หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ชายแดนเดือด! คฝ.ใช้แก๊สน้ำตา-กระสุนยาง สกัดม็อบเขมรบุก รื้อลวดหนาม


เขียนโดย bbb1236555

เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา 17 กันยายน 2568: ทหารกัมพูชาใช้ชาวบ้านเป็นโล่มนุษย์ ก่อน คฝ. ไทยตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะในพื้นที่ บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง หลังเกิดเหตุการณ์ที่ฝ่ายกัมพูชานำกำลังพลและชาวบ้านเข้ามารื้อลวดหนามของฝ่ายไทย โดยมีการใช้วิธีการที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก คือ การใช้ชาวบ้านเป็นโล่มนุษย์ เพื่อปะทะกับเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน (คฝ.) ของไทยและกองกำลังบูรพา

รายงานระบุว่า ทหารกัมพูชาได้รวมกลุ่มกับชาวบ้านจำนวนมาก พร้อมทั้งตะโกนโห่ร้องและขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ไทย ทั้งก้อนหินและท่อนไม้ โดยมีเป้าหมายเพื่อบุกเข้ารื้อแนวลวดหนามที่ฝ่ายไทยเสริมไว้เพื่อป้องกันการรุกล้ำในเขตแดน

 

การตรึงกำลังของฝ่ายไทยและมาตรการ "จากเบาไปหาหนัก"

เจ้าหน้าที่ไทย โดยเฉพาะ ตำรวจควบคุมฝูงชนจังหวัดสระแก้ว และ กองกำลังบูรพา ได้ตรึงกำลังอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อป้องกันการละเมิดอธิปไตยไทย หลังจากมีสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าฝ่ายกัมพูชาอาจมีความพยายามเข้ามารื้อแนวลวดหนาม

ก่อนหน้านี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้มีการส่งสัญญาณเตือนไปยังฝ่ายกัมพูชาอย่างเป็นทางการแล้วว่า หากมีการบุกรุกเกิดขึ้น ไทยจะดำเนินมาตรการ "จากเบาไปหาหนัก" ตั้งแต่การเจรจา เตือน ปราม จนถึงการบังคับใช้กำลังตามความจำเป็น และหากมีผู้รุกล้ำเข้ามา จะต้องถูกจับกุมทันที

มาตรการดังกล่าวถือเป็นแนวทางที่ฝ่ายไทยใช้มาโดยตลอด เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่รุนแรงเกินไป แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ

 

เหตุปะทะรุนแรง: ชาวบ้านเป็นโล่มนุษย์ – ไทยตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง

ช่วงบ่ายของวันที่ 17 กันยายน สถานการณ์เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น เมื่อกลุ่มทหารกัมพูชาและชาวบ้านได้บุกเข้ามาใกล้แนวชายแดน พร้อมพยายามรื้อแนวลวดหนามอีกครั้ง โดยอาศัยชาวบ้านอยู่แนวหน้าเพื่อเป็นเกราะกำบังไม่ให้เจ้าหน้าที่ไทยใช้มาตรการตอบโต้ได้เต็มที่

เวลา 16.20 น. – เจ้าหน้าที่ไทยถูกขว้างปาท่อนไม้และก้อนหินอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการใช้เครื่องยิงหนังสติ๊กเล็งใส่กลุ่ม คฝ. ฝ่ายไทยเห็นว่าการยั่วยุยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีท่าทีจะถอย จึงตัดสินใจใช้ กระสุนยางและแก๊สน้ำตา สลายกลุ่มผู้บุกรุก

การตอบโต้ดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มชาวบ้านและทหารกัมพูชาต้องล่าถอยกลับไปยังฝั่งกัมพูชาอย่างรวดเร็ว โดยมีรายงานว่าหลายคนสำลักแก๊สน้ำตาและบางส่วนได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงด้วยกระสุนยาง แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันจำนวนผู้บาดเจ็บอย่างเป็นทางการ

 

การเสริมมาตรการควบคุมฝูงชนของฝ่ายไทย

หลังจากเหตุปะทะยุติลงชั่วคราวในช่วงเย็น เจ้าหน้าที่ไทยได้ประเมินว่าฝ่ายกัมพูชาอาจกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง จึงมีการเสริมมาตรการควบคุมฝูงชนเพิ่มเติม

เวลา 17.00 น. – ฝ่ายไทยเริ่มใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชนขั้นสูงมากขึ้น ได้แก่

แก๊สน้ำตา เพื่อผลักดันไม่ให้ฝ่ายกัมพูชาเข้าใกล้แนวชายแดน

กระสุนยาง สำหรับป้องกันหากมีการบุกรุกซ้ำ

เครื่องขยายเสียงความถี่สูง (LRAD) เพื่อกดดันและผลักดันฝูงชนให้ออกไปจากพื้นที่

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายหลักเพื่อควบคุมสถานการณ์โดยไม่ให้บานปลายไปสู่การใช้กระสุนจริงหรือเกิดความสูญเสียร้ายแรง

