น้ำท่วมใต้พรากชีวิต! รัฐบาลทุ่ม 2 ล้าน/ศพ เยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียสู้ไม่ถอย!
เขียนโดย พอแล้วกับชีวิต

พื้นที่ประสบภัย (สงขลา/นครศรีธรรมราช) – หัวใจคนไทยแทบสลาย เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้ยังคงทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้หนักหน่วง แม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงในหลายพื้นที่ แต่ยอดผู้เสียชีวิตกลับพุ่งสูงถึง 85 ราย ใน 9 จังหวัด นี่คือความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ยากจะทำใจเพื่อบรรเทาความทุกข์ระทมของครอบครัวผู้สูญเสีย รัฐบาลได้ประกาศมาตรการเยียวยาเร่งด่วน โดยจะมอบเงินช่วยเหลือถึง 2 ล้านบาทต่อผู้เสียชีวิต 1 ราย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้พวกเขาได้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ขณะเดียวกัน หน่วยกู้ภัยและจิตอาสายังคงทำงานแข่งกับเวลา เพื่อฟื้นฟูพื้นที่และส่งมอบความช่วยเหลือที่จำเป็นให้กับผู้ประสบภัยที่ยังต้องต่อสู้กับผลกระทบจากมหาอุทกภัยครั้งนี้
เนื้อหาโดย: พอแล้วกับชีวิต
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดวาร์ป 5 จังหวัด ค่าครองชีพถูกม๊าก แต่คุณภาพชีวิตดีเว่อร์
เปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?
นกเอี้ยงสาริกา จากนกมงคลแดนสยาม สู่มหันตภัยมีปีกแห่งออสเตรเลีย
ประเทศที่ถือครองทองคำสำรองน้อยที่สุดในอาเซียน
8 ดอกไม้ห้ามไหว้พระ
น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทย
ตึกที่มีความสูงมากกว่า 80 ชั้น เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในไทย
เพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชน
10 ที่เที่ยวลับในไทย สวยระดับโลก แต่คนยังไปไม่เยอะ
10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทยHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
6 ข้อ ต่างชาติ มั่นใจสงกรานต์ไทยสนุกที่สุดในโลก
เดือดข้ามแดน! “ฮุน มาเนต” ประกาศใช้ทุกวิถีทาง ดึงไทยขึ้นศาลโลก
5 อันดับ ทรงผมยอดฮิตของชายไทย
กากหมู กินไปแล้วร่างกายเราจะเป็นอย่างไร? ความจริงเรื่อง “ไขมัน” และ “คอเลสเตอรอล” ที่คุณอาจคาดไม่ถึง....
"ปราโบโว" เข้าพบ "ปูติน" กระชับความสัมพันธ์ อินโด-รัสเซีย!
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุดกระทู้อื่นๆในบอร์ด
ข่าววันนี้
"ปราโบโว" เข้าพบ "ปูติน" กระชับความสัมพันธ์ อินโด-รัสเซีย!
คนจีนซื้อหนังไทยไปรีเมกใหม่ รายได้ถล่มทลายระดับพันล้าน
กระทรวงวัฒนธรรม "เขมร" ประกาศลั่น "วาฟเฟิล" คือขนมโบราณประจำชาติ งานนี้ต้นตำรับยุโรปถึงกับกุมขมับ
ก๊อปก็คือก๊อป สงกรานต์ไทยโดนแปลพัง “รดน้ำดำหัว” กลายเป็น “รดน้ำที่หัว”