หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไข่เจียวปู 4,000 บาท กับ 4 บทเรียนจากเชฟต้น

โพสท์โดย poomkum

ดรามา “ไข่เจียวปูเจ๊ไฝ 4,000 บาท” ที่โหมแรงบนโลกออนไลน์ไม่กี่วันที่ผ่านมา อาจฟังดูเหมือนเรื่องอาหาร แต่จริง ๆ มันสะท้อนพฤติกรรมของสังคมเราชัดเจนยิ่งกว่าเมนูไหน ๆ ที่เคยเสิร์ฟมาในรอบปี และหนึ่งในคนที่กลายเป็นตัวละครสำคัญของเรื่องนี้คือ “เชฟต้น” เชฟชื่อดังที่รีบออกโรงปกป้อง ก่อนจะต้องออกมาขอโทษในภายหลัง

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ดราม่าไร้สาระ แต่มันคือ “สนามทดลองทางสังคม” ที่เปิดให้เห็นวิธีคิด วิธีสื่อสาร และวิธีรักษาหน้าของคนในโลกออนไลน์ชัดเจนมาก และเราสามารถถอดออกมาเป็น สี่บทเรียน ที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน


บทเรียนที่หนึ่ง: เช็กข้อมูลก่อนเสิร์ฟความเห็น

ลองนึกภาพว่าเราเดินเข้าครัว เจอวัตถุดิบกองเต็มโต๊ะ ทั้งปู กุ้ง หมู ไข่ ถ้าเชฟไม่ตรวจสอบสักหน่อยว่าปูสดหรือไม่ กุ้งเน่าหรือเปล่า แล้วจับโยนลงกระทะทันที จานที่ออกมาก็มีแต่หายนะ

บนโซเชียลก็เหมือนกัน ข้อมูลคือวัตถุดิบ คอมเมนต์หรือโพสต์คืออาหารจานที่เราส่งออกไปสู่สายตาคนทั้งเมือง เชฟต้นเผลอหยิบวัตถุดิบจากโพสต์ต้นทางแบบไม่ตรวจสอบละเอียด แล้วเสิร์ฟความเห็นออกไป ผลคือจานนั้นกลายเป็น “อาหารขม” ที่ทำให้หลายคนกินไม่ลง

ในเชิงสังคม เรามักรีบแสดงความเห็น เพราะกลัวตกขบวนดราม่า หรืออยากเป็นคนแรก ๆ ที่ได้มีเสียงในโต๊ะใหญ่ แต่การรีบเกินไปทำให้เราเสียความน่าเชื่อถือในระยะยาว สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกออนไลน์ไม่ใช่การไม่มีเสียง แต่คือการพูดออกไปแล้วทำให้คนเลิกฟังเราตลอดไป


บทเรียนที่สอง: อารมณ์คือเครื่องเทศ ไม่ใช่ทั้งหม้อ

ในครัว เครื่องเทศทำให้จานมีชีวิตชีวา พริกนิดเดียวอาจทำให้ผัดกะเพราสะใจ แต่ถ้าเทพริกทั้งขวด รสชาติจะพังจนไม่มีใครอยากแตะ เช่นเดียวกับอารมณ์ ใช้นิดหน่อยพอให้มีน้ำหนัก แต่ถ้าปล่อยให้อารมณ์นำทั้งหมด ข้อความที่ออกมาก็ไม่ต่างจากอาหารที่กินไม่ได้

เชฟต้นโพสต์ปกป้องด้วยอารมณ์เป็นหลัก ความอินกับการปกป้องเพื่อนร่วมวิชาชีพอาจฟังดูมีเกียรติ แต่เมื่ออารมณ์มากเกิน เหตุผลและการตรวจสอบหายไปหมด พอรู้ความจริงทีหลัง ต้องตามแก้ทีละคำ

นี่คือพฤติกรรมที่พบได้ทั่วไป สังคมไทยคุ้นชินกับการตอบสนองเร็ว ๆ “ด้วยใจ” มากกว่าด้วยข้อมูล เรามักถูกปลูกฝังให้ให้ค่าความรู้สึกมากกว่าเหตุผล ดังนั้นดราม่าทุกครั้งจึงกลายเป็นสนามอารมณ์มากกว่าสนามเหตุผล

บทเรียนตรง ๆ: เวลาจะคอมเมนต์ ลองถามตัวเองก่อนว่า “นี่คือความจริง หรือคือความรู้สึกของฉันตอนนี้?” ถ้าเป็นอย่างหลัง ให้เวลากับมันหน่อย เพราะรสชาติความรู้สึกเปลี่ยนได้ทุกชั่วโมง


บทเรียนที่สาม: การปกป้องใครคือการชิมรสแทนเขา

ในร้านอาหาร เมื่อเชฟยอมเซ็นชื่อบนจานหนึ่ง ๆ ไม่ว่าใครจะเป็นคนหั่นผักหรือทอดไข่ เขาก็ต้องรับผิดชอบรสชาติทั้งหมด การออกมาปกป้องใครในโลกโซเชียลก็คล้ายกัน มันคือการเอาหน้าของเราไปวางข้าง ๆ เขา

เชฟต้นตั้งใจจะช่วยเจ๊ไฝ แต่เมื่อข้อมูลจริงไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ คำพูดของเขากลายเป็นดาบย้อนกลับมา การปกป้องด้วยชื่อเสียงที่มี กลายเป็นการผูกตัวเองกับความผิดพลาดของอีกฝ่าย

