เดือดไม่หยุด! ชาวเน็ตเขมรโบ้ยไทย "ระเบิดเซเว่นเอง" อ้าง BM-21 ยิงไม่ถึง!
วิเคราะห์มั่วไปอีก! ดราม่าชาวเน็ตกัมพูชาอ้างไทย "ระเบิดเซเว่นตัวเอง" สร้างสถานการณ์ หวังผลการเมือง
ชาวเน็ตไทยโต้กลับยับ – ชี้ชัดจรวด BM-21 ยิงไม่ถึง พร้อมหลักฐานมัดแน่น
ในขณะที่สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียด และการปะทะประปรายยังเกิดขึ้นเป็นระยะ สิ่งหนึ่งที่เกิดควบคู่และดูเหมือนจะรุนแรงไม่น้อยกว่ากันก็คือ "สงครามข้อมูลข่าวสาร" (Information Warfare) ระหว่างประชาชนของทั้งสองชาติ โดยเฉพาะในโลกออนไลน์
ล่าสุด โลกโซเชียลได้ลุกเป็นไฟอีกครั้ง เมื่อมี ผู้ใช้งานชาวกัมพูชารายหนึ่ง โพสต์ข้อความ กล่าวหาอย่างมั่วซั่วว่า ประเทศไทยระเบิดร้านสะดวกซื้อของตนเอง (เซเว่นอีเลฟเว่น) โดยอ้างว่าเพื่อหวังผลทางการเมืองและการสร้างกระแสความน่าสงสารต่อประชาคมโลก
ทฤษฎีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักนี้ กลายเป็นไวรัลในวงการข่าวออนไลน์ของไทยอย่างรวดเร็ว และจุดกระแสถกเถียงทั้งในด้านความจริง และความ "มั่ว" ที่ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
ข้อกล่าวหาจากฝั่งชาวเน็ตกัมพูชา: ระยะยิง BM-21 ไปไม่ถึง แล้วใครกันแน่เป็นคนยิง?
โพสต์ดังกล่าวของชาวเน็ตกัมพูชาได้แสดงความ "มั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม" ว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นบริเวณร้านสะดวกซื้อในฝั่งไทย ไม่อาจเกิดจากจรวด BM-21 ของกัมพูชาได้ เพราะจรวดรุ่นนี้มีพิสัยยิงไม่เกิน 30-40 กิโลเมตร
ในขณะที่ร้านสะดวกซื้อที่ถูกระเบิดนั้น ตั้งอยู่ห่างจากชายแดนถึง 120 กิโลเมตร ตามที่โพสต์อ้าง
แน่นอนว่า ข้อมูลนี้กลายเป็นที่ตลกขบขันในหมู่ชาวเน็ตไทยอย่างมาก เพราะมันขัดแย้งกับข้อเท็จจริงโดยตรงทั้งในแผนที่ ภาพถ่ายจากดาวเทียม และระยะทางจริง ๆ ที่ชาวเน็ตชาวไทยบางคนถึงกับพิมพ์สวนกลับว่า:
“จากปราสาทโดนตาลมาถึงเซเว่น 30-40 โล 120 โลบ้านมึงดี มึงอย่าบ้า เดี๋ยวกูจับลงแผนที่เลย”
คำตอบดังกล่าวได้กลายเป็นคำพูดฮิตชั่วข้ามคืน ที่สะท้อนอารมณ์ “เหนื่อยใจแต่ยังพอมีอารมณ์ขัน” ของฝั่งชาวเน็ตไทย ที่ต้องรับมือกับการบิดเบือนข้อมูลซ้ำแล้วซ้ำเล่า
วิเคราะห์จรวด BM-21 อย่างชัดเจน: พิสัยยิงอยู่ที่ 20–45 กม. เท่านั้น!
เพื่อความชัดเจนในทางเทคนิค จรวด BM-21 หรือชื่อเต็มว่า BM-21 Grad เป็นระบบจรวดหลายลำกล้องที่ผลิตในสหภาพโซเวียต โดยถูกใช้แพร่หลายในหลายประเทศ รวมถึงกัมพูชา
BM-21 มีพิสัยยิงมาตรฐานอยู่ที่ประมาณ 20–45 กิโลเมตร เท่านั้น ขึ้นอยู่กับรุ่นของจรวดที่ใช้
ไม่มีเวอร์ชันใดที่สามารถยิงได้ไกลถึง 120 กิโลเมตร อย่างที่กล่าวอ้าง
การนำจรวดยิงข้ามระยะทางมากกว่าสองเท่าของพิสัยจริง ไม่เพียงแต่เป็นไปไม่ได้ในทางเทคนิค แต่ยังผิดหลักการของวิทยาศาสตร์ทางทหารโดยสิ้นเชิง
หลักฐานทางภาพ: วงกลมผิดจุด – ตีความมั่ว – วิเคราะห์แบบ “ปักธงก่อนหาข้อเท็จจริง”
นอกจากข้อมูลเรื่องระยะยิงแล้ว ผู้โพสต์จากฝั่งกัมพูชายังได้นำภาพจากสถานที่เกิดเหตุมา “วิเคราะห์” ด้วยตัวเอง โดยการวงกลมสิ่งของต่าง ๆ เช่น รถยนต์ เสาไฟ หรือป้ายร้านค้า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า “จุดนั้น” อาจเป็นตำแหน่งที่มีการวางระเบิดเอาไว้โดยฝีมือคนในประเทศ
แต่ทว่าการวิเคราะห์ดังกล่าว กลับ ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงในพื้นที่โดยสิ้นเชิง
จากรายงานของเจ้าหน้าที่ไทย ระบุชัดว่า บริเวณที่ได้รับความเสียหายมีร่องรอยของ สะเก็ดระเบิดจากหัวจรวด ที่ยิงมาจากทิศทางฝั่งกัมพูชา ไม่ใช่ระเบิดแสวงเครื่องหรือระเบิดแอบวางใด ๆ และไม่ได้มี “รถยนต์สั่งการ” อย่างที่ชาวเน็ตรายนั้นอ้าง
เจตนาเบื้องหลัง: สร้างเรื่องปลุกปั่น-โทษฝ่ายตรงข้าม – ตรรกะย้อนแย้งเต็มขั้น
การกล่าวหาว่า “ประเทศไทยสร้างสถานการณ์ด้วยการระเบิดร้านของตัวเอง” นั้น ไม่เพียงแต่ฟังดูไร้เหตุผล แต่ยัง ขาดแรงจูงใจที่สมเหตุสมผล
ใครกันจะสร้างภาพลักษณ์ประเทศของตัวเองให้เสียหาย โดยทำลายทรัพย์สินของประชาชนตนเอง?
