ฝรั่งเศสถูกเขมรเรียกร้องให้แทรกแซง ข้อพิพาทชายแดนเขมร-ไทย

อดีตนักการทูตกัมพูชาคนหนึ่ง ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลฝรั่งเศส ตระหนักถึงความรับผิดชอบทางประวัติศาสตร์ของตน และ เข้ามามีบทบาทช่วยเหลือกัมพูชาและประเทศไทย ในการแก้ไขข้อพิพาทชายแดน ซึ่งตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศเพื่อนบ้าน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้...
"ปู โสถิรัก" ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาอาวุโสกิตติมศักดิ์ ประจำศูนย์ศึกษาภูมิภาคกัมพูชา ซึ่งกล่าวเมื่อวานนี้ [ตามเวลาท้องถิ่น] ว่า "ฝรั่งเศสมีบทบาทสำคัญ ในการคลี่คลายข้อพิพาทดังกล่าว เนื่องจากประวัติศาสตร์ยุคอาณานิคม และ ข้อตกลงระหว่างประเทศที่ฝรั่งเศสได้ลงนาม กับประเทศไทยในนามของกัมพูชา"
"ปู โสถิรัก" กล่าวภายหลังจาก "ลุย ดาวิด" เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศฝรั่งเศส ได้โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ที่ระบุว่า "กรุงปารีสยินดีแบ่งปันเอกสารทางประวัติศาสตร์และแผนที่ทางการ ซึ่งอาจใช้เป็นหลักฐานหรือเอกสารอ้างอิง เพื่อสนับสนุนกระบวนการทางกฎหมาย หรือ การเจรจาเพื่อยุติข้อพิพาทชายแดนกับประเทศไทย ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย"
เมื่อกลางเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ประธานาธิบดี "เอ็มมานูเอล มาครง" ผู้นำของฝรั่งเศส ได้ให้คำมั่นกับนายกรัฐมนตรี "ฮุน มาเนต" ผู้นำของกัมพูชา ระหว่างการเยือนกรุงปารีสว่า "ฝรั่งเศสจะสนับสนุนการอำนวยความสะดวก ในการจัดหาเอกสารสำคัญให้แก่ทั้ง 2 ฝ่าย สำหรับกระบวนการข้อพิพาทชายแดน ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ" ซึ่งคำมั่นดังกล่าวมีขึ้นภายหลังเหตุปะทะกัน ระหว่างกองกำลังกัมพูชาและไทยเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2025 ซึ่งในขณะนั้น กรุงพนมเปญได้ประกาศว่า "เราจะนำข้อพิพาทดังกล่าว ขึ้นสู่การพิจารณาที่กรุงเฮก!!" อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมจากฝรั่งเศส ในขณะที่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัมพูชาและไทยตกต่ำถึงขีดสุด หลังเกิดการปะทะทางทหารครั้งใหญ่ตามแนวชายแดน ในเดือนกรกฎาคมและธันวาคม 2025
"ปู โสถิรัก" กล่าวอีกว่า "กัมพูชาอยู่ภายใต้การอารักขาของฝรั่งเศส มาตั้งแต่ปี 1863 ถึง 1953" และ "ในช่วงเวลาดังกล่าว ฝ่ายบริหารของฝรั่งเศสมีบทบาทสำคัญ ในการกำหนดเส้นเขตแดนของกัมพูชา รวมถึงพื้นที่ติดกับประเทศไทย!!" และ "แผนที่และสนธิสัญญาทางการจำนวนมาก ที่เป็นรากฐานของพรมแดนกัมพูชาในปัจจุบัน ล้วนถูกจัดทำ ตรวจสอบ หรือ มีอิทธิพลจากทางการฝรั่งเศส" และ "ข้อพิพาทในปัจจุบันยังคงอ้างอิงสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ปี 1907 แต่จนถึงวันนี้ เรายังไม่เห็นการดำเนินการที่สำคัญใดๆจากฝรั่งเศสในประเด็นนี้เลย"
