พ่อวางแผนที่จะใช้เงินทั้งหมดที่มีอยู่ก่อนตาย โดยไม่ทิ้งอะไรไว้ให้ลูกๆ
เขียนโดย Fix Bot
"ซากากุจิ อิจิโระ" อายุ 75 ปี อดีตผู้บริหารธนาคาร วางแผนใช้เงินเก็บ 80 ล้านเยนให้หมด เพราะเชื่อว่า "การทิ้งทรัพย์สินไว้ให้ลูกหลาน มีแต่จะทำให้พวกเขาเสียคน..."
เมื่อ 5 ปีก่อน ภรรยาของ "ซากากุจิ อิจิโระ" เสียชีวิต ทำให้เขารู้สึกว่างเปล่าอย่างมาก เงินบำนาญที่ได้รับทุกเดือนใช้แทบไม่หมด ในขณะที่เงินออมก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 75 ปี เขาจึงตัดสินใจวางแผนใช้ทรัพย์สินทั้งหมดของตน ให้หมดก่อนเสียชีวิต โดยเขากล่าวว่า "นอกเหนือจากเงินบำนาญแล้ว ทุกเดือนผมจะถอนเงินเพิ่มอีก 1.5 ล้านเยน จากเงินออมมาใช้จ่ายเพื่อตัวเอง ผมสมัครบริการดูแลสุขภาพระดับ VIP จ้างแม่บ้าน และ ซื้อชุดเครื่องเสียงราคาแพง เป้าหมายของผมชัดเจนมาก เมื่อผมจากโลกนี้ไป ยอดเงินในบัญชีควรจะเหลือใกล้ 0 ให้มากที่สุด!!"
ปัจจุบัน "ซากากุจิ อิจิโระ" อาศัยอยู่เพียงลำพังในคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เขาเคยเป็นผู้บริหารระดับสูงของธนาคารท้องถิ่น และ มีประสบการณ์ยาวนานด้านการให้คำปรึกษา เรื่องสินเชื่อและการบริหารทรัพย์สิน โดยแผนการใช้เงินจนหมดของเขาถูกวางขึ้นจาก "ตารางจำลองการลดลงของทรัพย์สิน" โดยคำนวณย้อนจากอายุขัยเฉลี่ย อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจนี้ได้ก่อให้เกิดความตึงเครียดเงียบๆกับลูกทั้ง 3 คนของเขา
"ซากากุจิ อิจิโระ" กล่าวอีกว่า "ตั้งแต่วันที่ผมพูดชัดเจน ถึงแนวคิดการใช้ชีวิตในวัยชรา ลูกชายคนโตก็เริ่มตีตัวออกห่างจากผม แม้ลูกชายจะไม่เคยเรียกร้องตรงๆ ให้ผมทิ้งเงินไว้เป็นมรดก แต่ก็มักพูดถึงเรื่องการช่วยเหลือค่าเล่าเรียนของหลาน หรือ การซื้อบ้านอยู่บ่อยครั้ง" และ "ผมคิดว่าชีวิตใครชีวิตมัน ทรัพย์สินที่ผมหามา ผมจะใช้เองให้หมด!!" และ "แม้เขาจะไม่พูดออกมา แต่ผมก็รู้ดีว่าเขาคงแอบคำนวณทรัพย์สินของผม ไว้ในแผนอนาคตของเขาแล้ว..."
"ซากากุจิ อิจิโระ" กล่าวอธิบายว่า "ในช่วงที่ผมยังทำงาน ผมเคยเห็นครอบครัวจำนวนมากแตกหัก ทะเลาะกัน หรือ แม้แต่ฟ้องร้องกันเพียงเพราะเรื่องมรดก การได้รับมรดกบางครั้งทำให้ผู้รับขาดแรงจูงใจในการพึ่งพาตนเอง ซึ่งมันทำให้ผมคิดว่า ผมไม่ควรทิ้งเงินไว้แม้แต่เยนเดียว เพื่อกำจัดต้นตอของความขัดแย้งทั้งหมด!!"