หากต้องการ “เรียกร้องความเห็นใจ” จริง ๆ เหตุใดจึงไม่ใช้วิธีที่ปลอดภัยกว่า และไม่ต้องสังเวยชีวิตหรือทรัพย์สินของพลเมืองตัวเอง?
ข้อกล่าวหาดังกล่าวจึงถูกตีตกในทางตรรกะอย่างง่ายดาย และยิ่งเมื่อมีหลักฐานหลายชิ้นยืนยันทิศทางของจรวดและภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ ยิ่งทำให้ข้อกล่าวหานั้นดู “งี่เง่า” อย่างไม่มีข้อแก้ตัว
สะท้อนปัญหา "สงครามข้อมูลข่าวสาร" ที่ต้องรับมือด้วยสติและข้อเท็จจริง
เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงปัญหา สงครามข่าวสาร (Information Warfare) ที่กลายเป็นแนวรบใหม่ของความขัดแย้งยุคดิจิทัล
ในอดีต สงครามเกิดขึ้นด้วยอาวุธและกำลังทหาร
แต่ในยุคปัจจุบัน สงครามยังเกิดได้ด้วย “คีย์บอร์ด” และ “ข้อมูลเท็จ”
โซเชียลมีเดียกลายเป็นพื้นที่ที่สามารถปลุกปั่น บิดเบือน และ “บอกต่อความไม่จริง” ได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ผู้เสพข่าวที่ไม่มีทักษะในการแยกแยะ อาจตกเป็นเหยื่อของข้อมูลที่แต่งขึ้นโดยไม่มีหลักฐาน
หากไม่รีบตรวจสอบและตั้งสติให้ดี ความเข้าใจผิดอาจลุกลามเป็นความเกลียดชังที่ยากจะควบคุม
เสียงจากชาวเน็ตไทย: ทั้งฮา ทั้งเหนื่อย ทั้งเบื่อ แต่ยังมี "อารมณ์ขัน"
ท่ามกลางความขุ่นเคืองใจจากข้อกล่าวหาแบบมั่ว ๆ ชาวเน็ตไทยส่วนใหญ่ยังคงแสดงออกด้วย อารมณ์ขันผสมประชดประชัน
“ถ้าระเบิดตัวเองแล้วได้อะไร สงสัยว่าเซเว่นจะได้ขายดีขึ้นเหรอ?”
“BM-21 ติดเทอร์โบเหรอ ยิงได้ 120 กิโล เดี๋ยวไปบอก NASA ให้ซื้อ”
“ความมั่วคืออาวุธของคุณ แต่ความจริงคือเกราะของเรา”
แม้จะเป็นเพียงคอมเมนต์ขำ ๆ แต่ก็บ่งบอกถึงทัศนคติที่น่าชื่นชมในการไม่ปล่อยให้ข่าวปลอมทำลายสติและความเป็นมนุษย์ของเรา
สรุป: ขอให้ “ข้อเท็จจริง” อยู่เหนือ “ทฤษฎีมั่วซั่ว”
ไม่ว่าเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาจะพัฒนาไปในทิศทางใด สังคมควรตระหนักว่า ข่าวสารต้องมาจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่จากอารมณ์หรือความเชื่อฝ่ายเดียว
ข้อกล่าวหาว่าไทย "ระเบิดร้านสะดวกซื้อของตนเอง" ไม่เพียงไร้เหตุผล แต่ยังสะท้อนถึงความพยายามในการปลุกปั่นผ่านโซเชียลมีเดียอย่างน่ากังวล
ในฐานะผู้เสพข่าว และในฐานะคนไทย เราจึงควร:
✅ มีสติทุกครั้งที่เสพข้อมูล
✅ กล้าตั้งคำถามกับสิ่งที่ดูเกินจริง
✅ อย่าร่วมแชร์หากไม่แน่ใจ
✅ และควรช่วยกัน ปกป้องข้อเท็จจริง ด้วยพลังของความรู้และสามัญสำนึก
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
ไม่ใช่ 60! วิจัยชี้มนุษย์เริ่ม "แก่ลง" ตั้งแต่อายุเท่าไหร่? แอบช็อกร่างกายเสื่อมไวกว่าที่คิด
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
ลือหึงฝรั่งเศสเจอเอกสารลับ ช่วยไทยทวงคืนเขาพระวิหาร
มาโกะ นิชิมูระ ยากูซ่าหญิงผู้เป็นตำนานเพียงหนึ่งเดียวของญี่ปุ่น
โรงเรียนญี่ปุ่น ได้รับจดหมายขู่ฆ่ๅยกโรงเรียน






