ทหารเขมรตื่นเต้น! อินฟลูฯ แจกกล้องกลางคืน มองไกล 7 เมตร
อินฟลูเอนเซอร์ชาวกัมพูชามอบกล้องส่องกลางคืนให้ทหารแนวหน้า แต่ชาวเน็ตไทยวิจารณ์สนั่น
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ประเด็นเกี่ยวกับอินฟลูเอนเซอร์ชาวกัมพูชาและการมอบอุปกรณ์ให้กับทหารแนวหน้าของประเทศ กลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยผู้ใช้เพจเฟซบุ๊ก Army Military Force ได้โพสต์คลิปวิดีโอเผยให้เห็นภาพของทหารกัมพูชาที่ได้รับ กล้องกลางคืน (Night Vision) จากอินฟลูเอนเซอร์ชาวกัมพูชา หลังจากที่มีการเปิดรับบริจาคผ่านช่องทางออนไลน์
คลิปดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเป็นภาพของทหารแนวหน้าได้รับอุปกรณ์ใหม่ที่มักถูกมองว่าเป็น “ของเล่น” สำหรับนักรบ” โดยมีรายละเอียดของอุปกรณ์ที่มอบให้ดังนี้
กล้องกลางคืน (Night Vision): ตัวกล้องเป็นพลาสติก มาตรฐานการใช้งานทั่วไป ระยะมองเห็นในที่มืดประมาณ 7 เมตร ใช้พลังงานจากถ่านชาร์จ AA และผลิตในประเทศจีน ราคาต่อชิ้นไม่ถึงพันบาท
เสื้อเกราะ: เสื้อเกราะที่มอบให้เป็นเพียงเสื้อที่ดูเหมือนเกราะ แต่ ไม่ได้มีเกราะจริง ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าไม่สามารถป้องกันอันตรายได้
การเปิดรับบริจาคออนไลน์
ก่อนหน้าการมอบอุปกรณ์ดังกล่าว อินฟลูเอนเซอร์ชาวกัมพูชาได้ทำการ เปิดรับบริจาคผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีผู้สนับสนุนและผู้ติดตามเข้าร่วมบริจาคจำนวนมาก ซึ่งคาดว่ามีเงินหลายหมื่นหรือหลายแสนบาทถูกระดมเพื่อสนับสนุนทหารแนวหน้า
อย่างไรก็ตาม หลังจากคลิปวิดีโอถูกเผยแพร่ออกไป กลับมี เสียงวิจารณ์และความเห็นเชิงลบจากชาวเน็ตไทย อย่างมาก
กระแสความคิดเห็นจากชาวเน็ตไทย
คลิปวิดีโอและภาพที่ปรากฏ ทำให้ชาวเน็ตไทยเข้ามาแสดงความเห็นอย่างต่อเนื่อง โดยมีความคิดเห็นเด่น ๆ ดังนี้
“ไฟฉายส่องกบยังส่องได้ไกลกว่านี้อีก” – วิจารณ์ความสามารถของกล้องกลางคืนที่มอบให้ทหาร
“ของเล่นเด็กชัด ๆ” – มองว่ากล้องและอุปกรณ์ที่ให้ทหารไม่ได้มีคุณภาพเพียงพอ
“7 เมตร ถ้าศัตรูเข้ามาใกล้ขนาดนั้นไม่น่ารอด” – ตั้งคำถามถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของอุปกรณ์
“นักรบลาชาต้าจริง ๆ” – แสดงความเห็นเชิงประชดประชันเกี่ยวกับความสามารถในการรบ
“จะจูบปากกันอยู่แล้ว 7 เมตร” – ความเห็นแบบขำขันและประชดประชัน
ความเห็นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ชาวเน็ตไทยจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับความสามารถและคุณภาพของอุปกรณ์ที่มอบให้ทหาร โดยมองว่าเป็นเพียง “ของเล่น” มากกว่าการเป็นอุปกรณ์ยุทธวิธีที่มีประสิทธิภาพ
บริบทและปัญหาที่เกี่ยวข้อง
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็น ปัญหาการสนับสนุนทหารผ่านช่องทางออนไลน์ ที่อาจเกิดช่องว่างระหว่างความตั้งใจในการช่วยเหลือและประสิทธิภาพของอุปกรณ์ที่ได้รับ
1. การระดมทุนออนไลน์: การเปิดรับบริจาคออนไลน์เป็นวิธีการที่สะดวกและรวดเร็ว แต่ผู้บริจาคอาจไม่ได้รับข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับคุณภาพและประสิทธิภาพของอุปกรณ์
2. อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสม: การมอบอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่สามารถใช้งานได้จริง อาจสร้างความเสี่ยงต่อผู้รับ
3. ความคิดเห็นและวิจารณ์สาธารณะ: โลกออนไลน์เปิดโอกาสให้ผู้คนแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อผู้จัดและผู้รับบริจาค
การตอบสนองจากอินฟลูเอนเซอร์
