ดราม่าเดือด! “แตงโมลง” ฟ้อง “ปิยะพงษ์” 1 ล้าน — ผู้ถูกกล่าวโอดหนัก “ทำแบบนี้ผมก็ตาย จะสู้ยังไงครับ?”
“แตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง” เดือด! เดินหน้าฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด 1 ล้านบาท ลั่น “ไม่รับคำขอโทษ” ชี้หมิ่นประมาทบนโลกออนไลน์ต้องมีขอบเขต
ในยุคที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่สำหรับการแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง สังคม หรือแม้แต่ “กีฬา” ก็หลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะมีทั้งเสียงชม เสียงด่า และเสียงวิพากษ์จากผู้ชมทั่วประเทศ ล่าสุดโลกออนไลน์ก็สั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อเพจชื่อดังสายฟุตบอล “แตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง” ซึ่งมีพิธีกรหลักคือ “แตงโม” พงษ์พิสุทธิ์ ผิวอ่อน ลูกชายของตำนานกองหน้าทีมชาติไทย “ตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ออกมาประกาศ “ฟ้องจริง ไม่ขอรับคำขอโทษ” ต่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่คอมเมนต์ในลักษณะหมิ่นประมาท ทำให้เพจเสียหาย
🔹 จุดเริ่มต้นของดราม่า: จากการพูดถึง “อิชิอิ” ถึงการเดือดกลางคอมเมนต์
เหตุการณ์เริ่มต้นจากคลิปรายการ “แตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง” ตอนล่าสุด ซึ่งสองพิธีกรพ่อลูกชื่อดังได้พูดถึงประเด็นร้อนในวงการฟุตบอลไทย — นั่นคือการที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยกเลิกสัญญา มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย
ในคลิปดังกล่าว “เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ได้แสดงความคิดเห็นในเชิงวิเคราะห์อย่างมืออาชีพ โดยระบุว่า การปลดโค้ชอิชิอิเป็นการตัดสินใจของสภากรรมการสมาคมฟุตบอลฯ โดยมีฝ่ายเทคนิคเสนอข้อมูลประกอบ ส่วนตัวเขาเองพร้อมรับผิดชอบหากผลงานของทีมชาติไทยในยุคของ แอนโธนี ฮัดสัน ไม่เป็นไปตามเป้า เช่น ตกรอบคัดเลือกเอเชียนคัพ หรือแม้แต่หาก “บุกแพ้ศรีลังกา” ก็จะลาออกทันที
เนื้อหาในรายการดังกล่าวมีเจตนาเพื่อนำเสนอข้อมูลเชิงวิเคราะห์กีฬาเช่นเคย แต่กลับมีผู้ชมบางรายคอมเมนต์ด้วยถ้อยคำที่ทางเพจเห็นว่า “เกินขอบเขตของการวิจารณ์” และเข้าข่าย “หมิ่นประมาท” ต่อชื่อเสียงของเพจและบุคคลในคลิป
🔹 “แตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง” โพสต์แคปแชทชัด เดินหน้าฟ้อง 1 ล้านบาท
ต่อมา เพจ “แตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง” ได้โพสต์ภาพแคปหน้าจอการสนทนากับบุคคลหนึ่งที่เคยคอมเมนต์พาดพิง พร้อมระบุข้อความว่า “ฟ้อง 1 ล้านบาทครับ ผมเคยชนะคดีแบบนี้มาแล้ว”
ในบทสนทนา อีกฝ่ายได้พยายามขอร้องไม่ให้ฟ้อง โดยบอกว่า “ผมก็แค่อินกับโค้ชมากไป แค่ทำมาหากินก็ลำบากอยู่แล้ว อย่าเลยครับพี่” และยืนยันว่า “ยินดีขอโทษ”
แต่ทางเพจตอบกลับอย่างชัดเจนว่า “ไม่รับคำขอโทษครับ คุณคอมเมนต์เก่ง ลองดูครับ ผมทำตามกฎหมาย”
แม้คู่กรณีจะพยายามพูดดีและยอมขอโทษอย่างจริงใจ พร้อมลบคอมเมนต์ที่ทำให้เกิดปัญหา และบอกว่าจะติดตามเพจเหมือนเดิม แต่ทาง “แตงโมฯ” ก็ยังยืนยันจุดยืนว่า “คอมเมนต์ไม่มีลิมิต ชีวิตจ่ายเกินล้าน”
