บิ๊กเต่า ลั่นชัด! ใครถือทรัพย์สินวัดพระบาทน้ำพุ รีบคืน ไม่งั้นเจอหมายเรียก
คดีวัดพระบาทน้ำพุ : เปิดโปงขบวนการทุจริตทรัพย์สินศรัทธา มูลค่าหลายพันล้าน – "บิ๊กเต่า" เร่งกู้คืนสมบัติประชาชน
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 เวลา 13.35 น. ที่รัฐสภา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ได้ออกมาแถลงความคืบหน้าของคดีที่สังคมให้ความสนใจอย่างสูง นั่นคือ คดีทุจริตทรัพย์สินวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลและมีการพัวพันของบุคคลหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่วัด เจ้าหน้าที่มูลนิธิ นักธุรกิจ และบุคคลใกล้ชิดอดีตเจ้าอาวาส
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐทั้ง ป.ป.ท. ปปง. และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ต่างเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับวัดพระบาทน้ำพุ หลังการจับกุมอดีตเจ้าอาวาสในข้อหายักยอกทรัพย์ เบียดบังเงินบริจาคของประชาชนเพื่อใช้ประโยชน์ส่วนตัว
ทรัพย์สินที่ถูกยักยอก – เงินสด เช็ก และที่ดินนับพันไร่
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามี เช็กกว่า 30 ฉบับ มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท ที่ออกในนามวัดพระบาทน้ำพุ แต่กลับไม่ได้ถูกนำเข้าบัญชีของวัด สร้างข้อสงสัยว่าเหตุใดเงินจำนวนนี้จึงถูกเบี่ยงเบนไปอยู่ในมือของใครบางคน
นอกจากนี้ ยังมีการตรวจพบ ที่ดินหลายพันไร่ อสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก และเงินสดนอกบัญชี ที่ยังไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างละเอียด พล.ต.ต.จรูญเกียรติระบุว่า หากรวมทั้งหมดแล้วมูลค่าอาจสูงกว่าที่คาดการณ์ถึง 2-3 เท่า ของจำนวนที่ตรวจพบในตอนแรก
เครือข่ายทุจริตที่ซับซ้อนยาวนานกว่า 20 ปี
หนึ่งในสิ่งที่สร้างความกังวลให้กับสังคมคือการที่การทุจริตในวัดพระบาทน้ำพุไม่ได้เกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง แต่เป็น กระบวนการที่ยืดเยื้อมายาวนานกว่า 20 ปี
เครือข่ายที่เกี่ยวข้องมีทั้งบุคคลภายในวัด มูลนิธิ และผู้มีอิทธิพลในวงการธุรกิจ ที่ต่างเข้ามาเกี่ยวพันกับทรัพย์สินและเส้นทางการเงินของวัด ทำให้เงินศรัทธาจากประชาชนจำนวนมหาศาลถูกเบี่ยงเบนออกไปใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว
พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวอย่างชัดเจนว่า “เรามีพยานหลักฐานครบหมดแล้วว่าใครถือครองทรัพย์สินอยู่” และได้ขอความร่วมมือให้ผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาแสดงตน เพราะหากยังเพิกเฉยหรือปิดบัง จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งในข้อหายักยอกทรัพย์และฟอกเงิน
คำเตือนถึงผู้ถือครองทรัพย์สิน
ในแถลงข่าวครั้งนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติได้ย้ำว่า ผู้ที่ครอบครองทรัพย์สินของวัด ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม ต้องรีบติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อนำทรัพย์สินกลับคืนวัด หากให้ความร่วมมือจะได้รับการกันไว้เป็นพยาน แต่หากเพิกเฉยก็จะถูกดำเนินคดีอย่างไม่มีข้อยกเว้น
คำเตือนนี้ไม่เพียงส่งไปยังบุคคลภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึง เจ้าหน้าที่วัดและเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ที่อาจถูกใช้ให้เป็นเครื่องมือในการยักยอกเงินโดยไม่รู้ตัว หากไม่รีบให้ข้อมูลก็อาจตกเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดโดยปริยาย
เงินหมุนเวียนมหาศาล – มากกว่า 2-3 พันล้านบาท
จากข้อมูลของ ปปง. พบว่ามีเส้นทางการเงินที่พัวพันกับบุคคลราว 30 คน โดยมีเงินหมุนเวียนอยู่ในระบบกว่า 2,000-3,000 ล้านบาท และนี่เป็นเพียงยอดที่ตรวจสอบได้เบื้องต้น ยังไม่รวมเงินสดและทรัพย์สินนอกบัญชีอีกจำนวนมหาศาล
ตัวเลขเหล่านี้สร้างความตกตะลึงให้กับสังคม เพราะสะท้อนถึงขนาดของการทุจริตที่ใหญ่เกินกว่าที่หลายคนคาดคิด และยังทำให้เกิดคำถามว่า เหตุใดการตรวจสอบก่อนหน้านี้จึงไม่สามารถหยุดยั้งการกระทำเหล่านี้ได้
ความท้าทายในการตรวจสอบ
คดีนี้ถือเป็นหนึ่งในคดีทุจริตที่ซับซ้อนที่สุดคดีหนึ่ง เพราะไม่ใช่เพียงการยักยอกเงิน แต่ยังมีการซ่อนเร้นทรัพย์สิน ฟอกเงิน และการสร้างเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับหลายภาคส่วน
พล.ต.ต.จรูญเกียรติยอมรับว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไม่สามารถทำได้โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนและองค์กรต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อน และที่สำคัญคือต้องสร้างระบบตรวจสอบที่รัดกุม เพื่อแยกแยะ “พระดี” ออกจาก “พระไม่ดี” ป้องกันไม่ให้คนที่ทำผิดกฎหมายหนีไปบวช หรือพระที่ต้องอาบัติปาราชิกกลับมาบวชใหม่อีก
ทำให้เป็น “ตัวอย่าง” สำหรับวัดอื่น
รอง ผบช.ก. ยังกล่าวด้วยว่า การดำเนินการในคดีวัดพระบาทน้ำพุครั้งนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทำลายพระพุทธศาสนา แต่เพื่อสร้าง “ตัวอย่าง” ให้กับวัดอื่นทั่วประเทศ ว่าจะไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ไม่ว่าพระหรือลูกศิษย์ หากนำเงินศรัทธาของประชาชนไปใช้ในทางที่ไม่โปร่งใส จะต้องถูกตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
คำถามที่สังคมอยากได้คำตอบ
นอกจากเรื่องทรัพย์สิน ยังมีข้อสงสัยที่ยังรอการคลี่คลาย เช่น
พระมีภรรยาได้จริงหรือไม่?
