หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

การกลายพันธุ์แบบจักจั่น และทำไมพวกเขายังพูดถึงโควิด-19 อยู่?


เขียนโดย ชตระกูล ศรีสวัสดิ์

โควิด-19 ยังไม่หายไป เพียงแต่เราตรวจหาเชื้อน้อยลงเท่านั้น...

 และคำว่า "การกลายพันธุ์แบบจักจั่น" หมายถึงสายพันธุ์ใหม่ที่กลายพันธุ์ ซึ่งเหมือนกับจักจั่นที่จำศีลอยู่ใต้ดินเป็นเวลาหลายปี ซ่อนตัวจากสายตาของสาธารณชน ค่อยๆวิวัฒนาการอย่างเงียบๆ จนกระทั่งปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลันและก่อให้เกิดการระบาดอย่างรุนแรง จนทำให้ผู้คนตั้งตัวไม่ทัน

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ BA.3.2 ได้รับชื่อว่าเป็น "สายพันธุ์จักจั่น" BA.3.2 (หรือฉายา "Cicada"(จักจั่น)) เป็นสายพันธุ์ย่อยของ Omicron ที่พัฒนาและแพร่ระบาดเร็วและกลายพันธุ์สูง พบครั้งแรกปลายปี 2567

ตรวจพบได้ในหลายประเทศ (แอฟริกาใต้, สหรัฐฯ, เดนมาร์ก) สายพันธุ์ย่อยของ Omicron นี้พบการเปลี่ยนแปลงกว่า 50 ตำแหน่งและระบาดหนักในช่วงปี 2568-2569 โดยสืบเชื้อสายมาจาก BA.3 ดั้งเดิม ที่มีความสามารถในการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน (Immune Escape) ได้ดี 

แต่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าทำให้เกิดอาการรุนแรงขึ้นกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้า

 ซึ่งฉายา "Cicada" นั่นก็เนื่องจากระยะฟักตัวที่ยาวนานและการระบาดอย่างฉับพลันที่คล้ายคลึงกับวงจรชีวิตของจักจั่น

โดยพบว่ามันซ่อนตัวอยู่ในตัวอย่างน้ำเสียและกระจายอยู่ในผู้ป่วยประปราย ณ เดือนเมษายน 2569 ตรวจพบในตัวอย่างทางคลินิกหรือน้ำเสียใน 23 ประเทศทั่วโลกและ 25 รัฐในสหรัฐอเมริกา รวามถึงในบางประเทศในยุโรป ขณะที่อัตราการติดเชื้อสูงถึง 30% และข้อมูลการตรวจพบในน้ำเสีย บ่งชี้ว่าการแพร่กระจายที่แท้จริงอาจกว้างขวางกว่านี้

 มันใช้ประโยชน์จากอัตราการกลายพันธุ์ที่สูงมากเพื่อเพิ่มการหลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกัน แพร่กระจายอย่างเงียบๆ ในหลายส่วนของโลกโดยไม่ก่อให้เกิดการระบาดใหญ่หรือแสดงความรุนแรงของโรคมากนัก

ลักษณะที่เงียบเชียบ แฝงเร้น และฉวยโอกาสนี้ คือเหตุผลหลักที่ทำให้มันถูกเรียกว่า "สายพันธุ์จักจั่น"

สิ่งนี้เตือนเราว่า COVID-19 ไม่เคยหายไปอย่างแท้จริง มันเพียงแค่แฝงตัวอยู่ในรูปแบบที่ร้ายกาจกว่าเดิม ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบๆ พร้อมที่จะโจมตีได้ทุกเมื่อ เนื่องจากความสามารถที่โดดเด่นในการหลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกัน สายพันธุ์นี้จึงมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อซ้ำได้โดยง่าย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ติดเชื้อ COVID-19 เมื่อปีที่แล้วยังคงสามารถติดเชื้อได้อีก โดยมีอัตราการติดเชื้อสูงขึ้นในเด็ก

 องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้เป็น “สายพันธุ์ที่ต้องจับตามอง” (VUMs) เนื่องจากมีการกลายพันธุ์ที่โปรตีนหนามจำนวนมาก ซึ่งอาจมีผลต่อการหลบหลีกภูมิคุ้มกัน จึงได้จัดให้เป็นสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวังที่สำคัญ แต่ยังไม่ได้ยกระดับเป็นระดับภัยคุกคามสูง

ในประเทศไทยก็ตรวจพบผู้ป่วยไปแล้วประปราย และสายพันธุ์ที่แพร่หลายยังคงเป็นตระกูล XDV จนหลายคนรู้สึกว่า COVID-19 เป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว 

นับตั้งแต่มีการผ่อนปรนมาตรการเมื่อสามปีที่แล้ว ผู้คนค่อยๆ รู้สึกว่า COVID-19 ดูเหมือนจะหายไปแล้ว ในความเป็นจริง มันยังไม่หายไปอย่างแท้จริง เพียงแต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้เข้ารับการตรวจอย่างจริงจังอีกต่อไปในชีวิตประจำวัน

