ค่าใช้จ่ายที่ลึกซึ้ง'วิธีที่ทรัมป์คว่ํารัฐบาลกลางในปีแรกที่เขากลับมาที่วอชิงตัน
เขียนโดย แสงแห่งโชคชะตา
“ค่าใช้จ่ายที่ลึกซึ้ง” คือคำที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงและนักวิเคราะห์ในกรุงวอชิงตันใช้พูดถึง ปีแรกที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กลับมาคุมรัฐบาลกลางอีกครั้ง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงการรื้อโครงสร้างเชิงนโยบาย แต่เป็นการสั่นคลอนวิธีทำงานของรัฐส่วนกลางในระดับที่ส่งผลยาวไกลกว่าตัวเลขงบประมาณหรือจำนวนข้าราชการที่ถูกตัดออกทันทีที่ทรัมป์กลับเข้าสู่ทำเนียบขาว เขาเดินหน้าใช้แนวคิดเดิมที่คุ้นเคย นั่นคือ “รัฐบาลต้องเล็กลง แต่ต้องภักดี” หน่วยงานกลางจำนวนมากถูกตรวจสอบ ถูกบีบให้ปรับโครงสร้าง และถูกตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการดำรงอยู่ การลดงบประมาณไม่ได้มาแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เป็นการตัดแบบตรงไปตรงมา พร้อมส่งสัญญาณชัดว่า หน่วยงานใดไม่สอดคล้องกับทิศทางฝ่ายบริหาร ก็อาจกลายเป็นเป้าหมายลำดับถัดไปปีแรกของทรัมป์ในวอชิงตันจึงไม่ใช่แค่ปีแห่งการออกคำสั่งฝ่ายบริหารจำนวนมาก แต่เป็นปีแห่งความไม่แน่นอนของระบบราชการ เจ้าหน้าที่อาวุโสจำนวนหนึ่งเลือกลาออกก่อนเกษียณ ขณะที่อีกจำนวนไม่น้อยถูกโยกย้าย ถูกลดบทบาท หรือถูกแทนที่ด้วยบุคคลที่ฝ่ายบริหารมองว่า “ไว้ใจได้มากกว่า” สิ่งนี้สร้างบรรยากาศที่ต่างจากรัฐบาลก่อนหน้าอย่างชัดเจนในเชิงงบประมาณ ทรัมป์ผลักดันการตัดค่าใช้จ่ายในโครงการด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลหลายด้าน โดยให้เหตุผลว่าเป็นภาระต่อผู้เสียภาษี แต่ฝ่ายวิจารณ์มองว่า การตัดงบเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน หากเป็นการลดบทบาทของรัฐในการตรวจสอบอำนาจและคุ้มครองสาธารณะผลกระทบที่ “ลึกซึ้ง” ไม่ได้จำกัดอยู่ในวอชิงตันเท่านั้น แต่แผ่ไปถึงรัฐและชุมชนทั่วประเทศ โครงการสนับสนุนบางอย่างหยุดชะงัก การอนุมัติงบล่าช้า และเจ้าหน้าที่ภาคสนามต้องทำงานภายใต้ทรัพยากรที่จำกัดมากขึ้น ขณะที่คำสั่งจากส่วนกลางเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างนโยบายบนกระดาษกับการปฏิบัติจริงในทางการเมือง การยกเครื่องรัฐบาลกลางในปีแรกยังถูกมองว่าเป็นการ “ปูทาง” สำหรับการใช้อำนาจในระยะยาว ทรัมป์และทีมงานพยายามสร้างระบบราชการที่ตอบสนองต่อฝ่ายบริหารมากกว่าสถาบันดั้งเดิม แนวคิดนี้ถูกผู้สนับสนุนยกย่องว่าเป็นการคืนอำนาจให้ผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ฝ่ายตรงข้ามเตือนว่า อาจบ่อนทำลายหลักการถ่วงดุลที่เป็นหัวใจของประชาธิปไตยอเมริกันนักวิเคราะห์หลายคนชี้ว่า ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงของการคว่ำหรือรื้อรัฐบาลกลาง ไม่ได้วัดได้ทันทีในปีงบประมาณแรก แต่จะปรากฏในรูปของประสิทธิภาพที่ลดลง ความเชื่อมั่นที่สั่นคลอน และระบบที่พึ่งพาความภักดีมากกว่าความเชี่ยวชาญ หากผลลัพธ์เหล่านี้สะสมไปเรื่อย ๆ ต้นทุนทางสถาบันอาจสูงกว่าที่ฝ่ายบริหารคาดไว้มาก
อย่างไรก็ตาม สำหรับทรัมป์ ปีแรกถือเป็นความสำเร็จในเชิงการเมือง เขาสามารถแสดงให้ฐานเสียงเห็นว่า “พูดแล้วทำจริง” กล้าชนกับระบบราชการ และไม่ยอมถอยต่อแรงต้านจากภายในวอชิงตัน ภาพลักษณ์ผู้นำที่ท้าทายรัฐลึกยังคงเป็นอาวุธทางการเมืองที่ทรงพลังคำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า ทรัมป์คว่ำหรือรื้อรัฐบาลกลางได้มากแค่ไหนในปีแรก แต่คือ ประเทศจะต้องจ่ายต้นทุนระยะยาวอย่างไร จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพราะในขณะที่ฝ่ายบริหารมองว่านี่คือการทำให้รัฐมีประสิทธิภาพขึ้น ฝ่ายวิจารณ์กลับมองว่านี่คือการเปิดรอยร้าวในโครงสร้างที่ต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานกว่าหนึ่งวาระ
และเมื่อปีแรกผ่านไป สิ่งที่เหลืออยู่ไม่ใช่แค่ตัวเลขงบประมาณที่ถูกตัด แต่คือคำถามใหญ่ต่ออนาคตของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ว่าจะเดินหน้าในฐานะเครื่องมือของผู้นำ หรือในฐานะสถาบันที่ยืนอยู่เหนือการเมืองเฉพาะหน้า
อ้างอิงจาก: cnn bbc
เขียนโดย แสงแห่งโชคชะตา
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 เมษายน
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
ย้อนวันวาน “7 สีคอนเสิร์ต” เวทีในตำนาน! เริ่มต้นด้วยคู่ขวัญ มยุรา เศวตศิลา – ธงไชย แมคอินไตย์ ครองใจคนไทยทั้งประเทศ
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
โอมานยกเลิกค่าธรรมเนียม ผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ
5ข้อที่แมวชอบนอนเพราะอะไร
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด





