หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"เรวัช" ซัดหมอปลายแรง! พูดสงครามใหญ่ไม่คิดถึงครอบครัวทหารที่สูญเสีย


เขียนโดย bbb1236555

“คำทำนาย หรือ เฟกนิวส์?” : เมื่อหมอดูทำนายสงคราม ชนวนสู่การออกโรงของอดีตนายตำรวจ “เรวัช กลิ่นเกษร”

เมื่อ “คำพยากรณ์” กลายเป็นแรงสั่นสะเทือนทางสังคม และความมั่นคง

ท่ามกลางบรรยากาศความไม่แน่นอนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดปัญหาพิพาทเล็กน้อยในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2568 ได้มีคำทำนายจากนักดูดวงคนดัง “หมอปลาย พรายกระซิบ” ที่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ พร้อมระบุว่าจะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง “ชุดใหญ่” ภายใน 1-2 วัน โดยใช้คำว่า “ใหญ่ไฟกระพริบ” จนกลายเป็นประเด็นร้อนที่ลุกลามจากวงการดูดวง สู่การเมือง และวงการความมั่นคงของชาติ

 

คำทำนายดังกล่าว ไม่เพียงสร้างกระแสแตกตื่นให้กับประชาชนในหลายพื้นที่ แต่ยังถูกมองว่า สร้างความหวาดกลัวโดยไร้หลักฐานและความรับผิดชอบ จนในที่สุด พล.ต.ท. เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ต้องออกมาโพสต์คลิปวิดีโอผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว เพื่อตอบโต้ พร้อมตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า “คำพูดลอยๆ เหล่านี้ควรมีที่ยืนในสังคมหรือไม่?”

 

จุดเริ่มต้นของกระแสดราม่า: จากทำนาย "นายกฯ คนใหม่" สู่คำเตือนสงครามชายแดน

ต้นเรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2568 หมอปลาย พรายกระซิบ นักพยากรณ์หญิงชื่อดัง ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อเกี่ยวกับดวงเมือง พร้อมระบุว่า “ประเทศไทยจะมีผู้นำใหม่เป็นผู้ชาย แต่จะไม่ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งในฐานะนายกรัฐมนตรีอย่างแท้จริง” พร้อมกล่าวเสริมถึง “พลังงานดวงเมืองที่เปลี่ยนไปเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน” และจะมี “ตัวจริง” ปรากฏในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สร้างแรงกระเพื่อมมากที่สุด ไม่ใช่คำพยากรณ์ทางการเมือง แต่เป็น คำเตือนถึงความรุนแรงระดับสงครามชายแดน ที่จะเกิดขึ้นใน “วันสองวันนี้” พร้อมใช้คำว่า “ชุดใหญ่ไฟกระพริบ” และอ้างว่าทราบข้อมูลจาก “ท่านยม” – ซึ่งเป็นวิญญาณหรือจิตสัมผัสที่หมอปลายเชื่อว่ามีการสื่อสารกัน

 

ท่าทีของสื่อ – ทหาร – และอดีตตำรวจมือปราบ: “ต้องรับผิดชอบคำพูด”

ทันทีที่คลิปสัมภาษณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ สื่อมวลชนหลายสำนักเริ่มรายงานอย่างรอบคอบ โดยเน้นย้ำให้ประชาชนแยกแยะข้อมูลที่มี “ข้อเท็จจริง” ออกจาก “คำทำนาย” และไม่ควรตกเป็นเหยื่อของเฟกนิวส์ หรือข่าวลวงจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน

 

แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องบานปลาย คือ การที่หมอดูหญิงคนดังไม่ได้มีเพียงคำทำนาย แต่ยังกล่าวย้ำด้วยความมั่นใจ และระบุช่วงเวลาชัดเจน ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนในพื้นที่ชายแดนเกิดความวิตก ตื่นกลัว บางรายถึงขั้นงดจัดกิจกรรม หยุดงาน หรือพาครอบครัวอพยพจากพื้นที่

 

ในที่สุด พล.ต.ท. เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ซึ่งปัจจุบันยังคงมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารสาธารณะ ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม โดยกล่าวถึงเหตุการณ์นี้อย่างตรงไปตรงมา และเรียกร้องให้สังคม “ตื่นรู้” ต่อภัยของข่าวลวงในรูปแบบใหม่

