หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เด็กที่เกิดในเดือนเหล่านี้มักจะมีโอกาสสูงที่สุดที่จะได้เป็นซีอีโอและหมอ


เขียนโดย หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์



     ในสังคมของเราๆมักได้ยินความเชื่อที่บอกต่อกันมาว่า "การให้กำเนิดลูกในปีที่ถูกโฉลกกับพ่อแม่ จะช่วยให้ชีวิตราบรื่นและทำมาค้าขึ้น" แต่คุณเคยตั้งคำถามหรือไม่ว่า "เหตุใดในห้องเรียนเดียวกัน เด็กบางคนจึงโดดเด่น เป็นผู้นำ มีความมั่นใจจนได้เป็นหัวหน้าห้อง ในขณะที่เด็กอีกกลุ่มหนึ่งกลับต้องพยายามอย่างหนัก เพื่อไล่ตามเพื่อนให้ทัน?"


     คำตอบอาจอยู่ในงานวิจัยเชิงระบบ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ เมื่อปี 2011 ซึ่งอ้างอิงจากข้อมูลการสำรวจสำมะโนประชากร โดยงานวิจัยนี้ได้วิเคราะห์อาชีพหลัก 19 กลุ่ม และ พบว่า "ผู้ที่เกิดในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ มีสัดส่วนสูงอย่างเห็นได้ชัดในกลุ่มอาชีพที่มีรายได้ สูงที่สุดของสังคมอังกฤษ!! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป" ที่เกิดในเดือนมกราคม มีสัดส่วนสูงถึง 10.2% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยที่ 8.3% อย่างชัดเจน ในทำนองเดียวกัน "กลุ่มผู้บริหารระดับสูง" ซึ่งเป็นผู้นำองค์กรขนาดใหญ่ ที่มีรายได้หลายล้านปอนด์ต่อปี ก็มีผู้ที่เกิดในเดือนนี้สูงถึงประมาณ 10% เช่นกัน..."

คำถามจึงเกิดขึ้นว่า "เหตุใดโชคชะตาจึงดูเหมือนจะเอื้ออำนวย ต่อเด็กที่เกิดในช่วงต้นปีเป็นพิเศษ?"
     ความลับประการแรกไม่ได้เกี่ยวข้องกับดวงดาวหรือราศี หากแต่อยู่ที่ระบบการศึกษา ในประเทศอังกฤษ วันที่ 1 กันยายน จะเป็นเส้นตายในการกำหนดอายุเข้าเรียน ซึ่งส่งผลให้เด็กที่เกิดในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์มีอายุมากกว่าเพื่อนร่วมชั้น ที่เกิดในช่วงฤดูร้อนถึงประมาณ 7–11 เดือน

     ในวัยอนุบาลและประถมศึกษา ความแตกต่างเกือบ 1 ปีนี้ ถือเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ ทั้งในด้านพัฒนาการทางสติปัญญา ร่างกาย และ วุฒิภาวะทางสังคม โดยเด็กที่โตกว่าจึงมักโดดเด่น ได้รับความสนใจและความไว้วางใจจากครู และ มักถูกมอบหมายบทบาทผู้นำ เช่น หัวหน้าห้องหรือหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งความมั่นใจดังกล่าวก่อให้เกิด "วงจรแห่งความสำเร็จ" กล่าวคือ "ยิ่งเด็กมีความมั่นใจมากเท่าใด ก็ยิ่งพยายามมากขึ้น และ เมื่อพยายามมากขึ้น ผลลัพธ์ทางการเรียนก็ยิ่งดีขึ้น"


     โดยงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า "เด็กกลุ่มนี้มีผลการเรียนในวิชาหลักสูง กว่าเพื่อนที่เกิดปลายปีอย่างชัดเจน ซึ่งเปิดโอกาสให้เข้าสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำ และ ต่อยอดสู่สายอาชีพที่มีรายได้สูง เช่น แพทยศาสตร์หรือการเงิน"

     ไม่เพียงเท่านั้น วิทยาศาสตร์ยังพบความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิด ระหว่างสภาพแวดล้อมในครรภ์กับพัฒนาการทางสติปัญญา โดยเด็กที่เกิดในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ จะมีช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ อยู่ในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงที่มีแสงแดดอุดมสมบูรณ์ที่สุด การที่ผู้เป็นแม่ได้รับวิตามินดีจากธรรมชาติอย่างเพียงพอ มีส่วนช่วยให้ระบบประสาทของทารกพัฒนาได้ดียิ่งขึ้น เสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับแรงกดดัน และ เพิ่มความเฉียบแหลมทางความคิด ได้อีกด้วย!"

     นอกจากนี้ การเกิดในฤดูหนาวที่มีอากาศหนาวเย็น ยังถูกมองว่าเป็นการฝึกฝนระบบภูมิคุ้มกันตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งอาจส่งเสริมให้เด็กมีบุคลิกที่เข้มแข็ง อดทน และ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค โดยคุณลักษณะเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญ สำหรับการทำงานในตำแหน่งที่มีความกดดันสูง เช่น ผู้บริหารระดับสูงหรือศัลยแพทย์


     อย่างไรก็ตาม อย่าปล่อยให้เดือนเกิดกลายเป็นโชคชะตาที่ตายตัว ถึงแม้ว่าตัวเลขทางสถิติจะให้มุมมองที่น่าสนใจ แต่วัตถุประสงค์ของงานวิจัยก็ไม่ได้ต้องการให้ผู้ปกครอง กังวลเกี่ยวกับการเลือกเดือนเกิดของลูก หากแต่เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงประเด็น เรื่องความเสมอภาคในระบบการศึกษา... และ หากลูกหลานของคุณ เกิดในช่วงปลายปีและดูเหมือนจะพัฒนาช้ากว่าเพื่อน ขอให้เข้าใจว่านั่นเป็นเพียงความแตกต่างทางอายุชีวภาพ ไม่ใช่ข้อจำกัดด้านความสามารถ อย่ารีบตีตราหรือกดดันเด็กมากเกินไป แต่ควรมอบเวลาและพื้นที่ ให้เขาเติบโตตามจังหวะของตนเอง...

     สำหรับผู้ปกครอง แทนที่จะยึดติดกับความเชื่อไสยศาสตร์ ควรให้ความสำคัญกับคุณค่า ที่เป็นรูปธรรมมากกว่า เช่น การดูแลโภชนาการระหว่างตั้งครรภ์ให้ครบถ้วน และ การปลูกฝังวินัย ความมั่นใจ และความพยายามให้กับบุตรตั้งแต่วัยเยาว์ ท้ายที่สุดแล้ว เดือนเกิดอาจมอบความได้เปรียบในช่วงเริ่มต้นชีวิต แต่สิ่งที่กำหนดว่าลูกของคุณจะยืนอยู่ ณ จุดใดบนแผนที่แห่งความสำเร็จ คือ ความเพียรพยายาม และ ความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง และ ขอให้จดจำไว้ว่า "ดอกไม้ทุกดอก ย่อมมีช่วงเวลาบานที่แตกต่างกัน..."


อ้างอิง : https://cafef.vn/dua-tre-sinh-vao-nhung-thang-nay-thuong-co-chi-so-giau-co-vuot-troi-kha-nang-tro-thanh-ceo-va-bac-si-cao-nhat-18826010714504956.chn

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์'s profile
เขียนโดย หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์
นักข่าวสายไวรัล–ข่าวต่างประเทศ
เชี่ยวชาญพาดหัวแรง สรุปไว ตรงจุด
ถ่ายทอดประเด็นสำคัญให้เข้าใจทันทีในไม่กี่วินาทีแรก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: Thorsten, หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุดต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"5 พฤติกรรมที่คนจนทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว (คนรวยไม่ทำ)จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้าน4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569จังหวัดที่มีแม่น้ำมากที่สุดในไทย คือที่ไหน? และเพราะอะไรถึงต่างจากภูเก็ตประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุดไขคำตอบ เพรียงเกาะวาฬกับเต่าทะเล มีประโยชน์หรือโทษกันแน่5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้7 มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะแพทย์หลักสูตรนานาชาติในปัจจุบัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Longevity การมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ เพราะการมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่แค่อายุที่เพิ่มขึ้นอีก 1 ปี แต่ต้องมีชีวิตที่มีคุณภาพเพิ่มอีก 1 ปีประเทศที่กินชาไทยมากที่สุด ไม่ใช่ไทย แต่คือจีนจากฮีโร่หนีตาย สู่แก๊งเพื่อนซี้ตามจีบสาว ปฏิบัติการ "หลงทางเพราะรัก"เตรียมอุดมเดือด สมัครพุ่ง 13,895 คน แย่ง 1,520 ที่นั่ง สถิติสูงสุด 18 ปีAI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 เม.ย. 69 จากสถิติย้อนหลัง 20 ปีชมพระอาทิตย์ตกสวยๆ ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เชียงคาน เลย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ฟ้องชู้แต่แพ้คดี! ศาลญี่ปุ่นตัดสิน "กอด-จูบ-อยู่ลำพัง" ไม่ถือเป็นชู้ ถ้าไม่มีหลักฐานลึกซึ้งส่องกลยุทธ์ครูจีน! ใช้โปรไฟล์ "จางหลิงเฮ่อ" ป้องกันความรักในวัยเรียน ดึงสติเด็กให้กลับมาติวเข้มหอไอเฟลหลบไป! "หมูเด้ง" นั่งแท่นพยานรัก เชฟอิตาลีเซอร์ไพรส์ขอแฟนแต่งงานหน้าบ่อฮิปโปสภาไทยถกเดือด! ปมเลี้ยงอาหาร สว.เปรมศักดิ์ ถูกวิจารณ์หนักโซเชียลสวนแรง “เงินแสนยังไม่พอ?”
ตั้งกระทู้ใหม่