หมอบี ซึ่งถูกโยงชื่อในข่าวก่อนหน้านี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายทางการเงินนี้อย่างไร?
เงินที่มูลนิธิและวัดได้รับถูกนำไปใช้ในช่องทางใดบ้าง?
เส้นทางการเงินที่ไหลเวียนออกไปถึงใครบ้าง?
คำถามเหล่านี้สะท้อนถึงความซับซ้อนและความเชื่อมโยงของเครือข่าย ซึ่งต้องอาศัยการสืบสวนอย่างละเอียดเพื่อให้ความจริงปรากฏ
ไม่ใช่การทำลายศาสนา แต่คือการปกป้อง
ประโยคสำคัญที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติเน้นย้ำคือ “การแก้ไขปัญหาครั้งนี้ไม่ใช่การทำลายพระพุทธศาสนา แต่เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล”
การทุจริตเกิดจากคนบางกลุ่มที่ใช้จีวรและความศรัทธาของประชาชนมาเป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์ส่วนตัว หากไม่จัดการอย่างจริงจัง ศาสนาจะเป็นผู้ที่เสียหายที่สุด
สรุป
คดีวัดพระบาทน้ำพุเป็นเสมือน กระจกสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง ของการบริหารจัดการทรัพย์สินในวัดและองค์กรทางศาสนาในประเทศไทย เงินที่ประชาชนบริจาคด้วยศรัทธาควรถูกนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือสังคม แต่กลับถูกบิดเบือนจนกลายเป็นขุมทรัพย์ของบุคคลเพียงไม่กี่คน
วันนี้สังคมกำลังจับตามองว่า หน่วยงานรัฐจะสามารถกู้คืนทรัพย์สินหลายพันล้านกลับคืนสู่วัดได้มากน้อยเพียงใด และจะสามารถทำให้คดีนี้กลายเป็น “คดีตัวอย่าง” ที่สร้างบรรทัดฐานใหม่ในการจัดการกับการทุจริตในวัดไทยได้จริงหรือไม่
คนที่มี EQ ต่ำมักทำ 6 สิ่งนี้ ในวันที่ 1 มกราคมเสมอ!!
ยืนหนึ่งระดับโลก! "ลิซ่า BLACKPINK" ผงาดคว้าอันดับ 1 ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี 2568 จากสวนดุสิตโพล
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ "คำขวัญวันเด็ก": เข็มทิศทางความคิดจากนายกรัฐมนตรีไทยสู่อนาคตของชาติ
คำทำนายพิเศษจาก "บาบา วังกา" สำหรับปี 2026
ทำไมประเทศในเอเชียกลางต้องลงท้ายด้วย "สถาน"
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 2/1/69
จาก "ยาโด๊ป" ราชสำนักสู่ขนมโปรดของคนทั่วโลก: เจาะลึกประวัติศาสตร์และคุณประโยชน์ของช็อกโกแลต
รับวันเด็ก 2569: เจาะลึกคำขวัญฉบับ "นายกฯ อนุทิน" และ "ผู้ว่าฯ ชัชชาติ" สองสไตล์ที่โดนใจเยาวชน
ระทึกรับปีใหม่! สาวติดชิงช้าสวรรค์มรณะ หมุนไม่หยุด-ปิดเครื่องไม่ได้ ต้องวัดใจกระโดดลงพื้น
10 กิจกรรมรับปีใหม่ 2569: กิจกรรมแรกของปี บอกตัวตนที่แท้จริงว่าคุณคือใคร?
รับวันเด็ก 2569: เจาะลึกคำขวัญฉบับ "นายกฯ อนุทิน" และ "ผู้ว่าฯ ชัชชาติ" สองสไตล์ที่โดนใจเยาวชน
แนะนำ! เว็บไซต์ ai สามารถวาดรูป [l8+](สร้างฟรี) ผู้ใหญ่เท่านั้น
เรือรบจีนติดตั้งขีปนาวุธ YJ-20 สุดเทพของโลก!!
จีน..ขึ้นภาษีถุงยาง บีบวัยรุ่นให้ปั๊มลูก
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 2/1/69