🔹 “คอมเมนต์ต้องมีขอบเขต” เพจดังประกาศจุดยืนชัด
หลังโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว ก็มีผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงความเห็น ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับการใช้สิทธิตามกฎหมาย และฝ่ายที่มองว่าเป็นการ “ฟ้องเกินเหตุ” เพราะผู้คอมเมนต์ได้ขอโทษแล้ว
โดยทางเพจ “แตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง” ได้ตอบกลับคอมเมนต์บางส่วน เช่น
“คนสาธารณะ ถ้าเมนต์ไม่ได้ ต่อไปก็ขอผ่านครับ” → เพจตอบว่า “เมนต์สุภาพได้ครับ”
“ใจมดแดง เลิกทำช่องฟุตบอลไทยแลนด์ ช่องนี้คนด่าไม่ได้ ต้องชมอย่างเดียว” → เพจตอบว่า “ไม่ได้ทำช่องมาให้ด่าครับ”
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่าทีมงานของเพจต้องการรักษามาตรฐานของพื้นที่การพูดคุยเกี่ยวกับฟุตบอลให้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่ใช้คำหยาบหรือล้ำเส้นจนกลายเป็นการดูหมิ่นบุคคล
🔹 ประเด็นทางกฎหมาย: “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” และมาตรา 328
ทางเพจได้อ้างถึง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ซึ่งเกี่ยวข้องกับ “ความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” เช่น การโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย หรือสื่อออนไลน์ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
บทลงโทษตามมาตราดังกล่าว คือ “จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” และหากผู้เสียหายฟ้องร้องทางแพ่ง ก็อาจเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมได้อีก ซึ่งในกรณีนี้เพจ “แตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง” ประกาศว่าจะดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 1 ล้านบาท
นักกฎหมายหลายคนเคยอธิบายไว้ว่า แม้การคอมเมนต์บนโซเชียลจะเป็นสิทธิของประชาชนในการแสดงความคิดเห็น แต่หากข้อความนั้นพาดพิง ดูหมิ่น หรือกล่าวหาบุคคลอื่นในลักษณะที่ทำให้ชื่อเสียงเสียหาย ย่อมถือเป็น “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ได้ทันที
🔹 “แตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง” คือใคร ทำไมถึงเป็นเพจฟุตบอลที่มีอิทธิพลในไทย
เพจ “แตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง” ถือเป็นหนึ่งในสื่อคอนเทนต์ฟุตบอลออนไลน์ที่มีอิทธิพลมากในประเทศไทย ด้วยจำนวนผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคน บนหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง YouTube, Facebook และ TikTok
จุดเด่นของรายการคือการนำเสนอข่าวฟุตบอลไทยและต่างประเทศในมุมมองที่สนุก มีสาระ และแฝงอารมณ์ขัน โดยมี “แตงโม” พงษ์พิสุทธิ์ ทำหน้าที่พิธีกรหลัก ร่วมกับคุณพ่อ “ตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตกองหน้าทีมชาติไทยที่เคยฝากตำนานไว้ในเอเชีย
นอกจากนั้น รายการยังมีช่วง “แตงโมยิงตรง” ที่พูดถึงประเด็นร้อนในวงการฟุตบอลแบบตรงไปตรงมา ทำให้มีทั้งแฟนคลับที่ติดตามอย่างเหนียวแน่น และบางครั้งก็มีเสียงวิจารณ์ที่รุนแรงจากผู้ชมบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับความเห็นของรายการ