 

วิเคราะห์จากคำพูดของ “พล.ต.ท. เรวัช” – เมื่ออดีตตำรวจทนไม่ไหว ต้องออกมาตั้งคำถาม

ในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ผ่านเพจส่วนตัว พล.ต.ท. เรวัช ได้กล่าวว่า คำพูดของหมอปลายถือเป็น “การปล่อยข้อมูลลวงโดยไร้ความรับผิดชอบ” และตั้งคำถามว่า ถ้าเหตุการณ์ที่ทำนายว่า “จะเกิดสงครามภายใน 2 วัน” ไม่เกิดขึ้นจริง หมอปลายจะรับผิดชอบอย่างไร?

เขากล่าวในตอนหนึ่งว่า:

 “คนบ้านนอกที่ไม่มีความรู้ เขาก็เชื่อหมอ คนสุขภาพจิตก็เสีย ต้องยกเลิกงานต่างๆ ที่จัดไว้ เกิดความสูญเสียด้านจิตใจและเศรษฐกิจ ถ้าเดาผิด ใครจะรับผิดชอบ?”

 

นอกจากนี้ ยังแนะให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบพิจารณา ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยยื่นแจ้งความเอาผิดในข้อหา “นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์” ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งอาจนำไปสู่การพิจารณาในชั้นศาล

“อย่ามั่นหน้าออกมาพูดเพ้อเจ้อ จะยมพราย หรือจิตสัมผัสอะไรก็ไม่รู้ จะพูดก็ต้องมีข้อมูลอ้างอิง ไม่ใช่ทำให้คนทั้งประเทศขวัญเสีย!”

 

เมื่อ “คำทำนาย” กระทบต่อ “ความมั่นคง” – เส้นบาง ๆ ระหว่างเสรีภาพและความรับผิดชอบ

กรณีนี้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาสำคัญของยุคดิจิทัล ซึ่งทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อโซเชียลได้อย่างเสรี แต่คำพูดเหล่านั้น อาจมีผลกระทบใหญ่หลวงหากถูกเผยแพร่โดยบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือฐานแฟนคลับจำนวนมาก

 

ในกรณีของหมอปลาย คำทำนายที่ไม่มีหลักฐานอ้างอิง ไม่ใช่เพียงการทายดวง แต่เป็น การสร้างความตื่นตระหนกในประเด็นความมั่นคง ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและอยู่ในขอบเขตอำนาจของรัฐ ไม่ใช่สิ่งที่ควรถูกหยิบมาเล่นโดยปราศจากการตรวจสอบ

 

สะท้อนปัญหา “หมอดูเกาะกระแส” – ทำไมยังมีคนเชื่อ?

แม้คำทำนายจะดูเลื่อนลอย แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่เลือกเชื่อโดยไม่มีการไตร่ตรอง เพราะบุคคลต้นทางมีชื่อเสียง และเคยทำนายแม่นยำในบางกรณี นี่สะท้อนถึงปัญหา การรู้เท่าทันสื่อและข้อมูลของประชาชนไทย ที่ยังคงมีช่องโหว่

 

อีกทั้งในช่วงเวลาที่เกิดความไม่แน่นอนในบ้านเมือง – ทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคง – คนจำนวนมากมักพึ่งพา “คำทำนาย” เป็นที่พึ่งทางจิตใจ จึงตกเป็นเป้าหมายให้ “หมอดูบางคน” ใช้จังหวะนี้สร้างกระแสเพื่อเรียกยอดวิวหรือยอดติดตาม

 

ข้อเสนอเชิงนโยบาย – แก้ปัญหาคำทำนายเท็จให้เป็นรูปธรรม

เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก รัฐบาล หน่วยงานด้านสื่อ และองค์กรอิสระควรร่วมกันวางแนวทางในการจัดการอย่างเป็นระบบ เช่น

1. การจัดทำเกณฑ์กำกับคำพยากรณ์ในพื้นที่สาธารณะ เช่น การห้ามใช้คำทำนายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงหรือภัยพิบัติหากไม่มีข้อมูลสนับสนุนที่ชัดเจน