สังคมไทยให้ค่ากับ “การปกป้องพวกพ้อง” มานาน เราถูกสอนว่าความจงรักภักดีคือคุณธรรม แต่ในยุคที่ข้อมูลไหลเร็ว การยืนข้างใครโดยไม่ตรวจสอบ กลับทำให้ทั้งคู่เสียหายพร้อมกัน

บทเรียน: อย่าลืมว่าเวลาเราเลือกยืนข้างใครในสาธารณะ เราไม่ได้ปกป้องเขาอย่างเดียว แต่เรากำลังเดิมพันเครดิตของตัวเองไปด้วย


บทเรียนที่สี่: เงียบก็อิ่มได้

ในร้านอาหาร ลูกค้าไม่ได้ต้องสั่งทุกจานที่มีในเมนู เพราะรู้ว่ากินไม่หมด เช่นเดียวกับโซเชียล เราไม่จำเป็นต้องแสดงความเห็นในทุกประเด็น บางทีการเงียบก็คือการ “เลือกไม่จ่ายราคา” ที่ไม่จำเป็น

เงียบไม่ใช่แพ้ และไม่ใช่ไร้ตัวตนด้วย เงียบคือการรักษาพลังไว้ใช้ในวันที่จำเป็น เงียบคือการยอมรับว่าโลกไม่ได้ต้องการความคิดเห็นของเราทุกครั้งที่มีดราม่าโผล่มา เงียบคือการรู้จักเลือกสนาม ไม่ใช่ถูกลากลงสนามทุกครั้ง

ในเชิงวัฒนธรรม การเงียบเคยถูกตีความว่า “ไม่กล้า” หรือ “ไม่เอาฝั่ง” แต่ในโลกดิจิทัลปัจจุบัน การเงียบคือทักษะการเอาตัวรอด มันคือเมนูง่าย ๆ ที่ไม่เปลืองแรง ไม่เสียเงิน และไม่ทำให้เราอิ่มเกินไปจนแน่นท้อง


แม้ในบทเรียนทั้งสี่ เราจะพูดถึงการเช็กข้อมูล การเบรกอารมณ์ การคิดก่อนปกป้อง และการเงียบ แต่สิ่งหนึ่งที่เชฟต้นทำได้ดีในตอนท้ายคือการออกมาขอโทษแบบตรงไปตรงมา นี่คือทักษะที่สังคมไทยยังไม่คุ้นเคยนัก เพราะเรามักมองว่าคำขอโทษคือการเสียหน้า

แต่จริง ๆ แล้วคำขอโทษคือ “เครื่องปรุงซ่อม” ถึงแม้แกงจะไหม้ไปแล้ว แต่การโรยสมุนไพรลงไปก็ยังช่วยให้คนกินได้ง่ายขึ้น คำขอโทษไม่ทำให้อดีตถูกลบ แต่ทำให้อนาคตพอเดินต่อไปได้


เรื่องไข่เจียวปู 4,000 บาท ไม่ได้สอนเราว่าอาหารแพงเกินไปหรือไม่

แต่มันเตือนเราว่า “คำพูดก็มีราคา” และบางครั้งแพงกว่าไข่เจียวปูอีก

ในโลกที่ทุกคนมีไมโครโฟนส่วนตัว คำพูดที่หลุดออกไปคืออาหารจานใหญ่ที่ถูกเสิร์ฟบนโต๊ะสาธารณะ

จะอร่อยหรือเสีย ขึ้นอยู่กับเราจะชิมก่อนเสิร์ฟหรือไม่

ดังนั้น ก่อนพิมพ์ ก่อนแชร์ ก่อนปกป้องใคร

ลองถามตัวเองว่า นี่คือเมนูที่เราพร้อมให้คนทั้งสังคมชิมหรือยัง?

เนื้อหาโดย: poomkum
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
poomkum's profile


โพสท์โดย: poomkum
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: poomkum
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุดห้ามใช้น้ำส้มสายชู ทำความสะอาดสิ่งของ 5 อย่างนี้ในบ้านเด็ดขาด!!เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลกหนุ่มเวียดนามตกหลุมรักสาวญี่ปุ่น ไม่กล้าบอกรักเพราะกลัวโดนแจ้งความจับ10 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 17 มกราคม 69..รีบส่องด่วน ก่อนหวยออก!!ศึกปีกสีดำ! นกขุนทอง ปะทะ นกเอี้ยง ใครคือสุดยอดนักพูดแห่งพงไพร?รู้หรือไม่ ไทยเคยเป็นประเทศ ที่ส่งออก นกแก้ว เป็นอันดับต้นๆของโลก"ฮุนมาเนต" หลุดโป๊ะเอง ลอบกัดไทย "วางบึ้มสังหาร" ยอมเอาชีวิตชาวเขมรเข้าเสี่ยง ชาวบ้านซวยลับเข้าบ้านไม่ได้นิวซีแลนด์ปิดสถานฑูตในอิหร่านแล้วหนังไทยเพียงเรื่องเดียว ที่มีบันทึกว่าทำเงินได้มากกว่า 500 ล้านบาท
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
นิวซีแลนด์ปิดสถานฑูตในอิหร่านแล้ว🏥🩺#30บาทรักษาทุกที่ “รูปแบบใหม่” 👉เริ่ม 12 ม.ค. 69หนุ่มเวียดนามตกหลุมรักสาวญี่ปุ่น ไม่กล้าบอกรักเพราะกลัวโดนแจ้งความจับกรณีดาราเกาหลีถูกsุมข่มขืu ได้สร้างความตกตะลึงให้ประเทศ
ตั้งกระทู้ใหม่