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการจากอินฟลูเอนเซอร์ชาวกัมพูชาที่มอบกล้องกลางคืนและเสื้อเกราะเกี่ยวกับ เสียงวิจารณ์จากชาวเน็ตไทย แต่ความสนใจในเหตุการณ์นี้ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การโพสต์คลิปวิดีโอนี้สะท้อนให้เห็น ความสัมพันธ์และความตึงเครียดระหว่างโซเชียลมีเดียกับการสนับสนุนทหาร ในยุคที่การเผยแพร่ข้อมูลรวดเร็วสามารถกระตุ้นความคิดเห็นและวิจารณ์จากผู้คนในหลายประเทศ
มุมมองด้านความปลอดภัยและยุทธวิธี
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและยุทธวิธีมองว่า กล้องกลางคืนระยะมองเห็นเพียง 7 เมตร และเสื้อเกราะที่ไม่มีเกราะจริง อาจ ไม่เหมาะสมสำหรับการใช้งานจริงในสนามรบ
ระยะมองเห็น 7 เมตร เป็นระยะที่ใกล้มากสำหรับการป้องกันตัวในพื้นที่ชายแดนหรือในสถานการณ์ปะทะ
เสื้อเกราะที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่สามารถป้องกันกระสุนหรืออันตรายจากอาวุธได้
การมอบอุปกรณ์ลักษณะนี้ อาจสร้างความเข้าใจผิดให้ผู้สนับสนุนว่ากำลังช่วยทหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทสรุป: การสนับสนุนทหารในยุคดิจิทัล
เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ การสนับสนุนทหารผ่านช่องทางออนไลน์ ที่อาจไม่สอดคล้องกับความต้องการใช้งานจริงในสนามรบ
ผู้บริจาคควรศึกษาและตรวจสอบข้อมูลอุปกรณ์และความจำเป็นของผู้รับให้ละเอียด และควรตระหนักถึงข้อจำกัดของอุปกรณ์ที่ได้รับ
ในขณะเดียวกัน อินฟลูเอนเซอร์และผู้จัดระดมทุน ควรให้ข้อมูลที่ชัดเจนและโปร่งใสเกี่ยวกับคุณภาพและมาตรฐานของอุปกรณ์ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและเสียงวิจารณ์จากสาธารณะ
คำถามสู่ผู้อ่าน
คุณคิดเห็นอย่างไรต่อเหตุการณ์นี้?
อุปกรณ์ที่มอบให้ทหารเหมาะสมหรือไม่?
การระดมทุนออนไลน์แบบนี้ควรมีมาตรการตรวจสอบคุณภาพอย่างไร?
การวิจารณ์ของชาวเน็ตไทยถือว่าเหมาะสมหรือเกินไป?
อ้างอิงจาก: เฟซบุ๊ก Army Military Force
ทำไมประเทศในเอเชียกลางต้องลงท้ายด้วย "สถาน"
คนที่มี EQ ต่ำมักทำ 6 สิ่งนี้ ในวันที่ 1 มกราคมเสมอ!!
หวย AI ได้วิเคราะห์เลข น่าจะออกรางวัล งวด 2 มกราคม 2569
จาก "ยาโด๊ป" ราชสำนักสู่ขนมโปรดของคนทั่วโลก: เจาะลึกประวัติศาสตร์และคุณประโยชน์ของช็อกโกแลต
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 2/1/69
สื่อเขมรได้ที! ตีข่าวใหญ่ "ไทย" หลุดโผปลายทางที่ดีที่สุด ปี 2026 ของ BBC ..แต่มี "พนมเปญ" เสียบแทน
ยืนหนึ่งระดับโลก! "ลิซ่า BLACKPINK" ผงาดคว้าอันดับ 1 ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี 2568 จากสวนดุสิตโพล
คำทำนายพิเศษจาก "บาบา วังกา" สำหรับปี 2026
เรือรบจีนติดตั้งขีปนาวุธ YJ-20 สุดเทพของโลก!!
ระทึกรับปีใหม่! สาวติดชิงช้าสวรรค์มรณะ หมุนไม่หยุด-ปิดเครื่องไม่ได้ ต้องวัดใจกระโดดลงพื้น
ปิดฉากดราม่าอีสปอร์ตไทย! ‘ก้อง Cheerio’ รับสารภาพเป็นสแตนด์อินให้ Tokyogurl ปมทุจริตซีเกมส์ 2025
"ข้าวหลาม" ข้าวเหนียวดำข้าวเหนียวขาว 🍚 อร่อยในทุกเรื่องราวของการเผา
สื่อเขมรได้ที! ตีข่าวใหญ่ "ไทย" หลุดโผปลายทางที่ดีที่สุด ปี 2026 ของ BBC ..แต่มี "พนมเปญ" เสียบแทน
นักวิทย์ค้นพบว่า "ตาโต ไม่ได้แปลว่า ฉลาด"
ระทึกรับปีใหม่! สาวติดชิงช้าสวรรค์มรณะ หมุนไม่หยุด-ปิดเครื่องไม่ได้ ต้องวัดใจกระโดดลงพื้น
ประเทศขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่ไม่มีสนามบินแม้แต่แห่งเดียว
มุโชโทคุ Mushotoku ศิลปะแห่งการไม่คาดหวัง การลงมือทำโดยไม่ต้องการอะไรตอบแทน
แกงเห็ดขอน สูตรของป้า เห็ดขอนของลุง ความห่วงใยส่งให้ลูกหลาน
เมืองคอนดุ!ซิ่ง จยย.ไล่ประกบยิงพ่อแม่ลูกเจ็บ
สื่อเขมรได้ที! ตีข่าวใหญ่ "ไทย" หลุดโผปลายทางที่ดีที่สุด ปี 2026 ของ BBC ..แต่มี "พนมเปญ" เสียบแทน
ปิดฉากดราม่าอีสปอร์ตไทย! ‘ก้อง Cheerio’ รับสารภาพเป็นสแตนด์อินให้ Tokyogurl ปมทุจริตซีเกมส์ 2025
เมียน้อยตัดจู๋ผัวขาด หลังผัวไม่ยอมหย่ากับเมีย