 

การใช้ชาวบ้านเป็นโล่มนุษย์: ประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

สิ่งที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักในครั้งนี้คือ พฤติกรรมของฝ่ายกัมพูชา ที่นำชาวบ้านมาอยู่แนวหน้าในการปะทะกับเจ้าหน้าที่ไทย ซึ่งถูกมองว่าเป็นการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เพราะการใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ถือเป็นสิ่งต้องห้ามตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ชาวบ้านได้รับอันตราย แต่ยังเสี่ยงต่อการสร้างภาพว่าไทยเป็นฝ่ายใช้กำลังต่อพลเรือน ทั้งที่แท้จริงแล้วกลุ่มดังกล่าวถูกนำมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองและการทหาร

 

มุมมองด้านความมั่นคงและการเมือง

เหตุปะทะที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายครั้งตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมจนถึงกลางเดือนกันยายน ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า ความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชากำลังเข้าสู่จุดเปราะบางอีกครั้ง โดยเฉพาะหลังจากการหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งดูเหมือนจะไม่สามารถยุติความตึงเครียดได้จริง

นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงบางรายมองว่า การเคลื่อนไหวของกัมพูชาอาจมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงกดดันต่อไทยในประเด็นเขตแดน ขณะที่ฝ่ายไทยเองต้องรักษาจุดยืนในการปกป้องอธิปไตย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังไม่ให้สถานการณ์ลุกลามจนบานปลายไปสู่การปะทะทางทหารเต็มรูปแบบ

 

เสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่

ชาวบ้านฝั่งไทยที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน จ.สระแก้ว แสดงความกังวลอย่างมากต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง หลายครอบครัวต้องปรับตัวและเตรียมความพร้อมสำหรับการอพยพหากสถานการณ์เลวร้ายลง

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าชาวบ้านจำนวนหนึ่งสูญเสียรายได้จากการทำการเกษตรและการค้าขายชายแดน เนื่องจากบรรยากาศตึงเครียดทำให้การค้าชายแดนหยุดชะงัก

 

บทสรุป

เหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา และสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของสถานการณ์ชายแดน ที่สามารถปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ

การใช้ชาวบ้านเป็นโล่มนุษย์โดยฝ่ายกัมพูชา ได้สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติ และยังเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลทั้งสองประเทศให้หาทางออกโดยสันติวิธี

สำหรับฝ่ายไทย แม้จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้โดยใช้มาตรการ "จากเบาไปหาหนัก" แต่ก็ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะความตึงเครียดนี้อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้าย และหากไม่มีการแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจา อาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมในอนาคต

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
bbb1236555's profile
เขียนโดย bbb1236555
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มีประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุด"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 25695 พฤติกรรมที่คนจนทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว (คนรวยไม่ทำ)10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุดต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี20267 มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะแพทย์หลักสูตรนานาชาติในปัจจุบันปูมะพร้าวสัตว์ขาปล้องใหญ่สุดในโลก ก้ามบีบแรงมหาศาลเจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางคนงบน้อยเน้นรวยจังหวัดที่มีแม่น้ำมากที่สุดในไทย คือที่ไหน? และเพราะอะไรถึงต่างจากภูเก็ต
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ชั้น13หายไปไหน? เมื่อความกลัวมีอิทธิพลเหนือวิศวกรรมสารพัดประโยชน์ของมะนาว และ เลมอน ช่วยสุขภาพดีจังหวัดเดียวในไทย ที่ไม่มีภูเขาเลยแม้แต่ลูกเดียวจากฮีโร่หนีตาย สู่แก๊งเพื่อนซี้ตามจีบสาว ปฏิบัติการ "หลงทางเพราะรัก"เตรียมอุดมเดือด สมัครพุ่ง 13,895 คน แย่ง 1,520 ที่นั่ง สถิติสูงสุด 18 ปีAI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 เม.ย. 69 จากสถิติย้อนหลัง 20 ปี
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ฟ้องชู้แต่แพ้คดี! ศาลญี่ปุ่นตัดสิน "กอด-จูบ-อยู่ลำพัง" ไม่ถือเป็นชู้ ถ้าไม่มีหลักฐานลึกซึ้งส่องกลยุทธ์ครูจีน! ใช้โปรไฟล์ "จางหลิงเฮ่อ" ป้องกันความรักในวัยเรียน ดึงสติเด็กให้กลับมาติวเข้มหอไอเฟลหลบไป! "หมูเด้ง" นั่งแท่นพยานรัก เชฟอิตาลีเซอร์ไพรส์ขอแฟนแต่งงานหน้าบ่อฮิปโปสภาไทยถกเดือด! ปมเลี้ยงอาหาร สว.เปรมศักดิ์ ถูกวิจารณ์หนักโซเชียลสวนแรง “เงินแสนยังไม่พอ?”
ตั้งกระทู้ใหม่