ชายวัย 38 ตกอยู่ในอาการโคม่า หลังดื่มน้ำดีปลาเพื่อเพิ่มพลังชีวิต
ศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลบั๊กไม ในกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ได้ออกมากล่าวว่า "เราเพิ่งรับผู้ป่วยชายรายหนึ่ง เข้ารักษาในภาวะปวดท้องอย่างรุนแรง อาเจียนมาก และ เกิดตับอักเสบเฉียบพลัน จากการได้รับพิษจากน้ำดีปลากระทุงหญ้า [ปลากระทุง ซึ่งเป็นปลาคาร์พชนิดหนึ่ง]"
ตามคำบอกเล่าของญาติ "ผู้ป่วยได้รับการบอกต่อว่า "น้ำดีปลากระทุง ผสมเหล้า" มีสรรพคุณดีต่อสุขภาพ ที่ช่วยทำให้มีอายุยืน กระชุมกระชวย นกเขาขันได้ดี" และ "เมื่อเขาจับปลาได้ เขาก็ผ่าท้องปลาเอาน้ำดีออกมา ผสมกับเหล้าแล้วก็ดื่ม..." และ "หลังจากนั้นประมาณ 2 ชั่วโมง เขาก็มีอาการรุนแรงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งปวดท้องอย่างทรมาน อาเจียน ท้องเสียอย่างควบคุมไม่ได้ ร่วมกับอาการหายใจลำบาก จนเราต้องนำตัวเขาส่งโรงพยาบาลฉุกเฉิน"
แพทย์กล่าวเตือนว่า "หากมารับการรักษาช้ากว่านี้ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้!!"
ก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลบั๊กไมก็เคยรับผู้ป่วยในลักษณะเดียวกัน ในกรุงฮานอยมาก่อนแล้ว โดยผู้ป่วยรายนั้นดื่มน้ำดีปลากระทุง เพื่อหวังเสริมสมรรถภาพทางเพศ แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เขาก็เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงและอาเจียนไม่หยุด จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน
ผู้อำนวยการศูนย์พิษวิทยา ดร.นพ. "เหงียน จุง เหงวียน" กล่าวว่า "ความเชื่อเรื่องการรับประทานหรือดื่ม น้ำดีปลากระทุงหรือปลาตะเพียน เพื่อบำรุงสุขภาพหรือรักษาโรค ยังคงพบได้ค่อนข้างแพร่หลายในหมู่ประชาชน บางรายถึงขั้นกลืนน้ำดีของสัตว์ชนิดอื่น เช่น หมูหรือ งู ด้วยความเชื่อคลุมเครือในสรรพคุณวิเศษ" และ "ในน้ำดีปลามีสารพิษชื่อ "5อัลฟา ไซปรินอล" ซึ่งเป็นสารที่มีความคงตัวสูง ไม่ถูกทำลายแม้ผ่านการปรุงด้วยความร้อนสูง สารพิษดังกล่าวก่อให้เกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรง ต่อระบบทางเดินอาหาร ทำลายท่อไตจนเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน และ ทำให้เกิดตับอักเสบรุนแรง หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ในสถานพยาบาล ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต!!"
เอกสารทางการแพทย์ได้บันทึกว่า ปลาหลายชนิดในวงศ์ "ปลาคาร์พ" สามารถก่อให้เกิดพิษจากน้ำดีที่มีสาร "ไซปรินอล" เช่น ปลากระทุงดำ ปลากระทุงหญ้า ปลานวลจันทร์ ปลานวลจันทร์น้ำจืด และ ปลาคาร์พเวียดนาม นอกจากนี้ ยังพบว่าสัตว์และปลาบางชนิดอื่นๆ ก็มีสารพิษในลักษณะเดียวกัน"
แพทย์จึงขอเตือนประชาชนอย่างเด็ดขาดว่า "ไม่ควรรับประทาน ดื่ม หรือ กลืนน้ำดีปลา หรือน้ำดีของสัตว์ใดๆทั้งสิ้น" และ "ขณะเตรียมประกอบอาหารจากปลา ควรกำจัดถุงน้ำดีออกให้หมด หากน้ำดีแตก ควรล้างทำความสะอาดซ้ำหลายครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ต่อการเกิดพิษที่อาจนำไปสู่ผลร้ายแรงดังกล่าว..."
อ้างอิง : https://docnhanh.vn/doi-song/uong-mat-ca-tram-de-tang-sinh-luc-nguoi-dan-ong-38-tuoi-roi-vao-tinh-trang-nguy-kich-tintuc1023458
ประเทศที่คนจบปริญญามากที่สุด 10 อันดับแรกของโลก
ถนนเลียบทะเล'ที่ยาวที่สุด'ในประเทศไทย
เด็กชายวัย 12 จากเท็กซัส สร้างประวัติศาสตร์ ความสำเร็จในการสร้าง "เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชัน" ด้วยตนเอง
มาดู 5 ธุรกิจ “เสือนอนกิน” ลงทุนครั้งเดียวกินยาวๆ
ประเทศที่นิยมเรียนในไทย มีนักศึกษาเข้ามาเรียนต่อในประเทศไทยมากที่สุด
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
วิเคราะห์เพลง "ควายหาย" สุรพล สมบัติเจริญ: สถาบันความเชื่อและการต่อรองเชิงอำนาจในวิถีชาวนา
ทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำเงินมากที่สุด อันดับหนึ่งของโลกตลอดกาล
พบ "ตะโขง" สัตว์ที่เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์แล้วในไทยเป็นครั้งแรก พร้อมภาพชัดเจน
มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคอีสาน
น้ำปลาที่มียอดขายมากที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศไทย
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/2/69
เครื่องบินรบที่แพงที่สุด มีต้นทุนการผลิตสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก




