การถาม AI หนึ่งครั้ง เท่ากับเทน้ำทิ้ง 1 ขวด
เขียนโดย rollwithus
สวัสดีชาวโพสต์จังทุกคน วันนี้เอาสาระดีๆมาฝากอีกแล้วเช่นเคย มันเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิดมาก ใครจะไปเชื่อว่าเจ้า AI ล้ำๆ อย่าง ChatGPT หรือ Gemini ที่เรากดพิมพ์ถามกันอยู่ทุกวันนี้เนี่ย
เบื้องหลังความฉลาดของมันไม่ได้กินแค่ไฟอย่างเดียวนะ แต่มัน กินน้ำ ดุมากจนน่าตกใจเลยทีเดียว ข้อมูลเผยความลับที่บริษัทเทคโนโลยีไม่ค่อยอยากบอกเรา
ว่าทุกครั้งที่เราถาม—ตอบกับ AI อย่าง GPT-4 เพียงแค่ครั้งเดียวเนี่ย ระบบเบื้องหลังอาจจะต้องใช้น้ำสะอาดไปมากถึง 1 ขวด หรือประมาณ 500 มิลลิลิตร
เพื่อเอาไประบายความร้อนให้กับเครื่อง Server ยักษ์ใหญ่ที่ทำงานกันตัวเป็นเกลียวตลอด 24 ชั่วโมง ลองจินตนาการดูนะ ว่าวันหนึ่งมีคนใช้ AI ทั่วโลกกี่ล้านคน
ปริมาณน้ำที่เสียไปมันจะมหาศาลขนาดไหน ยิ่งถ้าเป็นการฝึกฝนโมเดลใหญ่ๆ อย่าง GPT-3 ในอดีตเนี่ย เขาต้องใช้น้ำไปมากกว่า 700,000 ลิตรเลยทีเดียว
และมีการคาดการณ์กันว่าภายในปี 2027 การใช้ AI ทั่วโลกจะดึงน้ำไปใช้สูงถึง 6.6 พันล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมันมากกว่าน้ำที่คนทั้งประเทศเดนมาร์กใช้รวมกันทั้งปีถึง 6 เท่าเลย
ความน่ากลัวของเรื่องนี้คือมันเริ่มกลายเป็นชนวนเหตุการแย่งชิงทรัพยากรน้ำระหว่าง ทุนเทคโนโลยี กับ ประชาชน ในหลายพื้นที่ทั่วโลก
อย่างที่ประเทศอุรุกวัยเมื่อปี 2023 เขาเจอภัยแล้งหนักที่สุดในรอบกว่า 70 ปี จนน้ำจืดไม่พอใช้ ชาวบ้านต้องยอมดื่มน้ำประปาที่เป็นน้ำกร่อยรสชาติเค็มๆ แทน
แต่ในขณะที่ประชาชนลำบากขนาดนั้น Google กลับมีแผนจะสร้าง Data Center ที่ต้องใช้น้ำมหาศาลเทียบเท่ากับคน 55,000 คนใช้ต่อวัน จนชาวเมืองทนไม่ไหวต้องลุกฮือขึ้นมาประท้วง
หรืออย่างในชิลีที่เจอภัยแล้งยาวนานกว่า 14 ปี ประชาชนก็ออกมาคัดค้านการสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งที่สองของ Google จนศาลต้องสั่งระงับใบอนุญาต
เพราะมันจะไปสูบน้ำใต้ดินมาใช้จนชาวบ้านไม่มีจะกินแม้แต่ในอเมริกาเองอย่างที่รัฐโอเรกอน หน่วยงานท้องถิ่นถึงขั้นเคยพยายามแอบปิดบังข้อมูลการใช้น้ำของบริษัทเทคโนโลยี
โดยอ้างว่าเป็นความลับทางการค้าแต่พอถูกบังคับให้เปิดเผยออกมาก็พบว่าบริษัทเหล่านี้ใช้น้ำไปมากกว่า 1 ใน 4 ของน้ำทั้งเมือง
ตัดภาพกลับมาที่ประเทศไทยบ้านเรา ตอนนี้รัฐบาลกำลังเดินหน้าเต็มตัวเพื่อดึงดูดค่ายยักษ์ใหญ่ทั้ง Google, Microsoft และ AWS ให้มาตั้ง Data Center ในไทย
โดยหวังจะขึ้นแท่นเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของอาเซียนแทนสิงคโปร์ ซึ่งแน่นอนว่ามันดีต่อเศรษฐกิจและตัวเลข GDP ของประเทศเรามาก
แต่สิ่งที่น่ากังวลและต้องมองให้ทะลุคือเราเตรียมตัวรับมือกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมไว้แค่ไหน เพราะศูนย์ข้อมูลพวกนี้ใช้ไฟเยอะและใช้น้ำสะอาดมหาศาล
ในวันที่โลกเรากำลังเจอกับสภาวะโลกรวน ภัยแล้งมาบ่อยขึ้น ถ้าเราบริหารจัดการไม่ดีพอ วันหนึ่งเราอาจจะต้องเลือกระหว่าง ความล้ำของเทคโนโลยี กับ น้ำกินน้ำใช้ของคนในพื้นที่
เหมือนที่หลายประเทศกำลังเจออยู่ก็ได้ แม้ตอนนี้บริษัทใหญ่ๆ จะพยายามแก้ภาพลักษณ์ด้วยการทำโครงการเติมน้ำกลับคืนสู่ธรรมชาติ
หรือใช้ระบบระบายความร้อนที่ประหยัดน้ำมากขึ้น แต่ตราบใดที่มาตรการยังไม่โปร่งใสและไม่มีกฎหมายควบคุมที่ชัดเจน วิกฤตน้ำจืดจากน้ำมือ AI ก็ยังเป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนต้องช่วยกันจับตามอง เพราะความสะดวกสบายที่เราได้รับในวันนี้ อาจจะมีราคาจ่ายเป็นน้ำจืดในอนาคตของพวกเราเอง
เขียนโดย rollwithus
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 เมษายน
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
ส่องเทรนด์ตัวเลขเด่น งวด 16 เม.ย. 69
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
LISA ปล่อยเพลงใหม่สะเทือนวงการ! แค่ไม่กี่ชั่วโมงยอดพุ่ง คนแห่ถก “นี่คือระดับโลกของจริง?”
เขมรเอาจริง! ผลักดันเมนู “หอยตากแดด” ขึ้นแท่นอาหารประจำชาติ ดันโรงแรม-ออฟฟิศชั้นนำต้องมีในเมนู