2. ส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและข้อมูลในโรงเรียน และผ่านแคมเปญสาธารณะเพื่อให้ประชาชนสามารถแยกแยะ “ความเชื่อ” กับ “ข้อเท็จจริง”

3. เปิดสายด่วนให้ประชาชนแจ้งเฟกนิวส์ หรือคำทำนายที่สร้างความหวาดกลัว พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

4. ตรวจสอบบทบาทของผู้มีอิทธิพลในโซเชียลมีเดีย และหากพบว่าเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนบ่อยครั้ง ควรมีการตักเตือนหรือจำกัดการเข้าถึงเนื้อหา

 

สรุป: คำเตือนจากอดีตมือปราบ – “ระวังคำพูด เพราะสังคมไม่ใช่สนามทดลอง”

คำทำนายที่ “ไม่มีใครรับผิดชอบ” อาจฟังดูเป็นเพียงการแสดงความเห็น แต่ในยุคที่ข่าวปลอมแพร่กระจายไวเกินกว่าใครจะควบคุมได้ มันไม่ต่างจากการ “จุดไฟเผาหมู่บ้าน” แล้วเดินหนี

สิ่งที่หมอปลาย พรายกระซิบ เผชิญอยู่ขณะนี้ คือแรงกดดันจากสังคม และคำท้าให้แสดงความรับผิดชอบจากบุคคลระดับสูงที่เคยอยู่ในตำแหน่งด้านความมั่นคงของชาติ เช่น พล.ต.ท. เรวัช กลิ่นเกษร

ไม่ว่าคุณจะเชื่อใน “พรายกระซิบ” หรือ “ท่านยม” มากแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่เราต้องยึดไว้ คือ ชีวิตจริงของประชาชนไม่ใช่สิ่งที่ใครควรนำมาเล่นเพื่อกระแส

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
bbb1236555's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 155 ครั้ง
เขียนโดย bbb1236555
นักเขียนสายข่าวไวรัลและประเด็นสังคมที่กำลังเป็นกระแส เชี่ยวชาญการสรุปเรื่องซับซ้อนให้เข้าใจง่ายในเวลาไม่กี่วินาที เน้นข่าวจริง เล่าเร็ว อ่านแล้ว “รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น” ติดตามเทรนด์ออนไลน์แบบเรียลไทม์ พร้อมจับประเด็นที่คนสนใจจริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศที่ “อาจหายไปจากแผนที่โลก” ในอนาคตจังหวัดเพียงหนึ่งเดียวในไทย ที่มีพื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเพียงแห่งเดียว6 มหาวิทยาลัยเอกชนที่ POP ที่สุดในประเทศไทยประเทศ "ยิ้มง่าย" ที่สุดในโลกในปี 2026 (ไทยได้อันดับ 3)เกาะในทะเลอ่าวไทย ที่มีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่มากที่สุดจังหวัดในไทย ที่ยังไม่มี "มหาวิทยาลัยราชภัฏ" ตั้งในพื้นที่10 อันดับแบรนด์กาแฟโลก แบรนด์ไทยก็ติดกับเขาด้วยสว่างไว้ก่อน... ปลอดภัยกว่า! ทำไมผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ "เปิดไฟห้องน้ำ" ทิ้งไว้เมื่อนอนโรงแรมพบงูเหลือมลายตาข่ายซ้ำในเกาสง ผู้เชี่ยวชาญกังวลอาจเริ่มตั้งประชากรในธรรมชาติจังหวัดไหนมีประชากรมากที่สุดในไทย ถ้าไม่นับกรุงเทพฯประเทศที่คน “ใช้ชีวิตอยู่กับงูเห่าได้แบบปกติ”อย่าเพิ่งทุบรังดินเล็ก ๆ รู้จัก “หมาร่า” แมลงนักล่าแมงมุมใกล้ตัว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดเพียงหนึ่งเดียวในไทย ที่มีพื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเพียงแห่งเดียว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
พบขวานหินโบราณ 5 ชิ้น ในถ้ำที่เวียดนามมีการค้นพบเกาะแปลกประหลาดในทวีปแอนตาร์กติกานักร้องลูกทุ่งวัย 49 ปี เสียชีวิตหลังป่วย.10 วิธีเปลี่ยนความคิดเพื่อดึงดูดเงินทอง
ตั้งกระทู้ใหม่