เศร้า! เปิดชีวิตพลทหารจับได้ใบแดง เหยียบกับระเบิดขาขาด ทิ้งลูกวัย 3 ขวบ
เปิดเรื่องราว "พลทหารโก้" วีรบุรุษผู้เสียสละ เหยียบกับระเบิดจนขาขาด ชีวิตพลิกผันหลังจับได้ใบแดง ทั้งที่เพิ่งมีลูกน้อยวัย 3 ขวบ
เมื่อพูดถึงการรับใช้ชาติ ภาพที่หลายคนมักนึกถึงคือทหารที่ยืนหยัดปกป้องแผ่นดิน แต่เบื้องหลังเครื่องแบบและภารกิจที่เต็มไปด้วยอันตราย ยังมีชีวิตจริงของผู้ชายธรรมดาที่ต้องละทิ้งครอบครัวมาเป็น "พลทหาร" หนึ่งในนั้นคือ พลทหารอดิศร ป้อมกลาง หรือ “โก้” อายุเพียง 22 ปี ชายหนุ่มชาวบ้านบุไท ตำบลทุ่งสว่าง อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา ที่ชีวิตต้องพลิกผันหลังจับได้ใบแดงและเข้ารับราชการทหาร
เหตุการณ์สะเทือนใจเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ระหว่างที่พลทหารโก้ปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนพื้นที่ชายแดนในเขต 350 ใกล้ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ เขาเหยียบเข้ากับกับระเบิดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาขวาขาด เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงทิ้งร่องรอยบาดแผลทางร่างกาย แต่ยังเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของชายหนุ่มผู้เพิ่งสร้างครอบครัวและเป็นพ่อของลูกน้อยวัยเพียง 3 ขวบ
บ้านเกิดที่แสนเรียบง่าย
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ บ้านบุไท ตำบลทุ่งสว่าง บ้านเกิดของพลทหารโก้ บรรยากาศที่พบคือบ้านปูนชั้นเดียวที่เก่าและทรุดโทรม สะท้อนถึงความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายและค่อนข้างยากจน
นางชูชาติ สอนโก่ย อายุ 54 ปี ยายของพลทหารโก้ เล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า หลานชายเป็นคนอัธยาศัยดี ขยันขันแข็ง และเพิ่งแต่งงานได้ไม่นาน เขามีลูกสาววัยเพียง 3 ขวบชื่อ “น้องรินลดา” ที่กำลังอยู่ในวัยไร้เดียงสาและต้องการการดูแลจากพ่อแม่เต็มที่
“โก้จับได้ใบแดง เขาก็บอกกับทุกคนในบ้านว่าพร้อมจะไปเป็นทหาร เขาภูมิใจที่จะได้รับใช้ชาติ ถึงแม้จะเพิ่งมีครอบครัวและลูกเล็กก็ตาม” ยายชูชาติเล่า
เส้นทางชีวิตก่อนเข้ากรม
ก่อนเข้ารับใช้ชาติ พลทหารโก้เป็นหนุ่มต่างจังหวัดที่ช่วยครอบครัวทำงานรับจ้างทั่วไป เขาไม่เคยบ่นถึงความเหน็ดเหนื่อย และมักพูดเสมอว่าต้องการให้ลูกและภรรยามีชีวิตที่ดีกว่าที่เขาเคยมี
ครอบครัวของโก้มีฐานะไม่มั่นคง พี่ชายของเขามีอาชีพขับรถส่งสินค้า รายได้ไม่มากนัก ส่วนพ่อแม่ก็ประกอบอาชีพรับจ้างรายวันเป็นหลัก การจับได้ใบแดงจึงกลายเป็นภาระใหม่ที่ทั้งบ้านต้องยอมรับ แม้จะรู้ว่าการเป็นทหารเต็มไปด้วยความเสี่ยง
วันที่โชคชะตาพลิกผัน
เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนที่ขึ้นชื่อว่าเต็มไปด้วยอันตราย พลทหารโก้พร้อมเพื่อนทหารได้รับคำสั่งลาดตระเวนตรวจสอบพื้นที่ 350 ใกล้ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ แต่แล้วเสียงระเบิดก็ดังก้องขึ้นกลางป่า
โก้เหยียบเข้ากับกับระเบิดโดยไม่ทันตั้งตัว แรงระเบิดทำให้ขาขวาของเขาขาดทันที เพื่อนทหารที่อยู่ใกล้เคียงรีบเข้าช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลสุรินทร์อย่างเร่งด่วน
แพทย์ยืนยันว่าแม้จะสามารถรักษาชีวิตไว้ได้ แต่เขาต้องสูญเสียขาข้างหนึ่งไปตลอดกาล
ครอบครัวที่เต็มไปด้วยความกังวลและความภูมิใจ
เมื่อข่าวการบาดเจ็บของพลทหารโก้ไปถึงครอบครัว บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและห่วงใย พ่อ แม่ ภรรยา และญาติ ๆ ต่างรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาลสุรินทร์เพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด
ภรรยาสาวของโก้ถึงกับร้องไห้โฮ เพราะไม่อาจทำใจได้ว่าคนที่เป็นหัวหน้าครอบครัวและพ่อของลูก จะต้องกลายเป็นคนพิการในวัยเพียง 22 ปี ขณะที่น้องรินลดา ลูกสาววัย 3 ขวบ ยังไร้เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจว่าเหตุใดพ่อจึงนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาล
