📢 สส.ไอซ์ จี้ดีอีเอส สางข่าวปลอม! ปมลิซ่าบริจาค 3 ล้าน
เขียนโดย bbb1236555
⚠️ สส.ไอซ์ จี้ดีอีเอาจริง ปมข่าวปลอม “ลิซ่า บริจาค 3 ล้านให้มูลนิธิกันจอมพลัง” พร้อมเว็บอนาจาร
เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรณี ข่าวปลอมที่แชร์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก “ข่าวกันจอมพลัง” กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ โดยเนื้อหาข่าวดังกล่าวระบุว่า ลิซ่า BLACKPINK บริจาคเงินจำนวน 3 ล้านบาทให้กับมูลนิธิกันจอมพลัง เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส พร้อมแนบลิงก์ที่ เป็นเว็บอนาจาร ซึ่งสร้างความสับสนและความกังวลให้กับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก
🔹 สส.ไอซ์ ออกโรงเตือนและจี้กระทรวงดีอี
ล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ สส.ไอซ์ จากพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเรื่องนี้ โดยเรียกร้องให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ทำหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมข่าวปลอมอย่างจริงจัง
เนื้อหาที่ สส.ไอซ์ ระบุมีใจความสำคัญว่า
“จะบ้าตาย แชร์ข่าวปลอมกันฉ่ำ ทั้ง ๆ ที่ลิงก์ข่าวที่แปะเมื่อกดเข้าไปเป็นเว็บอนาจาร แต่ยังแชร์กันอยู่เลย ซึ่งนอกจากแชร์กันในกลุ่มนี้แล้ว ตอนนี้คุณลุงคุณป้าจำนวนมาก เอาข่าวไปโพสต์หน้าเฟซตัวเอง เพราะเชื่อว่าเป็นข่าวจริง แล้วคนก็เชื่อแชร์ต่อ ๆ กันไปหลายหมื่นหลายแสน โดยไม่มีแหล่งที่มาและไม่มีใครเอ๊ะเลย”
ข้อความนี้สะท้อน ความห่วงใยต่อความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีทักษะในการแยกแยะข่าวปลอมและข่าวจริง
🔹 ความเสียหายจากข่าวปลอม
ข่าวปลอมที่มีลักษณะ ดึงดูดความสนใจแต่เป็นข้อมูลเท็จ ส่งผลเสียหลายด้าน ทั้งต่อบุคคลที่ถูกอ้างถึงและต่อประชาชนผู้บริโภคข่าว
1. ความเสียหายต่อชื่อเสียงของบุคคลที่ถูกอ้าง
การอ้างว่า “ลิซ่า บริจาค 3 ล้านบาทให้มูลนิธิกันจอมพลัง” พร้อมแนบลิงก์เว็บอนาจาร ทำให้บุคคลสาธารณะ เช่น ลิซ่า BLACKPINK ถูก บิดเบือนภาพลักษณ์และถูกเข้าใจผิ
2. ความเสี่ยงของประชาชนในการเข้าถึงเว็บไซต์อันตราย
ผู้ที่กดลิงก์เว็บดังกล่าวอาจตกเป็น เหยื่อของสแกมเมอร์ หรือถูกโจมตีด้วยมัลแวร์และฟิชชิง ข้อมูลส่วนตัวและการเงินอาจถูกขโมย
3. การสร้างความเข้าใจผิดในสังคม
เมื่อข่าวปลอมถูกแชร์ต่อ ๆ กันหลายหมื่นหลายแสนครั้ง โดยไม่มีแหล่งที่มาและตรวจสอบความจริง ผู้คนจำนวนมากอาจ เชื่อและเผยแพร่ต่อโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง
🔹 ปัญหาการปั่นข่าวในกลุ่มโซเชียลและการเมือง
สส.ไอซ์ยังชี้ว่า ปัญหาของข่าวปลอมไม่ได้เกิดจากผู้ใช้งานทั่วไปเท่านั้น แต่มี การปั่นข่าวปลอมจากกลุ่มไอโอ (IO) หรือเจ้าหน้าที่โซเชียลมีเดียบางกลุ่มของพรรคการเมือง เพื่อสร้าง คะแนนนิยมให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
เธอกล่าวว่า
“ไอโอกองทัพ ไอโอพรรคการเมืองที่เข้าไปปั่นข่าวปลอมสร้างคะแนนนิยมให้คน ๆ หนึ่ง จะเห็นหรือยังว่ามันสร้างความเสียหายแค่ไหน แล้วคนกลุ่มที่เชื่อข่าวที่ไม่มีแหล่งที่มาแบบนี้แหละ คือกลุ่มเดียวกับที่มีโอกาสเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ มีโอกาสถูกหลอก กดคลิกลิงก์เอาข้อมูลหรือหลอกลงทุนได้ง่ายมาก”
นี่สะท้อนถึง ความเชื่อมโยงระหว่างข่าวปลอมและการฉ้อโกงทางออนไลน์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของประชาชน
🔹 บทบาทของกระทรวงดีอี
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ถูกตั้งขึ้นเพื่อ ตรวจสอบและสกัดกั้นข่าวปลอม แต่กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่า ยังมีข่าวปลอมแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว
สส.ไอซ์ตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า
“ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของกระทรวงดีอีมีไว้ทำไม ถ้าจะปล่อยให้ข่าวปลอมระบาดและทำร้ายวิจารณญาณคนไทยขนาดนี้”
นี่คือการสะท้อนถึง ความจำเป็นในการปรับปรุงมาตรการตรวจสอบข่าวปลอม ให้ทันกับความรวดเร็วของโซเชียลมีเดีย
🔹 ตัวอย่างผลกระทบต่อผู้บริโภคข่าว
สส.ไอซ์ยกตัวอย่างกรณีผู้สูงอายุที่เชื่อข่าวปลอมและแชร์ต่อ ๆ กัน
คุณลุงคุณป้า หลายคนเห็นโพสต์ในกลุ่มแล้ว โพสต์หน้าเฟซตัวเองโดยไม่ตรวจสอบ
การแชร์ต่อแบบนี้ทำให้ ข่าวปลอมกระจายไปหลายหมื่นหลายแสนครั้ง
กลุ่มผู้ที่เชื่อข่าวแบบนี้เป็น เป้าหมายของแก๊งสแกมเมอร์ ที่อาจหลอกลวงข้อมูลส่วนตัวหรือเงินลงทุน
นี่ทำให้เห็นว่า ความรับผิดชอบของผู้ดูแลกลุ่มและผู้เผยแพร่ข่าวปลอม เป็นเรื่องสำคัญมาก
🔹 ความเห็นและคำแนะนำของ สส.ไอซ์
สส.ไอซ์เน้นย้ำว่า ผู้ปกครองและประชาชนต้องตระหนักถึงความเสี่ยงของข่าวปลอม และให้คำแนะนำดังนี้
1. ตรวจสอบแหล่งข่าวก่อนแชร์
ดูว่าโพสต์มีที่มาที่เชื่อถือได้หรือไม่
ตรวจสอบว่าเว็บไซต์ที่แนบลิงก์ปลอดภัยและไม่เป็นเว็บอนาจาร
2. ระวังลิงก์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
เว็บไซต์ที่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงิน ต้องระวังเป็นพิเศษ
ข่าวปลอมหลายครั้งพยายามดึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน
3. แจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อพบข่าวปลอม
