ตม. สั่งลุย! ดีดนิ้วเพิกถอนวีซ่าเฉียด 1,000 ราย ใน 2 เดือน สแกนเข้ม 18 สัญชาติกลุ่มเสี่ยง ป้องกันไทยเป็นแหล่งกบดาน!
เขียนโดย New Delight
ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงตึงเครียดและสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก หน่วยงานความมั่นคงของไทยได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มสัญชาติจากพื้นที่คู่ขัดแย้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นพื้นที่พักพิงหรือแหล่งก่อปัญหาด้านความมั่นคง
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 เชิงรณ ริมผดี รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และโฆษก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการรับนโยบายจาก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ได้เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง รวมถึง ตม. เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อประเมินสถานการณ์โลกและกำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มระดับความเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย
การประชุมดังกล่าวนำไปสู่คำสั่งของ ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ ธนิต ไทยวัชรามาศ รองผู้บัญชาการ สตม. ที่ให้หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศดำเนินมาตรการเข้ม 3 ด้าน เพื่อเฝ้าระวังกลุ่มต่างชาติจากพื้นที่คู่ขัดแย้ง รวมถึงชาติในตะวันออกกลางรวม 18 สัญชาติ
มาตรการแรก คือการอัปเดตข้อมูลพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะย่านชุมชนที่มีชาวต่างชาติจากประเทศคู่ขัดแย้ง เพื่อใช้วิเคราะห์ข้อมูลด้านข่าวกรองร่วมกับตำรวจพื้นที่และหน่วยงานความมั่นคง
มาตรการที่สอง คือการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศอย่างละเอียด โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับสิทธิ์ฟรีวีซ่า เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบแผนการท่องเที่ยว สถานที่พัก และแผนการเดินทางกลับ หากพบความผิดปกติหรือมีข้อสงสัย อาจปฏิเสธการเข้าเมืองทันที
เพียงช่วง 13 วันที่ผ่านมา หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในต่างประเทศเพิ่มขึ้น เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้เรียกตัวชาวต่างชาติกลุ่มเสี่ยงเข้าสัมภาษณ์แล้วกว่า 870 ราย และมีการปฏิเสธการเข้าเมืองไปแล้วมากกว่า 30 ราย
ส่วนมาตรการที่สาม คือการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ เนื่องจากบางพื้นที่มีการปิดน่านฟ้าจากสถานการณ์สู้รบ โดยไทยได้ผ่อนปรนให้สามารถพำนักต่อครั้งละ 30 วัน และยกเว้นค่าปรับกรณีอยู่เกินกำหนด หรือ Overstay แต่ต้องมีหนังสือรับรองจากสถานทูตของประเทศต้นทาง
ขณะเดียวกัน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังคงเดินหน้าปฏิบัติการ “สแกน–สกัด–ส่งกลับ” ชาวต่างชาติที่เข้ามาก่อเหตุอาชญากรรมหรือสร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ เช่น พัทยา, ภูเก็ต, เกาะสมุย และ เกาะพะงัน
สถิติการดำเนินคดีพบว่า ในปี 2568 มีการเพิกถอนวีซ่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่กระทำผิดรวมกว่า 3,249 ราย ส่วนในปี 2569 ช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์เพียง 2 เดือนแรก มีการเพิกถอนวีซ่าและผลักดันออกนอกประเทศแล้วถึง 972 ราย
โฆษก ตม. ย้ำว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “จำนวน” นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย แต่คือ “คุณภาพ” ของผู้เดินทาง หากพบว่าบุคคลใดเข้าข่ายเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อความมั่นคง ก็จำเป็นต้องเพิกถอนวีซ่าและผลักดันออกนอกประเทศทันที
พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองตามสนามบินและด่านพรมแดนทั่วประเทศเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรอง โดยเตรียมประชุมสั่งการมาตรการสกัดกั้นเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า เพื่อให้การดูแลความปลอดภัยของประเทศเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง
ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ยังเปราะบาง หน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบและคัดกรองชาวต่างชาติอย่างรัดกุม เพื่อให้การท่องเที่ยวของไทยเติบโตควบคู่กับความปลอดภัยของสังคมไทย
จังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
จังหวัดที่ “คนรวยเยอะที่สุดในไทย” ไม่ใช่ที่คุณคิดอันดับแรก
หนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาท
คณะหมอลำที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทย
ถอดรหัสเลขเด็ดปกกองสลากฯ งวดวันที่ 16 เมษายน 2569
5 ประเทศที่มี Soft Power ดึงดูดใจคนทั่วโลก ไทยถูกจัดอยู่ลำดับที่เท่าไหร่
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว
3 นายก ที่มีอิทธิพลที่สุดในไทย
อำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทย
นกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทย
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว
ปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบัน







