow ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำ Sideloading ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
Sky City สะดุดตั้งแต่วันแรก! ประเทศเปิดใหม่เจอปัญหา เซิร์ฟยังไม่เปิดตามกำหนด ดราม่าปะทุทั่วโซเชียล