🔹 โลกออนไลน์กับ “เส้นบางๆ ระหว่างคำวิจารณ์กับการหมิ่นประมาท”
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นปัญหาใหญ่ของยุคดิจิทัล — คือเส้นแบ่งระหว่าง “การแสดงความคิดเห็น” และ “การหมิ่นประมาท” ที่บางครั้งผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอาจไม่รู้ตัวว่าได้ก้าวข้ามเส้นนั้นไปแล้ว
หลายคนมองว่า “ก็แค่พิมพ์คอมเมนต์ ไม่เห็นจะเป็นไร” แต่ในความเป็นจริง ข้อความทุกคำที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์สามารถเข้าข่าย “การโฆษณา” ได้ทันที เพราะมีคนเห็นเป็นจำนวนมาก การด่าโดยใช้อารมณ์หรือเขียนพาดพิงบุคคลอื่นในทางเสียหายอาจถูกฟ้องได้ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา
กรณีของ “แตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง” จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญที่ทำให้หลายคนเริ่มตระหนักว่า “โลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับคำพูดที่ไม่มีความรับผิดชอบ”
🔹 ฝั่งชาวเน็ตเสียงแตก: บางคนเห็นด้วย บางคนมองว่าแรงไป
หลังจากเพจโพสต์ข้อความประกาศฟ้อง 1 ล้านบาท ชาวเน็ตจำนวนมากได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง
บางส่วนมองว่าเพจทำถูกต้อง เพราะแม้จะเป็นบุคคลสาธารณะ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องยอมรับการด่าหรือดูหมิ่นที่เกินขอบเขต เช่น ความเห็นหนึ่งระบุว่า
“ดีแล้วครับ ฟ้องเลย จะได้รู้ว่าการพิมพ์อะไรลงไปต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเองบ้าง”
ขณะที่อีกฝั่งกลับมองว่า การฟ้อง 1 ล้านบาทต่อคนธรรมดาอาจเป็นการใช้กฎหมายเกินจำเป็น เช่นความคิดเห็นที่ว่า
“เขาก็ขอโทษแล้ว ลบคอมเมนต์แล้ว ทำไมไม่ให้อภัยกันบ้าง โลกมันโหดไปหรือเปล่า”
อย่างไรก็ตาม ทางเพจยืนยันว่าการดำเนินการตามกฎหมายเป็นเรื่องของหลักการ ไม่เกี่ยวกับการอาฆาตส่วนตัว และถือเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมแบบเดิมซ้ำอีกในอนาคต
🔹 มุมมองจากนักกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญสื่อ
นักกฎหมายหลายท่านมองว่าการที่เพจหรือบุคคลสาธารณะเริ่มลุกขึ้นมาใช้สิทธิ์ทางกฎหมายเช่นนี้ ถือเป็น “แนวโน้มที่ดี” เพราะจะช่วยให้สังคมออนไลน์มีระเบียบมากขึ้น
รศ.ดร.ชาญวิทย์ วงศ์สกุล นักวิชาการด้านกฎหมายสื่อ อธิบายว่า
“การวิพากษ์วิจารณ์เป็นสิทธิ์พื้นฐานของประชาชน แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสุภาพ และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง การที่เพจดังอย่างแตงโมฯ ฟ้องร้องถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้คนระวังคำพูดมากขึ้น”
ขณะที่นักสื่อสารมวลชนอีกกลุ่มหนึ่งชี้ว่า เหตุการณ์นี้ควรเป็น “บทเรียนทั้งสองฝ่าย” ทั้งผู้คอมเมนต์ที่ต้องระวังคำพูด และเพจที่ควรเปิดรับความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล
🔹 “แตงโม” ย้ำจุดยืน – ทำเพื่อปกป้องชื่อเสียง ไม่ได้ทำเพื่อเงิน
ภายหลังเกิดกระแสข่าวดัง “แตงโม พงษ์พิสุทธิ์” ได้โพสต์ข้อความผ่านช่องทางส่วนตัวอีกครั้ง ย้ำว่าเจตนาหลักของการฟ้องร้องไม่ได้ต้องการเงิน 1 ล้านบาทจริงๆ แต่เป็นการรักษาเกียรติและชื่อเสียงของตนและทีมงาน
