เศรษฐกิจ “กัมพูชา” ส่อวิกฤติหนัก! ธนาคารโลกเตือนชัด “โตแต่ไม่รุ่ง” งานทักษะต่ำ–การค้าพังยับ หลังไทยปิดด่าน
ดูเหมือนว่าวิกฤติเศรษฐกิจของ “กัมพูชา” จะเข้าสู่จุดน่ากังวลจริง ๆ หลัง ธนาคารโลก (World Bank) ออกรายงานล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ชี้ว่า เศรษฐกิจของประเทศนี้กำลัง “สั่นคลอนอย่างรุนแรง” ไม่ใช่แค่เพราะจีดีพีที่ปรับลดลงเหลือ 4.8% เท่านั้น แต่ยังสะท้อน “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” ที่ธนาคารโลกเรียกว่า “Jobs Paradox” — เศรษฐกิจดูเหมือนจะโต แต่กลับสร้างงานได้เพียงในภาคที่ใช้แรงงานทักษะต่ำ ทำให้ประเทศพัฒนาไม่ทันเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออก
เศรษฐกิจโต “แต่คนไม่รวยขึ้น”
รายงานระบุว่า แม้กัมพูชาจะมีการลงทุนจากต่างประเทศและการส่งออกที่ยังพอเดินต่อได้ แต่โครงสร้างแรงงานที่ยังติดอยู่ในภาคเกษตรและอุตสาหกรรมใช้แรงงานราคาถูก กลับทำให้รายได้เฉลี่ยของประชาชนแทบไม่ขยับขึ้นเลย สวนทางกับราคาสินค้าและค่าครองชีพที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง
“Jobs Paradox” หรือ “ภาวะงานหลอกโต” นี้ คือปัญหาเรื้อรังที่ทำให้เศรษฐกิจกัมพูชาเหมือนโตแต่ไร้พลัง เพราะไม่มีการพัฒนาแรงงานสู่ภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยี หรือการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
ไทยปิดด่าน – ภาคเกษตรเขมร “ล้มทั้งยืน”
สิ่งที่ซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลงกว่าเดิม คือการที่ ประเทศไทยประกาศปิดด่านการค้าชายแดนบางส่วน หลังจากเกิดความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสองประเทศ ผลลัพธ์คือ ภาคเกษตรของกัมพูชาที่พึ่งพาตลาดไทยอย่างมาก “ชะงักทันที”
ปัจจุบันมีรายงานว่า ข้าวกัมพูชาตกค้างอยู่ในโกดังมากกว่า 1 ล้านตัน มูลค่ารวมกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเสี่ยงต่อการเสียหายและเน่าเสียในเร็ววัน เพราะไม่สามารถระบายออกไปยังตลาดหลักได้
จากเดิม ไทยเคยเป็น “ผู้ซื้อข้าวรายใหญ่” ของกัมพูชาถึง 40% ของปริมาณส่งออกทั้งหมด แต่เมื่อตลาดนี้ปิดตัวลง เกษตรกรจำนวนมากก็ขาดรายได้ทันที
การค้าชายแดนทรุด 97% – ตัวเลขสะท้อนความพินาศ
ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงพาณิชย์กัมพูชาระบุว่า มูลค่าการค้าชายแดนไทย–กัมพูชาในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หดตัวลงถึง 97% จากเดิมราว 385 ล้านดอลลาร์ เหลือเพียง 11.5 ล้านดอลลาร์ เท่านั้น ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี
สถานการณ์นี้ทำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นได้รับผลกระทบโดยตรง บางพื้นที่ถึงขั้น “หยุดการเพาะปลูก” ชั่วคราว เพราะไม่มีตลาดรองรับสินค้าอีกต่อไป
“ทุบหม้อข้าวตัวเอง” กลายเป็นบทเรียนราคาแพง
นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า วิกฤตินี้คือผลของการบริหารเศรษฐกิจที่ “ไม่ยืดหยุ่น” และขาดความเข้าใจในห่วงโซ่การค้าโลก การที่รัฐบาลกัมพูชาเลือกใช้นโยบายแข็งกร้าวตอบโต้ไทย อาจทำให้ประชาชนตัวเองต้องกลายเป็นผู้รับเคราะห์
เมื่อช่องทางการค้าถูกปิด ข้าวและสินค้าเกษตรจึงค้างสต็อกจนมูลค่าตกต่ำ กลายเป็น “การทุบหม้อข้าวตัวเอง” อย่างแท้จริง
สัญญาณเตือนชัด – ต้องปรับทิศทางด่วน
ธนาคารโลกเตือนว่า หากกัมพูชาไม่เร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ตั้งแต่ระบบแรงงาน การศึกษา ไปจนถึงการค้าชายแดนและการเกษตร อาจทำให้ประเทศนี้เข้าสู่ “ภาวะซบเซาระยะยาว” ที่ฟื้นตัวยากกว่าที่คาด
ขณะนี้คำถามใหญ่ของทั้งภูมิภาคคือ — “กัมพูชาจะลุกขึ้นยืนอีกครั้งได้อย่างไร?” เมื่อโรคเรื้อรังทางเศรษฐกิจเริ่มกัดกินลึก และช่องทางค้าขายสำคัญกับไทยก็ถูกปิดตายลงในเวลาเดียวกัน.
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
ไขปริศนา URL: ทำไมยุคนี้ "www" ถึงหายไป และเรายังจำเป็นต้องพิมพ์อยู่ไหม?
เปิดความลับ Culture Shock: ทำไมฝรั่งถึง (ยัง) ไม่ใช้ "สายฉีดชำระ" เหมือนบ้านเรา?
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุด
เพลงไทยที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในปี2022
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด




