หนุ่มฝากเงินเป็นแสนนาน 20 ปี จะถอนมาสร้างบ้าน พนง.ธนาคารบอก คุณไม่เคยเปิดบัญชีที่นี่มาก่อนนะ
"เฉิน หมิง" ชายชาวจีนวัย 40 ปี อาศัยอยู่ที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ เริ่มต้นวันทำงานอันคุ้นเคยในซูเปอร์มาร์เก็ตด้วยการจัดเรียงชั้นวางสินค้า ตรวจสอบล็อตสินค้าที่เพิ่งเข้ามาใหม่ และ ใช้ผ้าเช็ดหยดน้ำฝนที่ยังเกาะอยู่บนกระจกหน้าร้านอย่างลวกๆ นิสัยเล็กๆที่เขาทำจนเคยชิน... "เฉิน หมิง" ทำงานนี้มาเป็นเวลากว่า 5 ปี รับหน้าที่หลายอย่างในแต่ละวัน เพื่อแลกกับรายได้ประมาณ 4,000 หยวนต่อเดือน ในช่วงเย็นเขายังรับงานพาร์ตไทม์อื่นๆเพิ่มเติม เนื่องจากค่าครองชีพในเมืองใหญ่อย่างเซินเจิ้นนั้นสูงไม่น้อย อย่างไรก็ตาม วันนี้ "เฉิน หมิง" ดูสดใสกว่าทุกวัน เพราะใกล้ถึงเวลาที่จะสามารถถอนเงินออมก้อนหนึ่ง ซึ่งเขาเก็บสะสมมาตลอด 20 ปี โดยเงินก้อนนี้เขาเริ่มออมตั้งแต่เพิ่งเรียนจบ ผ่านเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งในงานแรกของชีวิต
"เฉิน หมิง" ย้อนเล่าว่า "ผมรู้จักกับ "ห่าว หมิง" เพื่อนร่วมสถาบัน ซึ่งภายหลังมาทำงานเป็นพนักงานซูเปอร์มาร์เก็ตด้วยกัน "เฉิน หมิง" แนะนำว่าเขากำลังทำงานเสริมที่เกี่ยวข้องกับธนาคาร และ กำลังมองหาคนมาเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์" "ห่าว หมิง" บอก "เฉิน หมิง" ว่า "เป็นแพ็กเกจฝากเงินเดือนละประมาณ 3,000 หยวน และ เมื่อครบ 20 ปี จะได้รับเงินคืน 400,000 หยวน" "เฉิน หมิง" กล่าวว่า "ตอนนั้นผมคิดถึงการเก็บเงินซื้อบ้าน พ่อแม่ที่บ้านต่างจังหวัดก็เสียชีวิตไปแล้ว ญาติพี่น้องก็ไม่เหลือมาก ผมตั้งใจจะอยู่ในเมืองนี้ถาวร จึงอยากมีที่พักเป็นของตัวเอง เงินที่ต้องแบ่งเก็บในแต่ละเดือนไม่ได้มากนัก แถมยังถือว่าเป็นการช่วยเพื่อน ผมจึงไม่คิดอะไรมากและโอนเงินให้เขาไป" ตลอดระยะเวลา 20 ปี การโอนเงินได้กลายเป็นกิจวัตรประจำชีวิตของ "เฉิน หมิง" ไม่ต่างจากการเช็ดกระจกหน้าร้านทุกเช้า หรือ การตรวจชั้นวางสินค้าก่อนเปิดร้าน ทุกเดือนตรงตามกำหนด "เฉิน หมิง" จะโอนเงินเข้าบัญชีที่ "ห่าว หมิง" ซึ่งเขาจะเป็นผู้แจ้งให้ ไม่มีสัญญา ไม่มีสมุดเงินฝาก ไม่มีเอกสารตัวจริง มีเพียงข้อความยืนยันไม่กี่ข้อความ และ คำพูดที่ได้ยินซ้ำๆว่า "วางใจได้ เป็นธนาคารใหญ่ ไม่มีปัญหาแน่นอน!!" บางครั้ง "เฉิน หมิง" ก็รู้สึกไม่สบายใจ เมื่อเห็นคนอื่นมีสมุดเงินฝาก มีตราประทับจากธนาคารอย่างเป็นทางการ แต่ "ห่าว หมิง" ก็กล่าวอธิบายว่า "นี่คือแพ็กเกจภายใน ไม่จำเป็นต้องมีขั้นตอนยุ่งยาก" และ ยังเคยอวดว่าเคยช่วยคนรู้จักถอนเงินสำเร็จมาแล้วหลายราย... ด้วยความไว้ใจเพื่อน