ใช้ฟังก์ชันรายงานข่าวปลอมในเฟซบุ๊กหรือแจ้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของดีอี
การรายงานช่วยลดการแพร่กระจายของข่าว
4. ให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญเทคโนโลยี
สอนให้ผู้สูงอายุรู้จักแหล่งข่าวเชื่อถือได้
อธิบายความเสี่ยงของการกดลิงก์และการแชร์ข่าวไม่ตรวจสอบ
🔹 บทเรียนจากกรณีนี้
กรณีข่าวปลอมเกี่ยวกับ ลิซ่า BLACKPINK บริจาค 3 ล้านบาทให้มูลนิธิกันจอมพลัง สอนให้เห็นว่า
ข่าวปลอม แพร่กระจายเร็วมากในโซเชียลมีเดีย
ข่าวปลอมไม่ได้ทำร้ายเฉพาะบุคคลที่ถูกอ้างถึงเท่านั้น แต่ สร้างความเสียหายต่อผู้บริโภคข่าวด้วย
การป้องกันและตรวจสอบข่าวปลอมเป็นเรื่องที่ ประชาชนและหน่วยงานรัฐต้องร่วมมือกัน
🔹 สรุป
ข่าวปลอมที่แชร์ในกลุ่ม “ข่าวกันจอมพลัง” เป็น ตัวอย่างชัดเจนของความเสี่ยงของข่าวปลอมในยุคโซเชียลมีเดีย สร้างความเสียหายทั้งต่อบุคคลที่ถูกอ้างถึงและประชาชนที่หลงเชื่อ
สส.ไอซ์ จึงเรียกร้องให้ กระทรวงดีอีและศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ทำงานอย่างจริงจัง พร้อมให้คำแนะนำประชาชนทุกคนให้ระมัดระวัง ไม่แชร์ข่าวที่ไม่ได้ตรวจ
สภาพ “เอริญ” วง ENO เขมร เงียบเหงาช่วงสงกรานต์ หลังไร้งาน ไม่มีคอนเสิร์ต
ลงทุนน้อย ไม่เน่าไม่เสีย! เปิดวาร์ป 5 ไอเดีย "ของขายตลาดนัด" ซื้อง่ายขายคล่อง เก็บได้ยาวๆ ไม่มีขาดทุน
โรงเรียน"ลอยน้ำ"แห่งเดียวในประเทศไทย
รู้ไหม? มีจังหวัดในไทยที่มีแค่ 3 อำเภอเท่านั้น เล็กแต่มีเสน่ห์เกินตัว
5 จังหวัด ค่าครองชีพโหดที่สุดในไทย เงินเดือน 3 หมื่นบางที่ยังเกือบไม่รอด
5 จังหวัด เมืองเกษียณ ที่คนวัย 30+ แห่ไปจองที่ดิน ค่าครองชีพถูก
5 อันดับห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
จุดที่เคยมีอากาศหนาวเย็นที่สุด เท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในประเทศไทย
10 ขนมไทยโบราณ หาทานยาก แต่รสชาติยังตราตรึง
จังหวัดไหนของไทย กำลังถูกมองว่าเป็นอนาคตความเจริญรุ่งเรืองของไทย
จังหวัดไหนบ้างที่เคยร้อน จนอุณหภูมิแตะ 44°C ขึ้นไป
10 อันดับโรงเรียนเก่าแก่ที่สุดในไทย
แอปเปิลสายพันธุ์ใดบ้าง ที่เพาะปลูกได้และให้ผลผลิตได้จริงในไทย
ปิดตำนาน 12 พรรษา พระวัดปากช่องถูกแฉ คลิป สีกา "ถวายจุ๊บ"
อังกฤษเตรียมทดลองแบนโซเชียลมีเดียกับเด็กหลักร้อยคน ก่อนทำการขยายผลบังคับใช้ต่อไป
มัลแวร์ Mirai ได้แตกสายพันธุ์ย่อยไปกว่า 100 สายพันธุ์แล้ว
เกิดแผ่นดินไหวสองครั้งในวันนี้ ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น
"หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์" วิ่งฮาล์ฟมาราธอนที่ปักกิ่ง สะดุดล้มอย่างแรง ชิ้นส่วนกระจายไปทั่วพื้น