หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ชาวจีนจำนวนมากกำลังย้ายออกจากอพาร์ตเมนต์สูงระฟ้า

เนื้อหาโดย หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์



     ครั้งหนึ่งชาวจีน เคยทุ่มเงินหลายล้านหยวนซื้ออพาร์ตเมนต์ ที่สามารถเห็นวิวทั่วเมือง แต่ปัจจุบันเจ้าของจำนวนไม่น้อยยอมขายขาดทุนอพาร์ตเมนต์ชั้นสูง เพราะต้องเผชิญกับปัญหาเสียงรบกวน ลมพัดหอน และ ความหวาดกลัวเกี่ยวกับลิฟต์...

     ในปี 2018 "ถงซิน" ซื้ออพาร์ตเมนต์หลังแรกในกรุงปักกิ่ง อยู่ชั้นที่ 25 ของอาคารสูง 31 ชั้น ซึ่งก่อสร้างตั้งแต่ปี 2003 เธอกล่าวว่า "ตอนดูห้อง ฉันหลงใหลในทัศนียภาพที่โปร่งโล่งและลมเย็นสบาย จึงตัดสินใจซื้อทันที!!" อย่างไรก็ตาม "เมื่อฤดูหนาวมาถึง ความไม่สะดวกต่างๆ ก็เริ่มปรากฏเด่นชัด ถึงแม้จะปิดประตูหน้าต่างสนิท แต่ลมก็ยังพัดหวีดหวิวผ่านรอยแยก บางคืนเสียงลมคำรามราวกับพายุระดับ 8 แต่เมื่อมองลงไปด้านล่าง ต้นไม้กลับแทบไม่ไหวติง ตอนนั้นเองที่ฉันรู้ว่าลมบนที่สูงรุนแรงเพียงใด..."


     ตรงกันข้ามกับความเชื่อว่าชั้นสูงจะเงียบสงบกว่า "ถงซิน" กลับต้องทนกับเสียงดังจากทางด่วนและรถไฟใต้ดิน ที่สะท้อนขึ้นมาตลอดทั้งวันทั้งคืน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความกังวลมากที่สุดคือลิฟต์ หลังจากใช้งานมานานกว่า 20 ปี ลิฟต์ 2 ตัวของอาคารเกิดขัดข้องบ่อยครั้ง ผู้อยู่อาศัยทุกครั้งที่ก้าวเข้าไปต่างรู้สึกหวาดหวั่น กลัวว่าประตูจะปิดไม่สนิทหรือค้างอยู่กลางอากาศ

     "ถงซิน" กล่าวว่า "ครั้งหนึ่งเพื่อนบ้านมีลูกเป็นไข้สูง รอลิฟต์นานถึง 15 นาทีก็ยังมาไม่ถึง สุดท้ายต้องอุ้มลูกวิ่งลงบันไดจากชั้น 25"

     "ต้าอิน" ซึ่งอาศัยอยู่ชั้น 30 ของอาคารชุดแห่งหนึ่ง ในเมืองชิงเต่า ก็ประสบปัญหาไม่ต่างกัน เขามักเจอกับแรงดันน้ำที่อ่อนและน้ำเปลี่ยนสี เนื่องจากระบบเพิ่มแรงดันมีปัญหา ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน หากต้องการอาบน้ำ เขาจำเป็นต้องรอจนถึงเที่ยงคืน ฤดูหนาว อุณหภูมิในห้องของเขามักต่ำกว่ามาตรฐาน เนื่องจากการสูญเสียความร้อนของอาคารชั้นสูง แม้จะชำระค่าทำความร้อนครบถ้วนก็ตาม "ต้าอิน" กล่าวว่า "สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือวันที่มีพายุ ทั้งอาคารสั่นไหวเล็กน้อย ให้ความรู้สึกราวกับวันสิ้นโลก..."

     เมื่อความไม่สะดวกเหล่านี้ บั่นทอนความอดทน เจ้าของบ้านจำนวนมากตัดสินใจขายทิ้ง และ จึงตระหนักว่าตนเองตกอยู่ในกับดักทางการเงิน...

     ปัจจุบันปี 2026 "ถงซิน" ประกาศขายอพาร์ตเมนต์ของเธอ ในราคา 3.5 ล้านหยวน ซึ่งต่ำกว่าราคาซื้อเดิมถึง 1.6 ล้านหยวน หากรวมดอกเบี้ยเงินกู้ เธอขาดทุนยับเกือบ 2 ล้านหยวน โดยเธอกล่าวอย่างขมขื่นว่า "เพราะบ้านหลังนี้ ฉันอาจต้องเลื่อนเกษียณออกไปอีก 10 ปี" และ "จนถึงตอนนี้ฉันยังหาคนซื้อไม่ได้เลย"


     ที่นครฉงชิ่ง "หลิน หลิน" ได้เผชิญสถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่า โดยในปี 2016 เธอกู้ยืมเงินเพื่อซื้ออพาร์ตเมนต์ขนาด 71 ตารางเมตร ราคา 950,000 หยวน กระทั่งปี 2024 เนื่องจากตกงานและไม่สามารถผ่อนดอกเบี้ยได้ เธอจำเป็นต้องขายบ้านเพื่อใช้หนี้ แต่ราคาประเมินตลาดกลับเหลือไม่ถึง 500,000 หยวน

     "เหยียน เชา" นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ในเมืองอู่ฮั่น กล่าวว่า "ทัศนคติของผู้ซื้อได้เปลี่ยนไปอย่างมาก... เมื่อไม่กี่ปีก่อน ผู้คนยังต่อแถวยาวข้ามคืนเพื่อแย่งซื้อห้องชั้นสูงอยู่เลย" และ "ลูกค้ารายหนึ่งของผม เคยซื้ออพาร์ตเมนต์ชั้น 60 ในราคา 1.5 ล้านหยวน แต่เมื่อพาพ่อแม่สูงอายุมาอยู่อาศัย ทั้ง 2 เกิดความกลัวความสูงและกังวลว่าลิฟต์จะเสีย จึงยืนกรานขอย้ายออก ปัจจุบันห้องดังกล่าวประกาศขายในราคา 730,000 หยวน แต่ก็ไม่มีใครสนใจซื้ออยู่ดี..."