และ คิดว่าตนเองก็ไม่มีอะไรจะเสียไปมากกว่าสิ่งที่เก็บออมมาแล้ว "เฉิน หมิง" จึงโอนเงินต่อไปอย่างไม่ลังเล 20 ปีผ่านไป ผมของ "เฉิน หมิง" เริ่มมีสีขาวแซม รายได้ยังคงอยู่ราวๆ 4,000 หยวนต่อเดือน แต่ในใจของ "เฉิน หมิง" มีหมุดหมายชัดเจนเสมอ... วันที่จะได้รับเงินกว่า 400,000 หยวน เงินจำนวนนี้เพียงพอสำหรับซื้อบ้านหลังเล็กๆ ให้เขามีที่พักพิงในบั้นปลายชีวิตของแรงงานธรรมดาคนหนึ่ง ในเมืองใหญ่ แต่เช้าวันที่ "เฉิน หมิง" เดินเข้าไปในธนาคาร กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล
หลังจากพนักงานกรอกข้อมูลตรวจสอบแล้ว เธอเงยหน้าขึ้นและกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่หนักแน่นว่า "คุณไม่เคยเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์กับธนาคารของเรามาก่อนนะ" "เฉิน หมิง" ถึงกับนิ่งงัน เขารีบค้นโทรศัพท์มือถือ แสดงหลักฐานการโอนเงิน ข้อมูลผู้รับ และ ระยะเวลาที่ยาวนานตลอด 2 ทศวรรษ พนักงานใช้เวลาตรวจสอบอยู่นาน ก่อนจะอธิบายว่า "บัญชีที่รับเงินนั้นเป็นบัญชีส่วนบุคคล ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ออมทรัพย์ใดๆของธนาคาร"
เพื่อนชื่อ "ห่าว หมิง" ผู้เป็นจุดศูนย์กลางของทุกธุรกรรม ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย หมายเลขโทรศัพท์ไม่สามารถติดต่อได้ ในขณะที่บัญชีโซเชียลมีเดียยังแสดงสถานะออนไลน์ แต่ไม่ตอบข้อความหรือสายโทรศัพท์ใดๆ
"เฉิน หมิง" กล่าวว่า "ผมเขากลับไปที่ธนาคารหลายครั้ง เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม" และ "พยายามติดต่อผู้ที่เคยได้รับการแนะนำจาก "ห่าว หมิง" เช่นกัน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ในสภาพจิตใจที่สับสนและตกตะลึง "เฉิน หมิง" เคยคิดจะไปแจ้งความ อย่างไรก็ตาม การไม่มีสัญญา ไม่มีเอกสารยืนยันจากธนาคาร ทำให้เขาอยู่ในสถานะเสียเปรียบ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเริ่มต้นจากจุดใด นอกจากบัญชีโซเชียลของ "ห่าว หมิง" ซึ่งไม่มีภาพถ่ายหรือข้อมูลส่วนตัวใดๆเลย
คำสัญญาในวันวาน สุดท้ายก็เหลือเพียงความทรงจำของคนๆหนึ่ง ที่มอบความเชื่อใจให้เพื่อนอย่างหมดหัวใจ
"เฉิน หมิง" กล่าวว่า "ผมไม่อยากเชื่อเลยว่า ผมทำงานหนักมาตลอด 20 ปี เก็บเงินทุกเดือน สุดท้ายกลับไม่เหลืออะไรเลย หากวันนั้นผมยอมเข้าไปถามธนาคารสักคำ หรือ ขอเอกสารยืนยันสักแผ่น เรื่องราวอาจไม่เป็นเช่นนี้!!" ซึ่งเรื่องราวของเขา เขาโพสต์ไว้ในสื่อโซเชียล