"ปู โสถิรัก" กล่าวอีกว่า "ความตึงเครียดชายแดน มีต้นกำเนิดตั้งแต่ยุคอาณานิคมฝรั่งเศส โดยเริ่มจากความขัดแย้งระหว่างฝรั่งเศสกับสยาม ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 หลังเหตุการณ์ปากน้ำในปี 1893 สยามถูกบังคับให้ยกดินแดนฝั่งตะวันออก ของแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส และ ยอมรับเขตปลอดทหาร ซึ่งถูกกำหนดไว้ในสนธิสัญญาปี 1893 ต่อมา อนุสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ปี 1904 และ สนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ปี 1907 ได้มีการปรับแก้ข้อตกลงดังกล่าว ส่งผลให้สยามยกเมืองพระตะบอง เสียมราฐ และ ศรีโสภณ ให้แก่ฝรั่งเศสอินโดจีน แลกกับด่านซ้ายและตราด ซึ่งแผนที่ภาคผนวกที่ 1 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารทางการจากสนธิสัญญาดังกล่าว แสดงเส้นเขตแดนในเทือกเขาดงรัก โดยระบุว่า "ปราสาทพระวิหาร อยู่ในดินแดนของกัมพูชา" ความสำคัญของแผนที่นี้ ได้รับการตอกย้ำในปี 1962 เมื่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ มีคำพิพากษาให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร โดยอ้างถึงการที่ประเทศไทย เคยยอมรับแผนที่ดังกล่าวในยุครัฐบาล "ทักษิณ ชินวัตร" ต่อมา ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยการสำรวจและปักปันเขตแดนทางบก ระหว่างไทยและกัมพูชา หรือที่เรียกว่า "MoU" ปี 2000 โดย "วร คิมฮง" ที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชา ด้านกิจการชายแดน และ "สุขุมพันธุ์ บริพัตร" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย เอกสารนี้มีเป้าหมายเป็นกรอบหลัก ในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติ หลังการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วม ว่าด้วยการปักปันเขตแดนทางบกในปี 1997 โดยสนธิสัญญาปี 1907 และ MoU ปี 2000 เป็นหัวใจสำคัญของคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ที่ยืนยันอธิปไตยของกัมพูชา ต่อปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบ"
"ปู โสถิรัก" กล่าวว่า "กัมพูชายึดถือและอ้างอิงแผนที่ของฝรั่งเศส และ ข้อตกลงทั้ง 2 ฉบับในการแก้ไขข้อพิพาท ในขณะที่ประเทศไทยพยายามใช้แผนที่ ที่จัดทำขึ้นฝ่ายเดียว..." และ "ประเทศไทยวิพากษ์วิจารณ์แผนที่เก่าว่าล้าสมัย แต่ตามกฎหมายระหว่างประเทศ หากยังไม่มีสนธิสัญญาฉบับใหม่มาแทนที่ ข้อตกลงและแผนที่เดิม ยังคงมีผลบังคับใช้และมีความสำคัญ!!"
"ปู โสถิรัก" ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลฝรั่งเศสยอมรับ ความรับผิดชอบทางศีลธรรมและประวัติศาสตร์ และ เพิ่มบทบาทในการช่วยให้ทั้ง 2 ประเทศยุติความขัดแย้ง โดยระบุว่า "การเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ แค่นั้นยังไม่เพียงพอ!!" และ "ในยุคอาณานิคม ฝรั่งเศสเป็นมหาอำนาจที่ควบคุมอินโดจีน และ หลายประเทศในแอฟริกา อิทธิพลของฝรั่งเศส ยังคงมีอยู่ทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน!! ดังนั้น รัฐบาลฝรั่งเศสควรแสดงเจตจำนงอย่างจริงใจ และ ทุ่มเทความพยายามมากขึ้น ในการช่วยให้กัมพูชาและประเทศไทย ยุติการโต้แย้งและการสู้รบ!!"
"ปู โสถิรัก" กล่าวเสริมว่า "ฝรั่งเศสยังไม่ได้อธิบายรายละเอียด ของเอกสารและแผนที่ทางประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน เพื่อรับรองความถูกต้องและความมีผลบังคับใช้" และ "ไม่เป็นธรรมที่กัมพูชาปฏิบัติตามกลไกทางกฎหมายทั้งหมด ในขณะที่ฝรั่งเศสยังไม่ออกแถลงการณ์ใดๆ ทั้งๆที่เป็นผู้ลงนามในข้อตกลงในนามของกัมพูชา ในขณะที่ประเทศไทย ยังพยายามกันฝรั่งเศส ออกจากการเจรจา..." และ "นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ฝรั่งเศส ควรเคารพพันธะทางศีลธรรม และ นำเสนอพื้นฐานทางกฎหมายและคำชี้แจงที่ชัดเจน เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถหารือและยุติข้อพิพาทได้อย่างถาวร..."