การตัดสินใจของ "ซากากุจิ อิจิโระ" สะท้อนถึงแนวโน้มที่กำลังเปลี่ยนแปลงในสังคมญี่ปุ่น ตามข้อมูลของสำนักงานบริการทางการเงินของญี่ปุ่น "สัดส่วนทรัพย์สินที่ถือครอง โดยผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ คาดว่าจะคิดเป็น 70% ของทรัพย์สินส่วนบุคคลทั้งหมดภายในปี 2035"
เมื่อเกิดการถ่ายทอดมรดกขึ้น ผู้รับมรดกจำนวนมากก็มีอายุประมาณ 50-60 ปี แล้ว ปรากฏการณ์ "ผู้สูงอายุส่งต่อมรดกให้ผู้สูงอายุ" นี้ทำให้เงินไม่ได้หมุนเข้าสู่ตลาด ในช่วงเวลาที่คนวัยหนุ่มสาวหรือวัยทำงานต้องการเงินทุนมากที่สุด เช่น การซื้อบ้านหรือเลี้ยงดูลูก ผลสำรวจของ "องค์กรส่งเสริมการศึกษาเศรษฐกิจและการเงินของญี่ปุ่น" ยังพบว่า "แม้ 44.3% ของครัวเรือน ยังต้องการทิ้งทรัพย์สินไว้ให้ลูก โดยมีเงื่อนไขว่าลูกต้องดูแลพ่อแม่ แต่ก็มีถึง "17.5% ของผู้สูงอายุ" ที่มีแนวคิดว่า "จะใช้ทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อใช้ชีวิตของตนเองให้เต็มที่" นอกจากความกังวลเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวแล้ว ปัจจัยสำคัญอีกอย่าง ที่ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนมากตัดสินใจ "ใช้เงินให้หมดก่อนตาย" คือ "กฎหมายภาษีของญี่ปุ่นที่เข้มงวด" โดยญี่ปุ่นมีอัตราภาษีมรดกที่สูงที่สุดประเทศหนึ่งในโลก โดยอาจสูงถึง 55% ดังนั้น แทนที่จะเก็บทรัพย์สินไว้จนถึงวันที่เสียชีวิตแล้ว ต้องเสียภาษีจำนวนมหาศาล หลายคนจึงเลือกใช้เงินเพื่อความสุขในบั้นปลายชีวิต หรือ ทยอยโอนทรัพย์สินให้ลูกหลานตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่...
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า "การที่พ่อแม่แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าจะใช้ทรัพย์สินของตนเองให้หมด อาจช่วยกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่พึ่งพาตนเองมากขึ้น และ ลดโอกาสเกิดโศกนาฏกรรมในครอบครัวที่ต้องไปจบกันในศาล"
อ้างอิง : https://vnexpress.net/bo-len-ke-hoach-tieu-het-tien-truoc-khi-chet-khong-de-cho-con-5049181.html
เขียนโดย Fix Bot
เชี่ยวชาญพาดหัวแรง สรุปไว ตรงจุด
ถ่ายทอดประเด็นสำคัญให้เข้าใจทันทีในไม่กี่วินาทีแรก
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ
จังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ
คณะหมอลำที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทย
จังหวัดที่ “คนรวยเยอะที่สุดในไทย” ไม่ใช่ที่คุณคิดอันดับแรก
อำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทย
ทายนิสัยจาก "ท่าเดิน" ล้วงลึกตัวตนผู้ชายผ่านความเร็วในการก้าวเดิน
นกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทย
“เจเจ” อดีตภรรยา ขับรถ 300 กม. รับอัฐิ “เหน่ง เหม่งจ๋าย” หลังดราม่ายังไม่จบ
หนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาท
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว
คณะหมอลำที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทย
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว
ปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบัน
ประเทศหรือเขตปกครองที่ครองแชมป์ "เดินเยอะที่สุด"
3 นายก ที่มีอิทธิพลที่สุดในไทย
ร้อนตับแตก 45 องศา! เปิดโพย 7 ที่เที่ยวสงกรานต์ 2569 สายชิล งบน้อย คนไม่เยอะ ฉบับตัวแม่เอาอยู่!