หลังจากนั้นเรื่องราวนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดียจีน พร้อมความคิดเห็นนับพัน หลายคนตกใจเมื่อพบว่า "ตนเองหรือคนใกล้ตัวเกือบเคยเผชิญสถานการณ์คล้ายกันมาก่อน" บางส่วนมองว่า "นี่คือบทเรียนราคาแพงแต่จำเป็น ในยุคที่การหลอกลวงทางการเงิน มีความแนบเนียนมากขึ้น โดยอาศัยจุดอ่อนของความไว้ใจ ความเกรงใจต่อขั้นตอน และ ความหวังในการสร้างอนาคต"
ความคิดเห็นจำนวนมากยังเน้นย้ำว่า "การออมเงินไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งที่ผิดคือการออมโดยอาศัยความเชื่อใจอย่างไร้การตรวจสอบ หากไม่มีสมุด ไม่มีสัญญา และ ไม่มีการยืนยันโดยตรงจากธนาคาร ไม่ว่าผู้แนะนำจะเป็นคนใกล้ชิดเพียงใด ก็ล้วนแฝงความเสี่ยงทั้งสิ้น!!" และ "พี่น้องที่คลานตามกันมายุคนี้ยังเชื่อกันไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับคนอื่น" อ้างอิง : https://kenh14.vn/luong-15-trieu-gui-tiet-kiem-20-nam-den-ngay-rut-12-ty-xay-nha-ngan-hang-noi-anh-chua-tung-mo-so-o-day-215260120085153109.chn
ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศมากที่สุด
งานก่อสร้างลานจอดรถ นำไปสู่การค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ครั้งประวัติศาสตร์
จังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุด เป็นอันดับที่หนึ่งในประเทศไทย
นักร้องชาวไทยคนแรก ที่มีผลงานเพลงติดชาร์ตในสหรัฐอเมริกา
มีเพียง 2 อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรทั้งหมดน้อยกว่า 5000 คน
"เชียงใหม่" ติดอันดับโลก! คว้าอันดับ 2 เมืองยอดนิยม"Digital Nomads"
เลขเด็ด "ปฏิทินรวย รวย" งวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 69..ส่องเลย รวยก่อนใคร!!
ทัวร์ฮาร์บินนรก ไม่จ่ายค่า รร. ทิ้งลูกทัวร์ เสียหายกว่า 7 แสน
จากรถบรรทุกจิ๋วสู่สัญลักษณ์ระดับโลก: ถอดรหัสตำนาน "ตุ๊กตุ๊ก" ไทยที่ฆ่าไม่ตาย
กษัตริย์หลุยส์ที่ 14 อาบน้ำ 3 ครั้งในชีวิต
"น้ำจรวด" : ยานพาหนะแห่งความซ่าและมนต์เสน่ห์หน้าโรงเรียนที่เลือนหาย
ซาสี่ vs รูทเบียร์: คู่แฝดสีดำที่ต่างกันด้วย "จิตวิญญาณ" และ "กลิ่นอาย"
ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศมากที่สุด
จากรถบรรทุกจิ๋วสู่สัญลักษณ์ระดับโลก: ถอดรหัสตำนาน "ตุ๊กตุ๊ก" ไทยที่ฆ่าไม่ตาย
สาเหตุการเซ็นเซอร์ ในหนัง A\/ ของญี่ปุ่น
แฟนคลับไทยลงทัวร์ค่าย YG หลังให้วง TREASURE รับงานเบียร์เขมร
วิโรจน์เผย!! ไม่ชอบการเมืองที่ใช้สโลแกนแบบแบ่งขั้ว ยกตัวเองเป็นคนดี อย่าง"มีส้มไม่มีเทา"
เฟซบุ๊กเพจบิ๊กเกรียนชี้แจงว่าสาวในภาพคือ น้องธัญญารัตน์ อดีตแฟนรัฐติกร มือฆ่าสาวโรงแรมหัวหิน ที่ถูกนำรูปไปสวมรอย โดยยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดีฆ่าโหดในหัวหิน