ในขณะเดียวกัน "เพ็ญ โบนา" โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ได้ออกมากล่าวยืนยันเมื่อวานนี้ [ตามเวลาท้องถิ่น] ว่า "ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงและหน่วยงานต่างๆของกัมพูชา ได้ออกคำร้องทางการทูต แถลงการณ์ ข่าวประชาสัมพันธ์ คำชี้แจง และ จดหมายต่างๆ เกี่ยวกับข้อพิพาทกับประเทศไทยรวมเกือบ 700 ฉบับ" และ "ในจำนวนนี้ 383 ฉบับ มาจากกระทรวงกลาโหม 83 ฉบับจากกระทรวงมหาดไทย 64 ฉบับจากกระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรม 49 ฉบับจากกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ 27 ฉบับจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา 25 ฉบับจากสำนักงานปฏิบัติการและช่วยเหลือเหยื่อทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา 20 ฉบับจากสำนักงานเลขาธิการกิจการชายแดน 16 ฉบับจากศูนย์ปฏิบัติการด้านทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา และ 1 ฉบับจากกระทรวงศาสนาและลัทธิ" และ "นอกจากนี้ ยังมีการจัดแถลงข่าวมากกว่า 200 ครั้งในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งในขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ ยังได้จัดการประชุมรายงานต่อหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต และ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศจำนวน 14 ครั้ง และ จัดการเดินทางภาคสนาม 4 ครั้ง เพื่อให้พวกเขาไปเยี่ยมชมและสังเกตการณ์สถานการณ์ ในจังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบ"
อ้างอิง : https://www.khmertimeskh.com/501834210/france-urged-to-intervene-in-cambodia-thailand-border-row/
บริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติไทย ที่มีกำไรมากที่สุดในปีที่ผ่านมา
วิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!
จังหวัดเดียวของประเทศไทยในปัจจุบัน ที่มีแหล่งมรดกโลกมากถึง 2 แห่ง
จังหวัดที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
"หมึกกรุบ" ไม่ได้ทำจากปลาหมึก เปิดความลับพืชในป่าสู่ขนมยอดฮิตติดกระแส
สกุลเงินจากประเทศในเอเชีย ที่มั่นคงและมีความน่าเชื่อถือมากที่สุด
พิธีกรชายดังย่านอโศก ซุกลูก 2 อักษรย่อ น. หนู เปิดเผยตัวแล้ว..
นายทุนหัวหมอ ลักลอบ "ขนมันเขมร" ผ่านสปป.ลาว
มนุษย์ป้ากลั้วคอ ก่อนพ่นน้ำใส่ผู้โดยสารบนรถไฟฟ้า MRT
ส่องเลขเด็ดงวด 1 ก.พ. 69: มัดรวมแนวทางจากสำนักดัง "ปานจันทร์-เพชรบูรพา"
"ผักชีไทย" "ผักชีลาว" "ผักชีฝรั่ง" "ผักชีล้อม" ผักชีทั้งสี่แบบนี้ แตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ ?
วิธีบรรเทาอาการปวดขา และ เท้า
สวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุด และโด่งดังมากที่สุดในประเทศไทย
"อิไต-อิไต" เสียงครวญครางแห่งโศกนาฏกรรม: เมื่อกากแร่เปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นกระดูกแก้ว
พิธีกรชายดังย่านอโศก ซุกลูก 2 อักษรย่อ น. หนู เปิดเผยตัวแล้ว..
เขมรแหกด่าน หามคนป่วยทิ้งฝั่งไทย มัดมือชกหวังรักษาฟรี
“แทนไท” เคลื่อนไหวหลังศาลออกหมายจับในคดีฟอกเงิน เสียหาย 4.5 พันล้าน โดยเขารู้สึกว่าชีวิตวนเวียนอยู่กับคดีความ
มนุษย์ป้ากลั้วคอ ก่อนพ่นน้ำใส่ผู้โดยสารบนรถไฟฟ้า MRT

