ประเทศไทยยืนยันพบผู้ป่วยโรคไข้นกแก้วรายแรกแล้ว!!
ประเด็นดังกล่าวได้กลายเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ซึ่งได้สร้างความตื่นตัวให้กับผู้รักสัตว์และประชาชนทั่วไป หลังจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ของประเทศไทยกล่าวยืนยันว่า "โรคไข้หวัดนกแก้ว ที่พบในประเทศไทยนั้นเป็นความจริง!! ไม่ใช่ข่าวปลอมแต่อย่างใด!!" ภายหลังการตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมแห่งประเทศไทย ภายใต้นโยบายของรัฐบาลพบว่า "ผู้ป่วยรายแรกพบว่าติดเชื้อจากการเลี้ยงนก ไว้ในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก"
ลำดับเหตุการณ์และแหล่งที่มา ของการติดเชื้อผู้ป่วยรายแรกในประเทศไทย
โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม "เวทางค์ พ่วงสุพรรณ" ฝ่ายข้าราชการประจำ ได้เปิดเผยถึงผลการเฝ้าระวังและการตรวจสอบข่าวปลอม ที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้รับแจ้งเข้ามา โดยกล่าวว่า "การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบาย การป้องกันและรับมือภัยคุกคามด้านความมั่นคงและสังคมของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม "ชัยชนก ชิดชอบ" ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้ของประชาชน และ การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่ออาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน" และ "สำหรับประเด็นดังกล่าว ข่าวนี้เป็นความจริง ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกแก้วแล้วจริงๆ โดยตรวจพบในช่วงปลายปี พ.ศ. 2568 ซึ่งผู้ป่วยมีโรคประจำตัว และ มีประวัติเลี้ยงนกในบริเวณที่อากาศไม่ถ่ายเท รวมทั้งไม่ได้ใช้อุปกรณ์ป้องกันขณะทำความสะอาดกรงนก โดยปัจจุบันผู้ป่วยได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติแล้ว"
"โรคไข้หวัดนกแก้ว" เป็นภัยเงียบจากนก ที่อาจก่อให้เกิดอาการรุนแรงได้ จากการสูดดมเพียงครั้งเดียว ซึ่งโรคดังกล่าวเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า "คลามิโดฟิล่า ซิสตาซี" ซึ่งพบได้ในนกและสัตว์ปีกหลายชนิด เช่น
- นกแก้ว
- นกพิราบ
- เป็ด
- ไก่งวง
วิธีการติดต่อ
มนุษย์สามารถติดเชื้อได้ จากการสูดดมฝุ่นละอองในอากาศที่ปนเปื้อน จากมูลนกแห้ง ขน หรือ สารคัดหลั่งของนก...
อาการที่ควรเฝ้าระวัง
อาการของโรคไข้หวัดนกแก้ว อาจคล้ายกับโรคทางเดินหายใจทั่วไป ทำให้หลายคนอาจประมาทได้ อาการที่พบ ได้แก่
- มีไข้สูงและหนาวสั่น
- ปวดศีรษะรุนแรง
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- ไอแห้ง
กลุ่มเสี่ยงที่ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ผู้ที่ใกล้ชิดหรือสัมผัสกับนกหรือสัตว์ปีกเป็นประจำ เช่น ผู้เลี้ยงนก สัตวแพทย์ และผู้ที่ให้อาหารนก
กรมควบคุมโรคแนะนำว่า "อย่าประมาท!!"
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง หากไม่จำเป็น ไม่ควรสัมผัสนกหรือมูลนกโดยตรง
- ป้องกันตนเองทุกครั้ง ขณะทำความสะอาดกรงหรือดูแลนก ควรสวมหน้ากากอนามัยและถุงมือ
- รักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด ล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสสัตว์
- รีบพบแพทย์ทันที หากมีไข้หรืออาการไอ และ มีประวัติสัมผัสนก ควรแจ้งแพทย์โดยเร็วเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
อ้างอิง : https://asianews.network/thailand-confirms-first-parrot-fever-case-urges-caution-among-bird-owners/
เซเว่น เตรียมถอนการลงทุนจากเขมร สินค้าเขมรด้อยคุณภาพ ซ้ำวิกฤต ปชช.ไม่มีเงินซื้อ
เจาะรหัสลับ "แปลปกสลาก" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
Top 10 ประเทศที่มีปริมาณผลผลิตข้าวมากที่สุดในโลก
ประเทศที่ส่งออกมันสำปะหลังเข้าไทยมากที่สุด
จังหวัดนี้เลี้ยงไก่มากที่สุดในไทย
5 สกุลเงินที่อ่อนค่าที่สุดในโลกใน ปัจจุบัน
มาแล้ว! เลขเด็ด "เสือตกถังพลังเงินดี" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..ส่องด่วนเลย!!
10 ประเทศ ที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มากที่สุด
RIP แมวอินฟูล.... ส่ง"ไข่ขาว"สู่การเดินทางครั้งใหม่บนดาวแมวที่แสนอบอุ่น...
"เนื้อสัตว์"อะไร? ที่มนุษย์ไม่ควรรับประทานและอันตรายที่แฝงอยู่
10 จังหวัดที่เหมาะกับการใช้รถไฟฟ้าในปี 2026
ไข่มุกถ้ำ (Cave Pearls): อัญมณีที่ไร้สิ่งมีชีวิตสร้าง
ปลาที่มีพิษร้ายแรงมากที่สุด ที่สามารถพบได้พื้นที่ธรรมชาติ
สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ของดาราดัง "บาร์บี้ สวี"
ถ้าไม่เชื่อ กกต. ก็อย่าไปเลือกตั้ง” ประโยคเดียวสะเทือนทั้งประเทศ จากปากเลขาฯ กกต.
ปักกิ่งเดือด แพ้ยกแรก "สหรัฐ" บีบปานามายึดคืนท่าเรือเจ้าสัวฮ่องกง "ลี กาชิง" เตรียมเทขายทิ้งเกลี้ยง รวมทั้งในไทยด้วย
ตำรวจมาเลเซียสั่งสอบ หลังคลิปแกร๊บล่วงละlมิดผู้โดยสารหญิง



