ทูตลับสหรัฐฯ พบปูตินนาน 3 ชั่วโมง! ก่อนเดดไลน์ทรัมป์ตัดสินใจคว่ำบาตรรัสเซีย
ท่ามกลางกระแสการเมืองระหว่างประเทศที่ตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ สหรัฐฯ และรัสเซียกลับกลายเป็นตัวแสดงหลักที่สายตาทั้งโลกเฝ้าจับจ้อง และเมื่อไม่นานมานี้ การพบกันแบบ “ไม่เป็นทางการ” ระหว่าง “แซม วิทคอฟฟ์” (Sam Witkoff) ทูตพิเศษของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ที่ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงแบบลับ ๆ ได้จุดกระแสความสงสัยครั้งใหม่ขึ้นทันที
แม้ไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่าพูดคุยอะไรกันบ้าง แต่แหล่งข่าววงในรายหนึ่งจากฝ่ายทูตของสหรัฐฯ เผยกับสื่ออเมริกันว่า บทสนทนาในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะต้องตัดสินใจว่าจะคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติมหรือไม่ ภายใต้กรอบเวลาเดดไลน์ที่กำลังจะมาถึงในไม่กี่สัปดาห์
การพบกันที่อาจเปลี่ยนแนวทางนโยบาย?
วิทคอฟฟ์ ซึ่งถือเป็นบุคคลใกล้ชิดของทรัมป์ เคยมีบทบาทเป็นคนกลางในประเด็นร้อนด้านความมั่นคงมาก่อน และเชื่อกันว่าเขาได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบ “เงื่อนไขเจรจาลับ” ซึ่งอาจนำไปสู่การยกเลิกหรือผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน หากรัสเซียยอมอ่อนข้อลงในประเด็นบางประการ เช่น การลดบทบาทในยูเครน หรือการหยุดสนับสนุนบางกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากสื่อรัสเซียว่า ปูตินยินดีเปิดโต๊ะเจรจาเศรษฐกิจรอบใหม่กับสหรัฐฯ หากเงื่อนไขบางอย่างของมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจถูกปรับให้ “สมเหตุสมผลมากขึ้น”
เดดไลน์ของทรัมป์: จุดตัดสินใจสำคัญ
ในขณะเดียวกัน ภายในพรรครีพับลิกันเองก็เกิดกระแสแตกแยกอย่างชัดเจน มีทั้งฝ่ายที่ต้องการใช้ “ไม้แข็ง” กับรัสเซีย และฝ่ายที่เชื่อว่าควรเปิดโอกาสให้เกิดการพูดคุยอีกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่อาจบานปลายไปถึงระดับสงครามตัวแทน (proxy war) ในหลายภูมิภาค
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากทรัมป์เริ่มแสดงท่าทีว่าจะกลับมา “ดีลกับรัสเซีย” หากเขาชนะการเลือกตั้งในปี 2024 และกลับเข้าสู่ทำเนียบขาว การเจรจาของวิทคอฟฟ์กับปูตินจึงอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนการ “เปิดประตูหลัง” เพื่อปูทางสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจ
สัญญาณของเกมการเมืองระหว่างประเทศ
นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า การพบกันครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า “ช่องทางลับ” ระหว่างวอชิงตันและมอสโกยังคงมีอยู่ แม้สถานการณ์ภายนอกจะดูเหมือนว่าไม่มีทางออกใด ๆ และแม้กระทั่งขณะนี้ โลกตะวันตกโดยเฉพาะยุโรปเองก็เริ่มแสดงความลังเลในการคว่ำบาตรแบบสุดโต่ง ขณะที่หลายประเทศกำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อและพลังงานแพงที่เป็นผลพวงจากความขัดแย้งกับรัสเซีย
วิทคอฟฟ์ อาจไม่ใช่นักการทูตมืออาชีพในแบบดั้งเดิม แต่การที่เขาได้เข้าไปพูดคุยโดยตรงกับผู้นำที่แข็งกร้าวที่สุดคนหนึ่งในโลก นับเป็นสัญญาณว่า การเมืองระหว่างประเทศกำลังเคลื่อนไหวอย่างเงียบ ๆ เบื้องหลังม่าน และ “เบื้องหลังม่าน” นี้อาจเปลี่ยนเส้นทางของโลกทั้งใบ
สรุป
จะคว่ำบาตรเพิ่ม หรือจะเปิดดีลลับ? — คำตอบสุดท้ายยังคงอยู่ที่โดนัลด์ ทรัมป์ หากเขาตัดสินใจเปิดทางเจรจาใหม่ นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในสมการอำนาจโลกอีกครั้ง… หรืออาจเป็นกับดักทางการเมืองที่อันตรายที่สุดเท่าที่สหรัฐฯ เคยเจอมาก็เป็นได้
อ้างอิงจาก: bbc cnn
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
ซีแลนเดีย (Zealandia): ทวีปที่ 8 ของโลก ขุมทรัพย์ลึกลับใต้ก้นมหาสมุทรแปซิฟิก
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
ย้อนรอย 6 อารยธรรมโบราณที่ล่มสลายอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงปริศนาให้โลกค้นหา
"เด็กเขมร" อยากกลับมาเรียนหนังสือในไทย คุณคิดยังไง?
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
เซอร์อังกฤษวัย 79 ปี เสนอเงินเดือนให้สาวที่จะมาผลิตทายาท เพื่อรักษาตระกูลในคฤหาสน์ 5,000 ไร่
นทท.ไต้หวัน เห็นสิ่งนี้ถึงกับให้ทิปรัว ๆ ทุกวัน
มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิก
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
"เด็กเขมร" อยากกลับมาเรียนหนังสือในไทย คุณคิดยังไง?
พบมัลแวร์ GhostPoster บนส่วนเสริม Firefox ถึง 17 ตัว
เห็นคนแห่ไปร่อนทองตามคลอง... แต่รู้ไหมว่า "ทองคำ" ในร้านตู้แดงบ้านเรา จริงๆ แล้วมาจากไหน? (ไม่ใช่ในน้ำแน่นอน!)
หนุ่มเพี้ยนกินข้าววัด ควงมีดปังตอขู่พระ ขว้างก้อนหินวัดเสียหาย
นทท.ไต้หวัน เห็นสิ่งนี้ถึงกับให้ทิปรัว ๆ ทุกวัน

