กร่างกลางงาน! ช่องอานม้าทหารเขมรท้าทายทูต
เปิดทุกพฤติกรรม! ทหารเขมรกร่างโวยวายต่อหน้า คณะทูตอาเซียน หลังลงพื้นที่ช่องอานม้า
วันที่ 19 สิงหาคม 2568 เกิดเหตุการณ์ชุลมุนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี หลังคณะทูตทหารอาเซียน หรือ คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) จำนวน 8 ประเทศ พร้อมสื่อมวลชน ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน
เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังเพจ Army Military Force เผยแพร่ข้อความและคลิปเหตุการณ์ ระบุว่าทหารกัมพูรแสดงพฤติกรรมกร่าง โวยวายต่อหน้าเจ้าหน้าที่ทูตและสื่อมวลชนไทย โดยชี้หน้าด่าทหารไทยที่พาคณะ IOT เข้ามาลึกในพื้นที่ พร้อมประกาศสิทธิ์ครอบครองดินแดนบริเวณตลาดชุมชนอานม้า
เหตุการณ์กร่างกลางชายแดน
จากข้อมูลในคลิปและรายงานของสื่ออาวุโส วาสนา นาน่วม ระบุว่า ทหารกัมพูรแสดงพฤติกรรมกร่างต่อหน้าทหารไทยและคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว โดยโวยวายไม่พอใจที่ฝ่ายไทยพาคณะผู้สังเกตการณ์และสื่อมวลชนเข้ามาลึกในพื้นที่
คำพูดบางส่วนของทหารกัมพูรในเหตุการณ์ดังกล่าว มีดังนี้
"จะขึ้นมาทำไมไม่แจ้ง"
"ส่วนนี้ของผม นี่บ้านประชาชนผมเนี่ย"
"บ้านของประชาชนของผมก็เยอะ อยู่มานานแล้ว"
ทั้งนี้ ทหารกัมพูรยัง พยายามสั่งสื่อไทยให้ออกจากพื้นที่ และไม่ยอมฟังคำเตือนจากฝ่ายไทย
ด้านทหารไทยได้เตือนและพยายามระงับเหตุการณ์ โดยชี้ให้เห็นความจำเป็นของความสุภาพและการให้เกียรติคณะทูต ซึ่งทหารไทยยืนยันว่า "แบบนี้ไม่สุภาพ เป็นทหารต้องสุภาพกว่านี้ เคยคุยกับทหารไทย ทหารไทยสุภาพไหม"
การลงพื้นที่ของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (IOT)
กรมข่าวทหาร กองบัญชาการทหารไทย ได้นำ คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) จำนวน 8 ประเทศ 14 นาย ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ
1. ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของทหารไทยและทหารกัมพูชา ตาม สัญญาหยุดยิงชายแดน
2. ติดตามการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ที่มีข้อพิพาท
3. ประเมินสถานการณ์และจัดทำรายงานเพื่อให้แต่ละประเทศรับทราบ
อย่างไรก็ตาม เมื่อคณะผู้สังเกตการณ์และสื่อมวลชนเข้ามาลึกในพื้นที่ ทหารกัมพูรแสดงพฤติกรรมไม่พอใจ ทำให้เกิด เหตุการณ์ชุลมุนเล็กน้อย
พฤติกรรมกร่างของทหารกัมพูร
จากรายงานของสื่อและคลิปเหตุการณ์ พบว่าทหารกัมพูรมีพฤติกรรมดังนี้
1. โวยวายต่อหน้าเจ้าหน้าที่และสื่อ
ทหารกัมพูรชี้หน้าด่า ทหารไทย และสื่อที่เข้ามาในพื้นที่ พร้อมกล่าวอ้างสิทธิ์ครอบครองดินแดน
2. ปฏิเสธการให้สื่อเข้าถึงพื้นที่
ทหารกัมพูรพยายามขับไล่สื่อออกจากบริเวณซากอนุสาวรีย์ตาอม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถือเป็นแนวเส้นชายแดน
3. ประกาศสิทธิ์ครอบครองพื้นที่
อ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็น "บ้านของประชาชนชาวกัมพูชา" และอยู่มานานแล้ว โดยถือเป็นสิทธิ์ของตนเอง
4. เพิกเฉยต่อคำเตือนของฝ่ายไทย
ทหารไทยได้เตือนว่า "ต้องให้เกียรติคณะทูต" แต่ทหารกัมพูรยังคงโวยวายและไม่ฟังคำแนะนำ
5. สร้างความตึงเครียดระหว่างสองฝ่าย
พฤติกรรมกร่างนี้ทำให้เกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูรในบริเวณชายแดน
บริบทของพื้นที่ช่องอานม้า
ช่องอานม้า เป็นพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งถือเป็น จุดยุทธศาสตร์ ทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง
พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของ
ตลาดชุมชนและพื้นที่ค้าขายชายแดน
แนวเส้นชายแดนที่มีการตั้งอนุสาวรีย์เพื่อสัญลักษณ์การควบคุมพื้นที่
พื้นที่ที่มักเกิดความตึงเครียดระหว่างทหารไทยและกัมพูชา
เนื่องจากความสำคัญทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวในพื้นที่นี้ ต้องมีการแจ้งล่วงหน้าและประสานงานระหว่างสองฝ่าย
การแสดงตัวตนเป็นเจ้าของพื้นที่