เขากล่าวว่า
“บางคนคิดว่าผมใจร้ายที่ไม่รับคำขอโทษ แต่ถ้าเรายอมให้คนมาด่ามาดูหมิ่นโดยไม่รับผิดชอบ แล้วบอกแค่ขอโทษจบ มันจะไม่มีใครเรียนรู้เลยครับ”
ข้อความดังกล่าวได้รับเสียงสนับสนุนจำนวนมากจากแฟนคลับที่เห็นด้วยกับแนวคิดเรื่อง “ความรับผิดชอบต่อคำพูดในโลกออนไลน์”
🔹 สรุป: ดราม่าที่สะท้อนวัฒนธรรมการคอมเมนต์ของคนไทย
กรณี “แตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง” ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังสะท้อนภาพวัฒนธรรมการแสดงความเห็นของผู้ใช้โซเชียลในไทยได้อย่างชัดเจน ว่าหลายคนยังไม่เข้าใจว่าคำพูดบนอินเทอร์เน็ตมี “ผลทางกฎหมาย” เช่นเดียวกับคำพูดในชีวิตจริง
การวิจารณ์สามารถทำได้ แต่ต้องมีสติและเคารพสิทธิผู้อื่น การพิมพ์เพียงไม่กี่คำอาจกลายเป็นคดีที่ต้องขึ้นศาลและเสียค่าปรับหลักแสนหรือหลักล้านได้ง่ายๆ
🔹 บทสรุปสุดท้าย
ดราม่าครั้งนี้อาจดูเหมือนเรื่องเล็กระหว่าง “เพจฟุตบอล” กับ “คนคอมเมนต์คนหนึ่ง” แต่แท้จริงแล้วเป็น “จุดเปลี่ยนของวัฒนธรรมการสื่อสารบนโลกออนไลน์ไทย” เพราะมันเตือนให้ทุกคนรู้ว่า
“อิสรภาพในการแสดงความคิดเห็น มีขอบเขตเท่ากับความรับผิดชอบของผู้พูด”
และในยุคที่ทุกคนสามารถเป็น “สื่อ” ได้ในปลายนิ้วเพียงคลิกเดียว สิ่งสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่การพูดให้ดังที่สุด แต่คือการพูดอย่าง “มีสติ มีมารยาท และมีความรับผิดชอบ”
หนุ่มไปทอดแหหาปลาและพบ "ทองโบราณ" ก่อนนำไปให้ช่างนะโมหลอมพิสูจน์มูลค่า
เจาะเลขเด็ดธูปพยากรณ์ เจ๊ฟองเบียร์ งวดประจำวันที่ 1 มีนาคม 2569
นี่คือเซเว่นหรือตู้คอนเทนเนอร์? บุกสาขาที่เล็กที่สุดในประเทศไทย
ความชาญฉลาดในการพรางตัวของจระเข้ในธรรมชาติ
ไทม์ไลน์ที่หลายคนไม่เคยรู้! ใครกันแน่ที่มาทีหลังในปมพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา
“เธอเรียน” (Therian) คนที่ระบุตัวเองว่าเป็นสัตว์
5 อันดับประเทศที่ผลิตเบียร์มากที่สุดในโลก
จังหวัดเดียวที่มี คลังสินค้ายักษ์ ใหญ่ที่สุดในไทย
🚕 สรุปให้! กฎใหม่คนขับรถแอปฯ ต้องเปลี่ยนรถเป็นป้ายสาธารณะ ภายใน 31 มี.ค. 69
5 จังหวัดที่เจริญที่สุดของภาคเหนือในประเทศไทย
กาปิตัน : แมวใหญ่ใจดีผู้เป็นเสมือนแสงสว่างนำทางให้เเมวตาบอด
เห็นแล้วอย่าตกใจ! ทำไมวันอาทิตย์ที่ฮ่องกง ถึงมีคนมานอนตามทางเดินถนนเต็มไปหมด?
ธนาคารเขมรเจ๊งอีกแล้ว!!"
🚕 สรุปให้! กฎใหม่คนขับรถแอปฯ ต้องเปลี่ยนรถเป็นป้ายสาธารณะ ภายใน 31 มี.ค. 69
มาร์เซล มาร์โซ: มากกว่าแค่ตัวตลกหน้าขาว แต่คือฮีโร่ผู้เปลี่ยนรอยยิ้มบนเวทีให้กลายเป็นโล่กำบังชีวิต
พลังศรัทธาพุ่ง! สายมูแห่แก้บน "ท้าวเวสสุวรรณ" วัดดอนใหญ่ หลังรับโชคก้อนโต ปิดดีลที่ดินล้านแตก
ส่องปริศนา "แม่ศรีมณีทอง" ไขรหัสเลขเด็ดวัดหลวงพ่อจ้อย ลุ้นโชคใหญ่รับงวด 1/3/69
บลูเบอร์รี่ฟลูออไรต์: งานศิลปะจากใต้ดินแห่งมองโกเลียในและความมหัศจรรย์ของผลึกสีน้ำเงิน
"ขอขมาท่าปลาปักเป้า!" เมื่อวิทย์พิสูจน์ "สไลด์กราบ" ของนิชิดะ ยูจิ ไม่ทำผิวไหม้อย่างที่คิด
ลมหายใจที่แลกด้วยซากศพ เมื่อ “ชัยชนะ” กลายเป็นฝันร้ายกลางป่าลึก
คืนชีพตำนานยักษ์! ภารกิจส่ง "เต่ายักษ์" กลับบ้านที่เกาะฟลอเรียนนา หลังหายสาบสูญ 150 ปี
ผู้คนต่างคลั่งไคล้ผลไม้เนื้อสีชมพูรสชาติหวาน


