ทำไมเยอรมนีเริ่มติดตามพลเมืองในต่างประเทศ? เบื้องหลังแผนเสริมกำลังทหาร
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ความมั่นคง” กลับมาเป็นประเด็นหลักของยุโรปอีกครั้ง และล่าสุด เยอรมนีกำลังขยับแนวทางบางอย่างที่สะท้อนการเตรียมพร้อมในระยะยาวมากขึ้น
รายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า รัฐบาลเยอรมนีกำลังพิจารณามาตรการเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลพลเมืองชายในวัยที่สามารถเป็นกำลังสำรอง โดยเฉพาะผู้ที่พำนักอยู่ในต่างประเทศเป็นระยะเวลานาน เพื่อให้รัฐสามารถติดตามและประเมินศักยภาพกำลังพลได้อย่างมีระบบมากขึ้น
หนึ่งในแนวทางที่ถูกพูดถึง คือ การให้ชายสัญชาติเยอรมันในช่วงอายุประมาณ 17–45 ปี แจ้งข้อมูลต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากมีแผนพำนักในต่างประเทศเกิน 3 เดือน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลส่วนนี้ยังขึ้นอยู่กับรายละเอียดเชิงนโยบายและกฎหมายที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ไม่ได้หมายความว่ามีการบังคับใช้อย่างเข้มงวดทันทีในทุกกรณี
จุดสำคัญของมาตรการนี้ ไม่ใช่การจำกัดเสรีภาพการเดินทาง แต่เป็นการสร้าง “ฐานข้อมูลกำลังสำรอง” ให้แม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ภาวะป้องกันประเทศ หรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ
เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของเยอรมนีมองว่า การรู้ตำแหน่งที่อยู่ของพลเมืองในกลุ่มกำลังสำรอง จะช่วยให้การระดมกำลังเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายประเทศในยุโรปเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้นหลังสถานการณ์สงครามในภูมิภาค
ในความเป็นจริง แนวคิดลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ทั้งหมด เพราะกฎหมายเกี่ยวกับกำลังสำรองของเยอรมนีเคยมีข้อกำหนดลักษณะนี้มาก่อนตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลก เพียงแต่ในอดีตจะถูกใช้เฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น
สิ่งที่เปลี่ยนไป คือการนำแนวคิดดังกล่าวกลับมาปรับใช้ในบริบทปัจจุบัน ซึ่งโลกมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น และภัยคุกคามไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรูปแบบเดิม
ขณะเดียวกัน เยอรมนียังมีแผนปรับโครงสร้างกองทัพครั้งใหญ่ โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนกำลังพลจากประมาณ 180,000 นาย เป็นราว 260,000 นายภายในปี 2035 เพื่อเสริมศักยภาพด้านการป้องกันประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีการส่งแบบสอบถามไปยังเยาวชนอายุ 18 ปี เพื่อประเมินความสนใจในการเข้ารับราชการทหาร และอาจมีการตรวจสมรรถภาพในอนาคต เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนกำลังพล
แม้ในปัจจุบัน ระบบของเยอรมนียังคงเป็นแบบ “สมัครใจ” แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายมองว่า หากสถานการณ์ความมั่นคงในยุโรปเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ตึงเครียดมากขึ้น ก็มีความเป็นไปได้ที่ประเทศอาจพิจารณากลับมาใช้ระบบเกณฑ์ทหารแบบบังคับอีกครั้ง
ต้องไม่ลืมว่า เยอรมนีเคยยกเลิกการเกณฑ์ทหารแบบบังคับไปตั้งแต่ปี 2011 แต่หลังจากสงครามรัสเซีย–ยูเครน บรรยากาศด้านความมั่นคงในยุโรปก็เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ หลายประเทศเริ่มทบทวนความพร้อมของตนเองใหม่อีกครั้ง
และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเยอรมนี อาจไม่ใช่เพียงนโยบายภายในประเทศ แต่เป็น “สัญญาณ” ที่สะท้อนแนวโน้มของยุโรปทั้งภูมิภาค—ที่กำลังหันกลับมาให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมทางทหารมากกว่าที่ผ่านมา
ในโลกที่ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น การรู้ว่า “ใครอยู่ที่ไหน และพร้อมแค่ไหน” อาจกลายเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่สุดของรัฐในอนาคต
อ้างอิง: https://www.dw.com/
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
หนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาท
3 นายก ที่มีอิทธิพลที่สุดในไทย
ส่องแนวทางรวย! "ลาภลอย" จัดเต็มเลขเด่นชุดใหญ่ งวด 16 เม.ย. 69
ประเทศหรือเขตปกครองที่ครองแชมป์ "เดินเยอะที่สุด"
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
คณะหมอลำที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทย
ประเทศที่ชอบเล่นหวยมากเป็นที่ 1
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ
เปิดคลิป “ดรีมโน๊ะ” อินฟลูฯ ดังที่มาโชว์ความสวยจนทำให้ลืมมองใบดำใบแดงเลยนะ!
5 ประเทศที่มี Soft Power ดึงดูดใจคนทั่วโลก ไทยถูกจัดอยู่ลำดับที่เท่าไหร่
จังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว
ไม่ใช่กรุงเทพ? เปิดชื่อ “จังหวัดค่าครองชีพสูงสุดในไทย” ที่หลายคนคาดไม่ถึง
ภาพยนตร์ของไทยที่โด่งดังในประเทศกัมพูชา
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
ซุปรากบัวเก๋ากี้กระดูกหมู เมนูพื้นบ้านเพื่อสุขภาพ
เนื้อสัตว์อันดับ 1 โปรตีนสูง ไขมันต่ำ แต่คนส่วนใหญ่ไม่อยากกิน
ครูสาววัย 25 ปี มีเพศสัมพันธ์กับนักเรียนชายวัย 17 ปี นาน 3 ชั่วโมงครึ่ง ขณะที่สามีออกไปล่าสัตว์
เทคนิคใหม่ Zombie Zip ซ่อนมัลแวร์ในไฟล์ Zip แบบเหนือชั้นจนแอนตี้ไวรัสตรวจไม่พบ
อิสราเอลประกาศว่าได้ระงับการจัดซื้อ อาวุธยุทธ์ภัณฑ์ทั้งหมดจากฝรั่งเศสแล้ว
เด็กหญิง 7 ขวบร้องขอนายกรัฐมนตรีให้ลดราคาน้ำมันครึ่งหนึ่ง เพื่อจะได้ไปเที่ยวทะเล
