เปิดยอดบริจาค "หมอบี" ให้ "วัดพระบาทน้ำพุ" ตัวเลขทำอึ้งทั้งโซเชียล!
วัดพระบาทน้ำพุเปิดเอกสารสรุปยอดบริจาค "หมอบี" กว่า 31 ล้านบาท พบยอดเงินคลาดเคลื่อนกว่า 5.4 ล้าน เตรียมดำเนินการตามกฎหมายหากพบการทุจริต
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี พระราชวิสุทธิประชานาก หรือที่ประชาชนรู้จักกันในนาม "หลวงพ่ออลงกต" เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับเอกสารสำคัญที่สรุปรายการรับบริจาคจากบุคคลหนึ่งซึ่งใช้ชื่อในวงสังคมว่า "หมอบี" โดยมีการแจกแจงรายละเอียดของยอดเงินบริจาคที่เข้ามาให้วัด ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566 ถึงวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2568 รวมเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี โดยในเอกสารมีการระบุว่ามีการบริจาคทั้งหมดจำนวน 15 ครั้ง ผ่านบัญชีธนาคาร
ยอดรวมของเงินบริจาคตลอดช่วงเวลาดังกล่าวมีจำนวนทั้งสิ้น 31,145,300 บาท อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบยอดที่ถวายต่อหลวงพ่ออลงกตโดยตรง พบว่าอยู่ที่ 25,741,100 บาท เท่านั้น นั่นหมายความว่า ยอดเงินบริจาคที่ขาดหายไปหรือมีความคลาดเคลื่อนอยู่ที่ 5,404,200 บาท ซึ่งถือเป็นจำนวนที่สูงและก่อให้เกิดข้อสงสัยในเรื่องความโปร่งใสของกระบวนการบริจาคเงินเพื่อกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา
รายละเอียดการคลาดเคลื่อนของยอดเงินบริจาคในแต่ละงวด
จากการเปิดเผยข้อมูลโดยวัดพระบาทน้ำพุ มีการระบุรายละเอียดบางส่วนของยอดเงินที่พบว่าคลาดเคลื่อนจากยอดที่โอนผ่านบัญชีธนาคาร กับยอดที่มีการถวายจริงต่อเจ้าอาวาส ดังตัวอย่างต่อไปนี้:
วันที่ 18 เมษายน 2566
ยอดเงินเข้าบัญชี: 3,703,858 บาท
ยอดที่ถวายจริง: 2,703,858 บาท
ขาดหายไป: 1,000,000 บาท
วันที่ 29 กันยายน 2567
ยอดโอน: 2,293,726 บาท
ยอดถวายจริง: 1,993,726 บาท
ขาดหายไป: 300,000 บาท
วันที่ 28 มกราคม 2568
ยอดโอน: 1,015,842 บาท
ยอดถวายจริง: 715,842 บาท
ขาดหายไป: 300,000 บาท
นอกจากนี้ ยังพบกรณีอื่น ๆ ที่ยอดเงินไม่ตรงกันในช่วงระหว่าง 100,000 – 300,000 บาท ในหลายงวดการบริจาค โดยมีเพียงบางงวดเท่านั้นที่ยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีตรงกับยอดเงินที่นำมาถวายต่อวัด
ทนายความร่วมตรวจสอบ – ย้ำเงินบริจาคต้องโปร่งใส
ในการเปิดเผยเอกสารในครั้งนี้ มี ทนายเกิดผล แก้วเกิด ร่วมแถลงข่าวกับหลวงพ่ออลงกตด้วย โดยทั้งสองท่านยืนยันตรงกันว่า วัดพระบาทน้ำพุมีหลักการบริหารเงินบริจาคอย่างโปร่งใส และให้ความสำคัญกับเจตนารมณ์ของผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการร่วมสร้างบุญกุศลในโครงการต่าง ๆ ของวัด
ทนายเกิดผล ระบุว่า "เงินบริจาคทุกบาททุกสตางค์ที่มีผู้ถวายเข้ามา ควรถูกนำไปใช้ในกิจกรรมของวัดอย่างตรงวัตถุประสงค์ และต้องไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ว่าเงินดังกล่าวอาจถูกเบียดบังหรือยักยอกไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม"
ทั้งนี้ การเปิดเผยยอดเงินบริจาคอย่างละเอียดเป็นความตั้งใจของวัดพระบาทน้ำพุ ที่ต้องการแสดงความโปร่งใสต่อสาธารณชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกี่ยวข้องกับยอดเงินบริจาคจำนวนมากจากบุคคลที่มีบทบาทในสื่อสังคมออนไลน์
วัดพระบาทน้ำพุย้ำชัด: หากพบเจตนายักยอก เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย
วัดพระบาทน้ำพุได้ยืนยันต่อสื่อมวลชนว่า เอกสารสรุปยอดเงินบริจาคจาก "หมอบี" ในครั้งนี้ จะถูกใช้เป็น หลักฐานทางกฎหมาย หากการตรวจสอบเส้นทางการเงินในภายหลังพบว่า มีพฤติการณ์ที่เข้าข่าย ยักยอกทรัพย์ หรือเบียดบังเงินบริจาค จากผู้มีจิตศรัทธา โดยมีเจตนาทุจริต
พระราชวิสุทธิประชานาก กล่าวอย่างหนักแน่นว่า