พฤติกรรมของทหารกัมพูรสะท้อนถึง ความพยายามยืนยันสิทธิ์ครอบครอง โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของพื้นที่ตลาดชุมชนอานม้า ซึ่งชี้ให้เห็นถึง
1. ความเข้าใจไม่ตรงกันเกี่ยวกับเส้นเขตแดน
2. ความตึงเครียดด้านความมั่นคงชายแดน
3. ความไม่สอดคล้องในการประสานงานระหว่างสองฝ่าย
เหตุการณ์นี้ยังเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า การละเมิดสัญญาหยุดยิงชายแดนและความไม่แจ้งล่วงหน้าในการลงพื้นที่อาจก่อให้เกิดความตึงเครียดอย่างรุนแรง
ปฏิกิริยาของสื่อและผู้สังเกตการณ์
ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร วาสนา นาน่วม ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดความชุลมุนเล็กน้อย เนื่องจาก
ทหารกัมพูรไม่ยอมให้สื่อไทยเข้าพื้นที่
แสดงพฤติกรรมไม่สุภาพและกร่างต่อคณะผู้สังเกตการณ์
อ้างสิทธิ์ครอบครองพื้นที่โดยไม่มีหลักฐานชัดเจน
การกระทำดังกล่าวสร้างความลำบากในการ ทำงานของสื่อและคณะผู้สังเกตการณ์ และสะท้อนถึงความตึงเครียดระหว่างทหารสองฝ่าย
ผลกระทบจากเหตุการณ์
1. ความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา
การโวยวายและการแสดงตัวเป็นเจ้าของพื้นที่ของทหารกัมพูร เพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองฝ่ายและเสี่ยงต่อการปะทะ
2. ความยากลำบากของคณะผู้สังเกตการณ์
คณะ IOT ต้องปรับการลงพื้นที่และจัดระเบียบการทำงาน เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ชุลมุน
3. ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของทหารกัมพูร
การกร่างต่อหน้าคณะทูตและสื่อ ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของทหารกัมพูรดูไม่เป็นมืออาชีพและขาดความสุภาพ
4. ความปลอดภัยของสื่อและประชาชนในพื้นที่
พฤติกรรมกร่างของทหารกัมพูรเพิ่มความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้สังเกตการณ์และสื่อที่เข้าพื้นที่
บทสรุป
เหตุการณ์ทหารกัมพูรกร่างโวยวายต่อหน้า คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน และสื่อมวลชนที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี แสดงให้เห็นว่า
การลงพื้นที่ชายแดนโดยไม่มีการประสานงานที่ชัดเจน อาจทำให้เกิดความตึงเครียดและเหตุการณ์ชุลมุน
พฤติกรรมกร่างและการอ้างสิทธิ์ครอบครองพื้นที่ของทหารกัมพูร เป็นปัญหาที่สะท้อนถึง ความขัดแย้งและความไม่เข้าใจกันด้านชายแดน
ความสุภาพและการเคารพคณะทูตเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหว
เหตุการณ์นี้เป็นกรณีตัวอย่างที่ชัดเจนของ ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา และสะท้อนถึงความสำคัญของ การประสานงานและการปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพ
สำหรับผู้สนใจติดตามเหตุการณ์และพฤติกรรมทหารชายแดน สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่านเพจ Army Military Force และสื่อสายทหารเช่น Wassana Nanuam
อ้างอิงจาก: เพจ Army Military Force
เขียนโดย bbb1236555
เงินเดือนของพนักงานเก็บค่าผ่านทางทางด่วน
8 อาหารไทยรสจัด ที่“คนรุ่นใหม่บางกลุ่มเริ่มกินน้อยลง”
5 จังหวัดที่นักลงทุนต่างชาติจับตาในปี 2569 โอกาสใหม่ของงาน และอสังหาฯ ไทย
ประเทศที่"ทั้งประเทศอยู่บนภูเขา"
จังหวัดไหนมีประชากรมากที่สุดในไทย ถ้าไม่นับกรุงเทพฯ
5 สายเรียนที่มีโอกาสตกงานต่ำในไทย (อิงตลาดแรงงานจริง)
พบงูเหลือมลายตาข่ายซ้ำในเกาสง ผู้เชี่ยวชาญกังวลอาจเริ่มตั้งประชากรในธรรมชาติ
5 อันดับสัตว์ที่มีสมองฉลาดที่สุดในโลก
เจาะที่มา 5 สีกางเกงขาสั้นมัธยมชายไทย
อย่าเพิ่งทุบรังดินเล็ก ๆ รู้จัก “หมาร่า” แมลงนักล่าแมงมุมใกล้ตัว
ประเทศที่ “ไม่มีรถไฟเลย” แม้แต่สายเดียว
ถ้ำที่คนพื้นที่ก็ไม่อยากไป
ขนลุก! ป้ายเตือนห้องน้ำจุดพักรถ "อย่าทิ้งผ้าอนามัย"
แม่ภูมิใจลูกสาวดูแลตัวเองได้ แต่ชาวเน็ตเห็นท่ายืนแล้วรีบเตือนให้พาไปตรวจ
เจาะที่มา 5 สีกางเกงขาสั้นมัธยมชายไทย
5 โรงเรียนแนวใหม่ ที่ไม่ได้สอนแค่ในห้องเรียน
เกาะในทะเลอ่าวไทย ที่มีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่มากที่สุด




