หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คืบหน้า! โครงการ “คนละครึ่ง” เตรียมเริ่มใน 2 สัปดาห์ หลัง ครม.แถลงนโยบาย


เขียนโดย bbb1236555

รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเผยความคืบหน้า “คนละครึ่ง” รุ่นใหม่ คาดเริ่มภายใน 2 สัปดาห์หลัง ครม.อนุทินแถลงนโยบาย เตรียมอัปเกรดขยายกลุ่มผู้ใช้–ร้านค้า

โครงการ “คนละครึ่ง” ถือเป็นหนึ่งในนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และสร้างแรงกระเพื่อมในระบบเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับการดำเนินการโครงการคนละครึ่งในรอบใหม่ โดยยืนยันว่า หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน คาดว่าจะสามารถเริ่มโครงการได้ภายใน 2 สัปดาห์หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายต่อรัฐสภา

 

โครงการคนละครึ่ง: จากความสำเร็จเดิมสู่การอัปเกรดครั้งใหม่

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โครงการคนละครึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากประชาชนทุกสาขาอาชีพ เพราะเป็นการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน และช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านอาหาร ร้านขายของชำ และตลาดท้องถิ่น มีรายได้หมุนเวียนมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็น “Win–Win Policy” ที่ทั้งผู้บริโภคและผู้ค้าต่างได้ประโยชน์ร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม หลังการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล กระแสความคาดหวังจากประชาชนก็เพิ่มสูงขึ้น หลายฝ่ายจับตามองว่าโครงการจะกลับมาในรูปแบบไหน และจะมีการขยายสิทธิ์หรือวงเงินเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน

 

ความพร้อมด้านงบประมาณ: เริ่มต้นที่ 25,000 ล้านบาท

นายสิริพงศ์เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังมีความพร้อมอย่างเต็มที่ ทั้งในแง่ระบบรองรับการใช้งาน แอปพลิเคชัน และงบประมาณ โดยเบื้องต้น ได้เตรียมกรอบวงเงินสำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจไว้ที่ 25,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังมีความตั้งใจที่จะหางบประมาณเพิ่มเติม เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

อัปเกรดโครงการ: ขยายกลุ่มผู้ใช้สิทธิ์

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกจับตาคือ การขยายกลุ่มเป้าหมายของโครงการ ซึ่งนายสิริพงศ์เปิดเผยว่า มีแนวคิดที่จะปรับลดเกณฑ์อายุของผู้รับสิทธิ์จากเดิมที่ 18 ปีลงมาให้ครอบคลุมกลุ่มเยาวชนมากขึ้น รวมถึงอาจพิจารณาเปิดสิทธิ์ให้แก่ผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือสิทธิประโยชน์จากโครงการอื่น ๆ ของภาครัฐ เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายที่กว้างขวางและทั่วถึง

ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:

กลุ่มนักเรียน นักศึกษา หรือวัยทำงานตอนต้นจะมีโอกาสเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือมากขึ้น

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถใช้สิทธิ์ควบคู่กับมาตรการอื่น ทำให้มีเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นในครัวเรือน

กระจายกำลังซื้อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะชุมชนเมืองรองและพื้นที่ชนบท

อัปเกรดโครงการ: ขยายร้านค้าเข้าร่วม

จากเดิมที่โครงการเน้นสนับสนุนร้านค้ารายย่อย เช่น ร้านข้าวแกง รถเข็น ตลาดสด ร้านขายของชำ แต่รอบใหม่นี้ มีแนวคิดที่จะ ขยายไปยังร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษีอย่างถูกต้อง เช่น ร้านอาหารขนาดกลาง ร้านสะดวกซื้อที่เป็นแฟรนไชส์ท้องถิ่น หรือร้านค้าปลีกที่ขึ้นทะเบียนกับกรมสรรพากร เพื่อให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมีนัยสำคัญมากขึ้น

สิ่งนี้ถือว่าเป็นการ “เชื่อมต่อเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบภาษี” อย่างเป็นรูปธรรม เพราะเมื่อร้านค้าเหล่านี้เข้ามาร่วมโครงการ จะทำให้การใช้จ่ายของประชาชนมีช่องทางมากขึ้น ขณะเดียวกันภาครัฐก็สามารถเก็บข้อมูลเชิงเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคได้ละเอียดกว่าเดิม

 

หนึ่งในประเด็นที่เรียกเสียงฮือฮาคือ แนวคิดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มองว่า ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งไม่ควรถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลัง นายสิริพงศ์ย้ำว่า นี่คือแรงจูงใจสำคัญ เพราะผู้ค้าจำนวนมากยังกังวลว่าหากเข้าสู่ระบบแล้ว จะถูก “เช็กบิลย้อนหลัง” ทำให้ไม่กล้าร่วมโครงการ