     "เหยียน เชา" กล่าวอีกว่า "สถิติ ณ เดือนพฤศจิกายน 2025 ระบุว่า "จีนมีอาคารสูงกว่า 100 เมตร มากกว่า 5,000 แห่ง" ซึ่งมีความเสี่ยงที่ผู้ซื้อจะต้องแบกรับ ซึ่งมีดังนี้เช่น..."
     1. ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เนื่องจากเคยเกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงในอาคารสูงหลายครั้ง เช่น เหตุที่หนานจิงในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 15 ราย และ เหตุที่ฮ่องกงในเดือนพฤศจิกายน 2025 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 100 ราย รถดับเพลิงทั่วไปสามารถเข้าถึงได้เพียงชั้น 17 ผู้อยู่อาศัยตั้งแต่ชั้น 18 ขึ้นไปแทบต้องพึ่งพาการเอาตัวรอดด้วยตนเอง หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน แม้สาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ที่ฮ่องกงจะซับซ้อน แต่รากของปัญหายังคงอยู่ที่การเสื่อมสภาพ ของโครงสร้างพื้นฐานอยู่ดี...
     2. ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่สูงลิ่ว โดย อาคารสูง 30 ชั้น เมื่อผ่านไป 20 ปี จะเข้าสู่ช่วงต้องซ่อมแซมครั้งใหญ่ ท่อประปา ระบบไฟฟ้า และ ลิฟต์ต่างเสื่อมสภาพ ค่าใช้จ่ายสะสมตลอด 50 ปีอาจสูงถึง 1.8 เท่าของมูลค่าห้องชุด และ เมื่อกองทุนบำรุงรักษาหมดลง การระดมเงินจากผู้อยู่อาศัยนับร้อยครัวเรือน เพื่อเปลี่ยนลิฟต์เป็นเรื่องยากยิ่ง อีกทั้งการรื้อถอนเพื่อสร้างใหม่ ก็แทบเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากต้นทุนสูงเกินกว่าผลตอบแทนที่ผู้พัฒนาจะได้รับ


อ้างอิง : https://vnexpress.net/nhieu-nguoi-trung-quoc-rut-lui-khoi-can-ho-tang-cao-5002143.html

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุดนกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทยปรี๊ดแตก! เด็กเขมรโต้ข่าวขอกลับมาเรียนที่ไทย..อ้างสื่อไทยปั่นข่าวมั่ว!!5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลวประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกนักวิทย์ค้นพบแหล่งน้ำที่เก่าแก่ที่สุดบนโลก อดใจไม่ไหวจึงลองดื่มดูจังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น"คาร์โบไฮเดรตที่ดีที่สุดในโลก" ไม่ใช่ข้าวกล้อง...จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดนอินฟูชาวเขมรดัง โรน่า อ้าง ชาวอีสาน มีเชื้อสายเขมร เจอสวนกลับหน้าแหกนักเรียนกัมพูชาสะเทือนโซเชียล ประกาศขอยอมขาดเรียน 6 เดือน ดีกว่าเรียนกับครูในประเทศ ย้ำ “ครูไทยเก่งกว่า” จุดกระแสดราม่าข้ามชาติบริษัทผลิตยาฆ่ๅแมลง จัดพิธีรำลึกถึงแมลงสาบและยุง ที่ถูกกำจัดไป
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
บริษัทผลิตยาฆ่ๅแมลง จัดพิธีรำลึกถึงแมลงสาบและยุง ที่ถูกกำจัดไปนักเรียนกัมพูชาสะเทือนโซเชียล ประกาศขอยอมขาดเรียน 6 เดือน ดีกว่าเรียนกับครูในประเทศ ย้ำ “ครูไทยเก่งกว่า” จุดกระแสดราม่าข้ามชาติปรี๊ดแตก! เด็กเขมรโต้ข่าวขอกลับมาเรียนที่ไทย..อ้างสื่อไทยปั่นข่าวมั่ว!!"เด็กเขมร" อยากกลับมาเรียนหนังสือในไทย คุณคิดยังไง?ม้าร้องไห้ ตุ๊กตาที่ขายดีจากความผิดพลาดสนามบินที่มีขนาดเล็กที่สุด ที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่จริงบนโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ช่างตัดผม "ใช้พลั่วและเตารีด" ในการตัดผม กลับโด่งดังไปทั่วโลกบริษัทผลิตยาฆ่ๅแมลง จัดพิธีรำลึกถึงแมลงสาบและยุง ที่ถูกกำจัดไปสาวอุซเบกิสถานโดนลูกโป่งระเบิดใส่หน้าอย่างจังปรี๊ดแตก! เด็กเขมรโต้ข่าวขอกลับมาเรียนที่ไทย..อ้างสื่อไทยปั่นข่าวมั่ว!!
ตั้งกระทู้ใหม่