แม้เต็มไปด้วยความทุกข์ แต่ญาติ ๆ ทุกคนก็ยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขารู้สึก ภูมิใจ ที่โก้ทำหน้าที่รับใช้ประเทศชาติ และยอมเสียสละแม้กระทั่งอวัยวะของตนเอง
เสียงจากยายชูชาติ
ยายของพลทหารโก้เล่าเพิ่มเติมว่า ครอบครัวนี้แม้จะยากจน แต่ทุกคนมีจิตใจที่เข้มแข็ง หลานชายคนนี้เป็นความหวังของบ้าน เขาเพิ่งเริ่มสร้างครอบครัวและกำลังทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูลูกเล็ก แต่วันนี้โชคชะตากลับเล่นตลก
“ยายอยากให้สังคมเข้าใจ หลานไม่ได้อยากได้อะไรตอบแทน แต่เราอยากให้ทุกคนเห็นว่า เขาคือหนึ่งในคนที่เสียสละเพื่อประเทศ ถึงแม้จะแลกด้วยความเจ็บปวดทั้งชีวิต”
ชีวิตหลังจากนี้ของ "พลทหารโก้"
การเสียขาไปหนึ่งข้างทำให้อนาคตของพลทหารโก้เต็มไปด้วยความท้าทาย เขาจะไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติหรือทำงานหนักเหมือนเดิมได้อีก แต่สิ่งหนึ่งที่ครอบครัวยังคงหวังคือการได้รับการดูแลและเยียวยาจากภาครัฐ เพื่อให้เขาสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างมีศักดิ์ศรี
ในอีกมุมหนึ่ง เรื่องราวของเขาก็สะท้อนถึงความจริงที่ว่า ทหารเกณฑ์หลายพันคนทั่วประเทศยังคงปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย บางคนกลับบ้านพร้อมเกียรติยศ แต่บางคนต้องสูญเสียอวัยวะ หรือแม้กระทั่งชีวิต
เสียงสะท้อนจากสังคม
หลังจากข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวโซเชียลจำนวนมากต่างแสดงความเห็นใจต่อครอบครัวของพลทหารโก้ หลายคนยกให้เขาเป็น “วีรบุรุษ” ผู้เสียสละเพื่อชาติ และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาช่วยเหลือเรื่องสวัสดิการและการดูแลครอบครัวของเขาอย่างเร่งด่วน
หลายความคิดเห็นยังสะท้อนถึงประเด็นใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหาร ว่าควรปรับปรุงระบบอย่างไรเพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัย และเพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก
บทเรียนจากเหตุการณ์
1. การเสียสละเพื่อชาติไม่ใช่เรื่องเล็ก – ทุกชีวิตที่สวมเครื่องแบบมีความหมายต่อประเทศ
2. ครอบครัวทหารคือผู้แบกรับผลกระทบ – เมื่อทหารต้องเผชิญความสูญเสีย ครอบครัวคือผู้ที่ต้องเจ็บปวดไม่แพ้กัน
3. สังคมต้องร่วมกันดูแล – วีรบุรุษที่เสียสละสมควรได้รับการดูแลจากทั้งภาครัฐและประชาชน
4. การพัฒนาระบบทหาร – เหตุการณ์นี้ควรกระตุ้นให้เกิดการทบทวนเรื่องสวัสดิการและมาตรการความปลอดภัยของกำลังพล
สรุป
เรื่องราวของ พลทหารอดิศร ป้อมกลาง หรือโก้ ไม่ใช่เพียงแค่เหตุการณ์ทหารเหยียบกับระเบิดแล้วขาขาด แต่คือเรื่องราวของชายหนุ่มผู้มีหัวใจกล้าแกร่ง ยอมละทิ้งครอบครัวเล็ก ๆ เพื่อมาปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติ แม้ต้องแลกด้วยอนาคตที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
วันนี้เขาอาจจะสูญเสียขาข้างหนึ่ง แต่สิ่งที่เขาได้ทิ้งไว้ให้กับสังคมคือ บทเรียนแห่งความเสียสละ ที่จะถูกจดจำไปอีกนาน ชีวิตของเขาและครอบครัวหลังจากนี้ยังต้องการกำลังใจและการสนับสนุนจากทุกฝ่าย เพื่อให้ “วีรบุรุษพลทหารโก้” สามารถเดินหน้าต่อไปในเส้นทางใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
"อั๊ต อัษฎา" ในวัย 50+ เมื่อกาลเวลาทำร้ายอะไรไม่ได้
แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 17/1/69
ปิดฉาก..ยุติออกอากาศ ช่อง JKN18 ของ แอน จักรพงษ์
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
"ฮุนมาเนต" หลุดโป๊ะเอง ลอบกัดไทย "วางบึ้มสังหาร" ยอมเอาชีวิตชาวเขมรเข้าเสี่ยง ชาวบ้านซวยลับเข้าบ้านไม่ได้
สายการบินที่ใหญ่ที่สุด และมีมาตรฐานดีที่สุดในประเทศลาว
มาโกะ นิชิมูระ ยากูซ่าหญิงผู้เป็นตำนานเพียงหนึ่งเดียวของญี่ปุ่น
โรงเรียนญี่ปุ่น ได้รับจดหมายขู่ฆ่ๅยกโรงเรียน








