หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ด่ายับนึกว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์! สาวฮ่องกงหน้าแตก ที่ไหนได้ "ตำรวจจริง" ทัก WhatsApp มาตามคดี

แปลโดย อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

ในยุคที่ มิจฉาชีพระบาดหนัก ทั้งสายโทรเข้าและข้อความทาง WhatsApp การระแวดระวังตัวถือเป็นเรื่องดี แต่บางครั้ง "ความใจร้อน" ก็อาจทำให้เกิดเหตุการณ์สุดเขินได้ เหมือนกับกรณีไวรัลล่าสุดจากฮ่องกง เมื่อหญิงสาวรายหนึ่งสวมวิญญาณนักสู้ ด่ากราดข้อความปริศนาที่อ้างว่าเป็นตำรวจ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเจ้าหน้าที่ตัวจริงที่กำลังทำคดีให้เธออยู่!

จุดสังเกตที่ทำให้เข้าใจผิด: ภาษาจีนตัวย่อและชื่อสถานีที่ผิดเพี้ยน

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้เกิดจากหญิงสาวได้รับข้อความทักทายผ่าน WhatsApp โดยบุคคลปลายสายระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่จาก สถานีตำรวจเซ็นทรัล (Central Police Station) พร้อมถามว่า "สะดวกคุยโทรศัพท์หรือไม่?"

สิ่งที่ทำให้เธอปักใจเชื่อ 100% ว่านี่คือ กลโกงมิจฉาชีพ คือ:

  1. การใช้ภาษา: ข้อความส่งมาเป็น "ภาษาจีนตัวย่อ" ซึ่งปกติคนฮ่องกงจะใช้ภาษาจีนตัวเต็ม

  2. ความผิดปกติของข้อมูล: ชื่อสถานีตำรวจมีการสะกดหรือเว้นวรรคที่ดูไม่เป็นทางการ

ด้วยความที่อยากดัดหลังมิจฉาชีพ เธอจึงรัวคำด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายแบบจัดเต็ม เพื่อหวังจะสั่งสอนให้เข็ดหลาบกับการหลอกลวงประชาชน

คดีพลิก! เมื่อปลายสายคือ "ตำรวจสืบสวน (CID)" ตัวจริง

หลังจากปล่อยหมัดเด็ดทางตัวอักษรไปได้ไม่นาน ปลายสายกลับตอบกลับมาด้วยความสุภาพและใจเย็น พร้อมระบุ รายละเอียดคดีที่เธอเคยไปแจ้งความไว้ อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังให้เบอร์โทรศัพท์ภายในของสถานีตำรวจเพื่อให้เธอโทรตรวจสอบยืนยันตัวตนได้ทันที

เมื่อหญิงสาวนำเบอร์ไปเช็กผ่านแอปพลิเคชัน Whoscall และประวัติการติดต่อกลับ พบว่าเบอร์ดังกล่าวเป็นของสถานีตำรวจเซ็นทรัลจริงๆ และเจ้าหน้าที่คนนั้นคือตำรวจฝ่ายสืบสวนที่รับผิดชอบเคสของเธอนั่นเอง

บทเรียนราคาแพง: วิธีรับมือเบอร์แปลกอย่างมีสติ

เหตุการณ์นี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย โดยมีข้อแนะนำในการรับมือกับ เบอร์แปลก หรือข้อความที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ดังนี้:

  • อย่าใช้คำหยาบคายตอบโต้ทันที: แม้จะมั่นใจว่าเป็นมิจฉาชีพ เพราะหากเป็นเจ้าหน้าที่จริงอาจส่งผลต่อรูปคดีหรือความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลได้

  • ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์: ใช้แอปพลิเคชันช่วยตรวจสอบเบอร์ หรือนำเบอร์ไปค้นหาใน Google เพื่อดูประวัติการแจ้งเตือน

  • ขอข้อมูลยืนยัน: หากอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ให้ขอชื่อ-นามสกุล สังกัด และ "เบอร์โทรศัพท์โต๊ะทำงาน" เพื่อโทรกลับไปยืนยันผ่านโอเปอเรเตอร์ของหน่วยงานนั้นๆ

  • สังเกตความผิดปกติ: มิจฉาชีพมักกดดันให้โอนเงินหรือขอข้อมูลส่วนตัว (เลขบัตรประชาชน/รหัส OTP) ซึ่งเจ้าหน้าที่จริงจะไม่ขอข้อมูลเหล่านี้ทางโทรศัพท์

สรุปเหตุการณ์: สุดท้ายหญิงสาวรายนี้ต้องรีบส่งข้อความขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจยกใหญ่ ซึ่งทางตำรวจเองก็เข้าใจถึงความหวาดระแวงของประชาชนในยุคที่ภัยไซเบอร์ใกล้ตัวขนาดนี้ เรื่องนี้จึงจบลงด้วยรอยยิ้ม (แบบเจื่อนๆ) และเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคน "เช็กให้ชัวร์ก่อนด่า" นั่นเอ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หนังที่ทำรายได้มากถึง 100 ล้านบาท เรื่องแรกสุดในประเทศไทยเลขลับจากปกสลาก งวดวันที่ 1 เมษายน 25693 ประเทศที่มีการเล่นหวยมากที่สุดในโลก"แป๊ะกง" ให้เลขเด็ดงวด 1/4/69ประเทศไหน ที่นิยมมาม่าไทยมากที่สุดในโลกจังหวัดในเขตภาคอีสานของไทย ที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเลมากที่สุดอันดับประเทศที่มีความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงที่สุดในโลกประจำปี 2026การลักลอบนำเข้ามะม่วงแก้วขมิ้น จำนวนมหาศาลจากประเทศกัมพูชาเข้าไทยเมืองยักษ์ใหญ่ในภาคอีสาน ที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดเผยเทคนิค "ซื้อหวยยังไงให้ถูกรางวัล"..รับประกันถูกแน่นอน!อำเภอที่ถูกจัดตั้งขึ้นใหม่ ล่าสุดของประเทศไทยเปิดกรุวัตถุดิบอมตะ! 5 อาหารที่ไม่มีวันหมดอายุ เก็บยาวแค่ไหนก็ยังกินได้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สินค้าที่ไม่มีขายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจังหวัดของประเทศไทย ที่มีสนามบินอยู่ในจังหวัดมากถึง 2 แห่ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
อเมริกางัดไพ่ใบสุดท้าย ลุ้นบุกเกาะคาร์กสรุปเหตุการณ์สะพานถล่มบราซิล 14 ศพ: เปิดคลิปนาทีชีวิต 10 รถดิ่งแม่น้ำ และดราม่าไร้การเยียวยาคนขับรอดชีวิตอย่างปลอดภัยในรถที่พังยับเยิน หลังเกิดอุบัติเหตุรถชนกันหลายคันขนลุก! ผู้บริหารเกาหลีใต้ "โปรยขนลับ" ใส่โต๊ะลูกน้อง คดีพลิกตำรวจสั่งฟ้องแค่ "ทำให้เสียทรัพย์"
ตั้งกระทู้ใหม่