หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กฎหมายใหม่ในยุคเมตาเวิร์ส: เมื่อการดูถูกอวตารเท่ากับการดูหมิ่นบุคคลจริง

เนื้อหาโดย อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

ในยุคที่โลกดิจิทัลและโลกจริงเริ่มหลอมรวมกันมากขึ้นเรื่อยๆ คำถามทางกฎหมายที่ซับซ้อนก็เริ่มปรากฏขึ้น ล่าสุด ศาลเกาหลีใต้ได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ที่น่าสนใจในคดีความที่ชายชาวเกาหลีใต้ถูกฟ้องร้องและตัดสินว่ามีความผิดฐานหมิ่นประมาท จากการที่เขาไปวิพากษ์วิจารณ์รูปลักษณ์ของอวตารดิจิทัล

คดีนี้เกิดขึ้นกับกลุ่มไอดอลเสมือนจริง (Virtual Idol) ชื่อดัง "PLAVE" ซึ่งสมาชิกทั้งห้าคนจะปรากฏตัวในรูปแบบอวตารที่สร้างจากคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ โดยมีนักแสดงตัวจริงอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวผ่านเทคโนโลยีจับภาพเคลื่อนไหว (motion-capture) ซึ่งตัวตนที่แท้จริงของนักแสดงเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ

เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว จำเลยได้โพสต์ข้อความดูถูกและหยาบคายบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับอวตารของวง PLAVE โดยใช้ถ้อยคำที่รุนแรง เช่น "ทนดูบรรยากาศผู้ชายเกาหลีแบบนี้ไม่ได้" และ "ไม่ใช่ปัญหาด้านเทคนิค แต่เป็นความสามารถที่ห่วยแตกของตัวจริง" เขายังกล่าวอีกว่าหากอวตารดูไม่ดี ตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังก็คงไม่ต่างกัน

สมาชิกวง PLAVE ตัวจริงซึ่งได้รับความเดือดร้อนทางจิตใจจากข้อความดังกล่าว ได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหาย โดยจำเลยได้โต้แย้งว่าคำพูดของเขามุ่งเป้าไปที่ตัวละครสมมติที่มีตัวตนไม่เหมือนกับบุคคลจริงที่อยู่เบื้องหลัง แต่ศาลแขวงอึยจองบูในจังหวัดคยองกีได้ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างนี้

ศาลวินิจฉัยว่าการดูถูกอวตารเท่ากับเป็นการหมิ่นประมาทบุคคลที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลัง โดยให้เหตุผลว่าในยุคเมตาเวิร์ส อวตารไม่ใช่แค่ภาพเสมือนจริง แต่เป็นรูปแบบหนึ่งของการแสดงออกตัวตนและการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของผู้ใช้ หากอวตารนั้นเป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางว่าเป็นตัวแทนของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง การดูถูกอวตารก็ถือเป็นการหมิ่นประมาทบุคคลนั้นเช่นกัน

การตัดสินของศาลในครั้งนี้ถือเป็นกรณีแรกที่สร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายในประเด็นสิทธิของตัวละครดิจิทัล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของกฎหมายในการนิยาม "ความเสียหาย" และ "ตัวตน" ในยุคดิจิทัล โดยยอมรับว่าอวตารเป็นส่วนขยายของตัวตนส่วนบุคคล และผู้ที่สร้างความเสียหายต่ออวตารก็ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่แท้จริง

แม้ว่าศาลจะสั่งให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่สมาชิกแต่ละคนของวงในจำนวนที่น้อยกว่าที่เรียกร้องในตอนแรก (100,000 วอน หรือประมาณ 2,600 บาทต่อคน) แต่คดีนี้ก็เป็นหมุดหมายสำคัญที่เตือนให้ผู้คนตระหนักว่า โลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ที่ใครจะพูดอะไรก็ได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะคำพูดที่ดูเหมือนจะไร้สาระและมุ่งเป้าไปที่ "ตัวละคร" หรือ "อวตาร" ก็อาจส่งผลกระทบถึงบุคคลจริงและมีผลทางกฎหมายตามมาได้เช่นกัน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 ประเทศที่มี กองทัพอ่อนแอที่สุดในโลกปิดตำนานโรงแรมนารายณ์ ความทรงจำย่านสีลม แล้วพบกันใหม่ในปี2571 นะประเทศที่นิยมปลาร้าไทย นำเข้าปลาร้าจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่งจังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)น้องเพชรกล้า เด็กชายนำโชค มาเเล้วจ้ากับงวดที่ 16/2/69เลขธูปเจ๊ฟองเบียร์ งวด 16/2/69การใส่ยาสีฟันลงในเครื่องซักผ้ามีประโยชน์อย่างไร?เผยสถิติการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ย้อนหลัง 10 ปี..งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69ปลาทะเลที่คนไทยชอบที่สุด ถูกจับเพื่อการบริโภคมากที่สุด"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถแมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวนเครื่องบินรบที่แพงที่สุด มีต้นทุนการผลิตสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แนะนำ! เว็บไซต์ ai สามารถวาดรูป [l8+](สร้างฟรี) ผู้ใหญ่เท่านั้นประเทศที่นิยมปลาร้าไทย นำเข้าปลาร้าจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
มัลแวร์ VoidLink ผู้เชี่ยวชาญพบว่า ถูกสร้างขึ้นด้วย AI เกือบทั้งหมด"รัฐติกร" เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับการโจรกรรมที่หัวหิน โดยไม่ได้แต่งชาย-หญิงทวงความเป็นธรรม ให้ช้างเด็กผู้ไร้ทางสู้ “หูพับต้องไม่ตายฟรี” ความสูญเสียครั้งนี้ต้องไม่ถูกกลบเงียบลิฟต์ที่เร็วที่สุดในโลก มีความเร็วสูงสุด 47 ไมล์ต่อชั่วโมง!!
ตั้งกระทู้ใหม่