การยืนยันเช่นนี้จะช่วยให้ผู้ค้าสบายใจมากขึ้น และยอมเข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้องในอนาคต โดยไม่รู้สึกว่าต้องรับภาระเกินควรจากอดีต

 

ข้อดีที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:

ผู้ประกอบการรายย่อยกล้าที่จะสมัครเข้าร่วมโครงการมากขึ้น

ภาครัฐสามารถขยายฐานผู้เสียภาษีในอนาคตได้อย่างนุ่มนวล

ระบบเศรษฐกิจมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

ประเด็นวงเงินใช้จ่ายต่อวัน

แม้จะยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน แต่นายสิริพงศ์ยอมรับว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาเรื่องการเพิ่มวงเงินใช้จ่ายต่อวัน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบัน แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงงบประมาณและความเหมาะสมเป็นหลัก

 

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม

การกลับมาของโครงการคนละครึ่งในรอบใหม่นี้ ไม่ได้เป็นเพียงมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพเท่านั้น แต่ยังมีผลเชิงบวกในหลายมิติ ได้แก่

1. กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก – เมื่อประชาชนมีเงินใช้จ่ายมากขึ้น ร้านค้ารายย่อยในชุมชนจะได้ประโยชน์โดยตรง

2. สร้างบรรยากาศทางเศรษฐกิจ – เมื่อการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จะกระตุ้นให้ผู้ประกอบการกล้าลงทุนและจ้างงานมากขึ้น

3. ลดความเหลื่อมล้ำ – การขยายสิทธิ์ไปยังผู้มีรายได้น้อยและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะช่วยให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

4. ปรับตัวสู่ระบบดิจิทัล – การใช้แอปพลิเคชันในการจ่ายเงินจะทำให้ประชาชนคุ้นชินกับระบบการเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นแนวโน้มสำคัญของเศรษฐกิจในอนาคต

 

บทสรุป: คนละครึ่งคือความหวังใหม่

โครงการคนละครึ่งรุ่นใหม่ภายใต้รัฐบาลอนุทินกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นมาตรการที่เข้าถึงประชาชนได้รวดเร็ว และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน คาดว่าประชาชนจะได้ใช้สิทธิ์ภายใน 2 สัปดาห์หลังการแถลงนโยบายของครม.

 

ไม่เพียงแค่ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ แต่ยังสะท้อนถึงแนวทางเศรษฐกิจแบบใหม่ที่มุ่งเน้นการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมอย่างสมัครใจ โดยไม่กดดันเกินไป พร้อมทั้งผลักดันเศรษฐกิจไทยให้ก้าวสู่ระบบที่โปร่งใสและยั่งยืนในอนาคต

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
bbb1236555's profile
เขียนโดย bbb1236555
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: rage555
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางคนงบน้อยเน้นรวย4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี202610 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุดจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มีประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุดต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย""น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569ไขคำตอบ เพรียงเกาะวาฬกับเต่าทะเล มีประโยชน์หรือโทษกันแน่5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้บารมีองค์พ่อประทานพร! งวด 1 เมษาฯ นี้ "เลขหน้า 3 ตัว" มาแรงแบบฉุดไม่อยู่!จากขอบหนังสือพิมพ์สู่ตำนานลูกทุ่ง: ชีวประวัติและการต่อรองทางวัฒนธรรมของ "อุดม ชวนชื่น" และ "ศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม"5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้าน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เขตที่มีพื้นที่ทุ่งนามากที่สุด อันดับหนึ่งของเมืองกรุงเทพมหานครขุมทรัพย์สวรรค์เปิด! เจาะลึกรหัสรวย "รางวัลที่ 1" งวด 1 เมษายน 2569 ฉบับบารมีองค์เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี้ยทำไม สว. ชอบแทงสวน ขุดกระบวนการคัดเลือก สว. หาต้นตอการทำงานสุดเฟียสในสภา
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียกว่า 50% รู้สึกว่าตนเองถูกมองว่าเป็นคนต่างชาติตชด.จับล็อตใหญ่ไวรัลไปทั้งโลก หลังชาวเน็ตพบว่าส.ส.ญี่ปุ่น เคยเป็นนักร้อง พรีเซ็นเตอร์ และนางแบบสุดฮอตมาก่อนคนงานหญิงชาวเวียดนามดับ หลังถูกเครื่องย่อยไม้ดึงเข้าไปทั้งตัว
ตั้งกระทู้ใหม่