หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทารกอายุ 52 วันอยู่ในสภาพปางตาย หลังยายของเธอให้กินน้ำผึ้ง


เขียนโดย หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์



     เหตุการณ์น่าเศร้า เกิดขึ้นที่มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน ซึ่งทำให้ผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ต้องตระหนักและระมัดระวังมากขึ้น โดยมีทารกเพศหญิงอายุเพียง 52 วัน ถูกนำส่งโรงพยาบาลเด็กในมณฑลเหอหนาน ในสภาพท้องอืดอย่างรุนแรงและหายใจลำบาก จากผลการวินิจฉัยพบว่า "เป็นภาวะพิษโบทูลิซึมขั้นวิกฤต"

     สาเหตุที่ทำให้เด็กตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง มาจากความเชื่อพื้นบ้าน กล่าวคือ "คุณยายได้ให้เด็กดื่มน้ำผึ้ง เพื่อบรรเทาอาการไอและบำรุงปอด แต่แทนที่จะช่วยให้เด็กแข็งแรงขึ้น น้ำผึ้งกลับกลายเป็น "สารพิษ" สำหรับทารก..."


     "ร่วน กัง เฟิง" รองผู้อำนวยการศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลอาหารและสุขภาพเคซิน กล่าวว่า "กรณีเด็กได้รับอันตรายจากการบริโภคน้ำผึ้งไม่ใช่เรื่องแปลก และ มีรายงานถึงขั้นเสียชีวิต เช่น ในปี 2020 ทารกอายุ 6 เดือนในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เสียชีวิตจากพิษโบทูลิซึมหลังรับประทานอาหารที่มีน้ำผึ้ง หรือ ก่อนหน้านั้นในช่วงทศวรรษ 1970 อเมริกาเคยบันทึกกรณีทารกเสียชีวิตครั้งแรก จากเชื้อดังกล่าว หลังบริโภคน้ำผึ้งเช่นกัน"

     เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้องค์การอนามัยโลก และ หน่วยงานด้านสุขภาพหลายแห่ง แนะนำอย่างชัดเจนว่า "ไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี บริโภคน้ำผึ้งไม่ว่าด้วยวิธีใด!!"

ทำไมน้ำผึ้งจึงก่อให้เกิดพิษ "โบทูลิซึม"?
     น้ำผึ้งถือเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ช่วยบรรเทาอาการระคายคอ ลดอาการไอ และ เสริมภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม ในน้ำผึ้งอาจมีสปอร์ของแบคทีเรีย "คลอสทริเดียม โบทูลินัม" ซึ่งเป็นสาเหตุของพิษ "โบทูลิซึม" โดยสปอร์ของแบคทีเรียชนิดนี้ สามารถทนความร้อนได้ดี  และ ไม่ถูกทำลายทั้งหมดจากการต้มทั่วไป เมื่อเข้าสู่ร่างกายภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม จะสามารถเจริญเติบโตและสร้างสารพิษโบทูลินัม ซึ่งเป็นหนึ่งในสารพิษต่อระบบประสาท ที่รุนแรงที่สุดในโลก โดยจะยับยั้งการส่งสัญญาณประสาท ทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต หายใจลำบาก และ อาจเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที


     ในขณะที่ระบบทางเดินอาหารของทารก ที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปียังพัฒนาไม่สมบูรณ์ และ ยังไม่มีจุลินทรีย์ที่ดีเพียงพอในการยับยั้งการเจริญของเชื้อดังกล่าว ทำให้ทารกมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดพิษ ในขณะที่ผู้ใหญ่และเด็กโตมักไม่เป็นอันตราย เนื่องจากมีระบบจุลินทรีย์ในลำไส้ที่แข็งแรงกว่าแล้ว

อ้างอิง : https://kenh14.vn/em-be-52-ngay-tuoi-ngo-doc-botulinum-nguy-kich-vi-loai-nuoc-chua-ho-bo-phoi-rat-quen-tu-ba-ngoai-215260329232333426.chn

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์'s profile
เขียนโดย หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์
นักข่าวสายไวรัล–ข่าวต่างประเทศ
เชี่ยวชาญพาดหัวแรง สรุปไว ตรงจุด
ถ่ายทอดประเด็นสำคัญให้เข้าใจทันทีในไม่กี่วินาทีแรก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดเดียวในไทย ที่ ไม่มีนิคมอุตสาหกรรมเลยแม้แต่แห่งเดียวจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากที่สุดในไทย10 จังหวัดที่ มีอากาศดีที่สุดในไทย อยู่สบายทั้งปีจังหวัดที่มีภูเขาเยอะที่สุดราคาทองพุ่งไปอีกเท่าไรส่อง "OK ลอตเตอรี่" 10 เลขฮิตงวดวันที่ 1 เมษายน 2569ประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลกสรุปเลขเด่น 3 ตัวจากทุกสำนัก งวดวันที่1เม.ย.69จังหวัดไหน “ร้อนนานที่สุดในไทย” ไม่ใช่แค่ร้อนแรง แต่ร้อนยาวทั้งปีเมืองไร้สายไฟแห่งแรกของไทยโรงแรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย10 จังหวัดที่ “อากาศร้อนที่สุดในไทย” ร้อนจนอยู่ยากแค่ไหน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
โรงแรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ทูตพิเศษของสหประชาชาติลาออก หลังโพสต์ว่า "มีความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะถูกนิวเคลียร์ยิงใส่"รู้จักแอปฯ Fuel-Now เช็กสถานะน้ำมันในปั๊มทั่วไทย เตรียมพร้อมเดินทางช่วงสงกรานต์เลือกตั้งเทศบาล 297 แห่ง “ไร้ร้องเรียน” กกต.เตรียมรับรองผลใน 30–60 วันลดน้ำมัน 10 บาททันที ทำได้จริงไหม คำตอบที่กระทบเงินในกระเป๋าคนทั้งประเทศ
ตั้งกระทู้ใหม่