ในหลายๆคนมักมีอาการคล้ายหวัด เช่น ปวดหัว มีไข้ น้ำมูกไหล ไอ คัดจมูก ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ฯลฯ และมักรับประทานยาแก้ปวดตามอาการ จนหายภายในหนึ่งหรือสองสัปดาห์ ซึ่ง อาการเหล่านี้อาจเป็นหวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ หรือแม้แต่โควิด-19 ก็ได้ แต่สำหรับ ในโรงพยาบาล หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ แพทย์มักจะทำการตรวจหาเชื้อด้วยวิธีทดสอบกรดนิวคลีอิก

สำหรับการตรวจ ATK คู่กับ FlU A+B ผลการตรวจอาจเป็นไข้หวัดใหญ่ หรือโควิด-19 หรือ บางครั้งอาจเป็นไวรัส RSV (ไวรัสที่ทำให้เกิดอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่) และโควิด-19 นั้นสามารถตรวจได้ไม่ยาก

ดังนั้น หากมีคนรอบข้างมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ควรเว้นระยะห่างและสวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว (เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ฯลฯ) หากมีอาการดังกล่าว ควรไปตรวจหาเชื้อด้วยวิธีทดสอบกรดนิวคลีอิกที่โรงพยาบาล

ดังนั้นแม้ BA.3.2 จะมีความสามารถในการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน แต่มาตรการป้องกันเบื้องต้น เช่น การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ และการฉีดวัคซีนกระตุ้นยังคงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น 

หากแต่ถ้าเป็นโควิด-19 ซึ่งในปัจจุบันมียาต้านไวรัสที่จำเพาะเจาะจงแล้ว ถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่ ก็มียาต้านไวรัส เช่นกัน...และการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กระนั้นแล้ว....โควิด-19 ยังคงไม่จางหายไป เราแค่ตรวจหาเชื้อน้อยลง และเรายังคงต้องระมัดระวังและรักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ชตระกูล ศรีสวัสดิ์'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 61 ครั้ง
เขียนโดย ชตระกูล ศรีสวัสดิ์
ชตระกูล ศรีสวัสดิ์ นักเขียนอิสระ...รวบรวมความรู้ ความลึกลับ ข่าว ทั้งหมดก็เพื่อเขียนไว้กันลืม
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ชตระกูล ศรีสวัสดิ์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ในด้านการเพาะเลี้ยงปลานิล3จังหวัดที่ยากจนที่สุดในไทยถนนชื่อดังในประเทศฝรั่งเศส ที่ถูกตั้งชื่อถนนให้เป็นภาษาไทยผักที่หากินยากที่สุดในไทยลงทุนน้อย ไม่เน่าไม่เสีย! เปิดวาร์ป 5 ไอเดีย "ของขายตลาดนัด" ซื้อง่ายขายคล่อง เก็บได้ยาวๆ ไม่มีขาดทุนจังหวัดในไทยที่มีถนนทางโค้งมากที่สุดรายได้ของข้าราชการระดับอาวุโส (C8) โดยเฉลี่ยเท่าไหร่5 อันดับโรงเรียนรัฐบาลคุณภาพสูง เรียนดีได้ ไม่ต้องจ่ายแพง5 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวสวยที่สุดในไทย ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิตสวนหอมในฝัน: 10 อันดับไม้ดอกยอดนิยม ปลูกง่าย กลิ่นหอมฟุ้งทั่วบ้าน10 อันดับโรงเรียนที่สอบเข้ายากที่สุดในไทย เด็กเก่งเท่านั้นที่รอดจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการ"นวด"อันดับหนึ่งของไทย”
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ผู้นำเผด็จการคนสุดท้าย ในประวัติศาสตร์ของประเทศเกาหลีใต้ห้ามกินข้าวหมดหม้อเด็ดขาด! ถ้าไม่อยากเจอสิ่งนี้TOP 10 ผักหายากที่สุดในไทยแบบโหด ๆ พร้อมราคาและฤดูกาลตลาดน่าเที่ยวที่สุดในไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
อย่าหาทำ! เตือนภัย "แบงก์พันห่อหมากฝรั่ง" ทิ้งข้างทาง ปริศนาเขย่าขวัญที่เคนเนดีทาวน์ยูเครนผลักดันให้ยุโรปพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธ แบบบอลลิสติกของตนเองฝรั่งงง! นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยว “กัมพูชา” หวังเก็บภาพวัฒนธรรม แต่ถูกคนขับตุ๊กตุ๊กไล่ ไม่ให้ถ่ายรูปกองทัพมะกันเผย "เราได้สังหารผู้คน 3 ราย ในการโจมตีทางเรือครั้งล่าสุด ในทะเลแคริบเบียน"
ตั้งกระทู้ใหม่