หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ฉลามสีทองหายาก ถูกจับได้ที่คอสตาริกา เผยเป็นกรณีศึกษาสำคัญทางวิทยาศาสตร์

เขียนโดย dukedick

        เรียกได้ว่าสร้างความฮือฮาในวงการวิทยาศาสตร์และผู้รักท้องทะเล เมื่อมีรายงานการค้นพบ “ฉลามพยาบาล (Nurse Shark)” ความยาวกว่า 2 เมตร ที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากฉลามทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพราะแทนที่จะมีสีผิวสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเข้มเพื่อพรางตัวกับแนวปะการังและพื้นหินทะเล ฉลามตัวนี้กลับมี สีส้มประกายทองสดใส จนโดดเด่นและมองเห็นได้ชัดเจน

        การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นโดยนักกีฬาตกปลาที่ประเทศคอสตาริกา และถูกนำมาศึกษาต่อโดยนักวิจัย จนพบว่าฉลามพยาบาลตัวดังกล่าวมีภาวะทางพันธุกรรมหายากที่เรียกว่า “แซนทิซึม (Xanthism)” ซึ่งเกิดจากการผลิตเม็ดสีเหลืองมากเกินไป หรือขาดเม็ดสีบางชนิด ส่งผลให้ผิวหนังและเกล็ดกลายเป็นสีเหลือง-ส้มทอง ทั้งที่ตามปกติภาวะนี้พบได้ในปลาเพียงบางชนิด แต่ยังไม่เคยบันทึกว่าปรากฏใน ปลากระดูกอ่อน เช่น ฉลาม ปลากระเบน หรือปลาสเกตมาก่อน

        ไม่เพียงเท่านั้น นักวิจัยยังตรวจพบว่า ฉลามพยาบาลตัวนี้มีภาวะ อัลบิซึม (Albinism) หรือโรคเผือก ร่วมด้วย ซึ่งทำให้ดวงตามีสีซีดกว่าปกติ การมีทั้งสองภาวะนี้ในสัตว์ชนิดเดียวพร้อมกันถือเป็นเรื่อง หายากมาก และยิ่งน่าทึ่งเมื่อพบว่าฉลามตัวนี้สามารถรอดชีวิตจนเติบโตเป็นตัวเต็มวัยได้

        ทีมนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัย Federal University of Rio Grande ประเทศบราซิล ระบุว่า การค้นพบฉลามที่มีทั้งแซนทิซึมและอัลบิซึม ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจใหม่ ๆ เกี่ยวกับพันธุกรรมของสัตว์น้ำ และความสามารถในการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในสภาพแวดล้อมทะเลที่ท้าทาย

“นี่เป็นการค้นพบที่ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า ความผิดปกติทางพันธุกรรมนี้เป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะตัว หรืออาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมในอนาคต”
— คำกล่าวของหนึ่งในทีมวิจัย

ด้วยความยาวกว่า 2 เมตรและร่างกายที่แข็งแรง นักวิจัยเชื่อว่า ภาวะการสร้างเม็ดสีผิดปกติไม่ได้กระทบต่อการล่าหรือการเอาชีวิตรอดของฉลามพยาบาลสีทองตัวนี้แต่อย่างใด และยังอาจกลายเป็นกรณีศึกษาที่มีคุณค่าต่อการอนุรักษ์และความเข้าใจเชิงพันธุกรรมของสัตว์ทะเลในอนาคต


📌 ขอบคุณข้อมูลจาก: Daily Mail
📷 ภาพจาก: เฟซบุ๊ก Parismina Domus Dei

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 211 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เจาะที่มา 5 สีกางเกงขาสั้นมัธยมชายไทย5 อันดับสัตว์ที่มีสมองฉลาดที่สุดในโลก5 จังหวัดที่นักลงทุนต่างชาติจับตาในปี 2569 โอกาสใหม่ของงาน และอสังหาฯ ไทยเงินเดือนของพนักงานเก็บค่าผ่านทางทางด่วนถ้ำที่คนพื้นที่ก็ไม่อยากไปจังหวัดที่ปลูกขิงมากที่สุดในประเทศไทย5 สายเรียนที่มีโอกาสตกงานต่ำในไทย (อิงตลาดแรงงานจริง)อย่าเพิ่งทุบรังดินเล็ก ๆ รู้จัก “หมาร่า” แมลงนักล่าแมงมุมใกล้ตัวประเทศที่ “ไม่มีรถไฟเลย” แม้แต่สายเดียวพบงูเหลือมลายตาข่ายซ้ำในเกาสง ผู้เชี่ยวชาญกังวลอาจเริ่มตั้งประชากรในธรรมชาติ8 อาหารไทยรสจัด ที่“คนรุ่นใหม่บางกลุ่มเริ่มกินน้อยลง”ประเทศที่“อากาศร้อนที่สุดในโลก”อุณหภูมิสูงกว่า 50°C
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ซอสอร่อยชื่อไทยที่โด่งดังในมือชาวต่างชาติคนใต้แนะนำกินแกงไตปลาให้อร่อยต้องกินอย่างไร..? เพราะมันไม่ใช่น้ำซุปรู้หรือไม่ ร้านแห่งแรกของ KFC นั้นอยู่ที่ไหน ?ถ้ำที่คนพื้นที่ก็ไม่อยากไปประเทศที่“อากาศร้อนที่สุดในโลก”อุณหภูมิสูงกว่า 50°C
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ขนลุก! ป้ายเตือนห้องน้ำจุดพักรถ "อย่าทิ้งผ้าอนามัย"ประธานอาเซียนเรียกร้องให้พม่าปล่อยตัวผู้ต้องขังและอองซานซูจีพบอุกกาบาต หนัก 423 กิโลกรัม อายุมากถึง 4.48 พันล้านปีชาวเน็ตรุมด่า ครอบครัวคนรวย ฝังรถยนต์หรูไปพร้อมตาวัย 70
ตั้งกระทู้ใหม่