“เงินบริจาคทุกบาทที่เข้ามาวัด ต้องนำไปใช้เพื่อกิจกรรมของวัดตามที่ประชาชนตั้งใจถวายมา หากมีความไม่โปร่งใส หรือมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ วัดต้องดำเนินการตามกฎหมายเพื่อเป็นแบบอย่าง และเพื่อไม่ให้เกิดความเสื่อมศรัทธาต่อวงการพระพุทธศาสนาโดยรวม”
โครงการวัดพระบาทน้ำพุ: ศูนย์กลางช่วยเหลือผู้ป่วย HIV และคนไร้ที่พึ่ง
วัดพระบาทน้ำพุ เป็นที่รู้จักในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ในฐานะสถานที่รองรับและดูแล ผู้ป่วย HIV/AIDS, คนยากไร้, และผู้ที่ขาดโอกาสทางสังคม โดยดำเนินโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องมานานหลายสิบปี ภายใต้การนำของหลวงพ่ออลงกต ผู้มีจิตอาสาอย่างแรงกล้าในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
เงินบริจาคที่หลั่งไหลเข้ามายังวัดจากทั่วประเทศ เป็นแหล่งทุนหลักในการดำเนินกิจกรรมสงเคราะห์เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร, ยารักษาโรค, ค่าดูแลสถานที่, ค่าจ้างเจ้าหน้าที่, ตลอดจนกิจกรรมทางการศึกษาสำหรับเด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่ภายในวัด
ดังนั้น ทุกบาททุกสตางค์ที่เข้ามาจึงต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสื่อมศรัทธา หรือความเข้าใจผิดในหมู่ผู้บริจาค
เสียงจากประชาชน: ขอให้ตรวจสอบอย่างโปร่งใสเพื่อรักษาศรัทธา
หลังจากข่าวการเปิดเผยยอดเงินบริจาคครั้งนี้แพร่ออกไปในสื่อสังคมออนไลน์ มีประชาชนจำนวนมากแสดงความคิดเห็นในหลากหลายแง่มุม หลายคนแสดงความตกใจและผิดหวังหากข้อสงสัยเรื่องการคลาดเคลื่อนของยอดบริจาคเป็นความจริง ขณะเดียวกันหลายคนยังให้กำลังใจหลวงพ่ออลงกตและวัดพระบาทน้ำพุ พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา
หนึ่งในผู้แสดงความคิดเห็นบนเฟซบุ๊กกล่าวว่า
“ดิฉันบริจาคให้วัดพระบาทน้ำพุมาหลายครั้ง เพราะเชื่อมั่นในความตั้งใจของหลวงพ่อ การที่วัดออกมาเปิดเผยเอกสารเองเป็นสิ่งที่น่ายกย่องมาก และควรตรวจสอบทุกยอดให้ชัดเจน เพื่อความศรัทธาจะได้ไม่หายไป”
สรุป: โปร่งใส ตรวจสอบได้ รักษาศรัทธาของประชาชน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นบททดสอบครั้งสำคัญของวัดพระบาทน้ำพุ ในการแสดงความโปร่งใสและยืนหยัดต่อความถูกต้องอย่างไม่หวั่นเกรง ซึ่งเป็นสิ่งที่สถาบันทางศาสนาทุกแห่งควรถือเป็นแบบอย่าง
แม้ยอดเงินที่คลาดเคลื่อนกว่า 5.4 ล้านบาทจะเป็นจำนวนที่สูง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ความไว้วางใจของประชาชนต่อองค์กรศาสนา และการส่งต่อเจตนารมณ์แห่งการทำบุญอย่างบริสุทธิ์ใจ หากการตรวจสอบสามารถระบุความจริงได้อย่างโปร่งใส และมีการดำเนินการที่เหมาะสมกับผู้เกี่ยวข้อง ก็จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่น และรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของการบริจาคเพื่อศาสนาไว้อย่างยั่งยืน
เขียนโดย bbb1236555
จังหวัดในไทย ที่ยังไม่มี "มหาวิทยาลัยราชภัฏ" ตั้งในพื้นที่
พบงูเหลือมลายตาข่ายซ้ำในเกาสง ผู้เชี่ยวชาญกังวลอาจเริ่มตั้งประชากรในธรรมชาติ
6 มหาวิทยาลัยเอกชนที่ POP ที่สุดในประเทศไทย
สว่างไว้ก่อน... ปลอดภัยกว่า! ทำไมผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ "เปิดไฟห้องน้ำ" ทิ้งไว้เมื่อนอนโรงแรม
เกาะในทะเลอ่าวไทย ที่มีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่มากที่สุด
อย่าเพิ่งทุบรังดินเล็ก ๆ รู้จัก “หมาร่า” แมลงนักล่าแมงมุมใกล้ตัว
10 อันดับแบรนด์กาแฟโลก แบรนด์ไทยก็ติดกับเขาด้วย
จังหวัดไหนมีประชากรมากที่สุดในไทย ถ้าไม่นับกรุงเทพฯ
จังหวัดเพียงหนึ่งเดียวในไทย ที่มีพื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเพียงแห่งเดียว
ประเทศที่"ทั้งประเทศอยู่บนภูเขา"
ประเทศที่ “อาจหายไปจากแผนที่โลก” ในอนาคต
ประเทศที่คน “ใช้ชีวิตอยู่กับงูเห่าได้แบบปกติ”
สเตท ทาวเวอร์ ตึกแลนด์มาร์กระดับโลกของกรุงเทพฯ มีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุด






