ฝูงแร้งบินว่อน! เปิดเบื้องลึกจุดพบศพทหารเขมรริมชายแดนไทย
เขียนโดย bbb1236555
เปิดเบื้องหลังภาพ "แร้งบินว่อนชายแดนไทย-กัมพูชา": ข่าวลือ ศพทหาร หรือข่าวปลอม? ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ออกโรงชี้แจงข้อเท็จจริง
ในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคุกรุ่นจากเหตุปะทะทางทหารที่เกิดขึ้นช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เกิดกระแสข่าวลืออย่างรุนแรงในโลกออนไลน์เกี่ยวกับการพบ “ฝูงแร้งบินว่อนเหนือพื้นที่ชายแดน” โดยบางโพสต์ในสื่อโซเชียลมีเดียระบุว่า มีแร้งจำนวนมากบินวนเหนือบริเวณชายแดนบริเวณภูมะเขือ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นจุดที่มีการสู้รบกันของทหารทั้งสองฝ่าย
ข้อความแนบภาพเหล่านั้นอ้างว่า แร้งบินมาเพราะ "ได้กลิ่นศพทหารกัมพูชาจำนวนมากที่ยังไม่ถูกเก็บกู้" ซึ่งกระแสนี้ได้สร้างความตื่นตระหนกในสังคม โดยเฉพาะฝั่งกัมพูชาที่มีการแชร์ต่อกันในวงกว้างว่าเป็นหลักฐานความโหดร้ายและความเสียหายจากการสู้รบครั้งนี้
แต่ล่าสุด ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่าชื่อดัง รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงอย่างละเอียด พร้อมตั้งข้อสังเกตหลายประการที่ระบุชัดว่า ภาพแร้งที่ถูกแชร์กันนั้น “ไม่ใช่ภาพที่ถ่ายจากชายแดนไทย-กัมพูชา” และ “ไม่มีหลักฐานทางวิชาการรองรับว่าแร้งบินมาเพราะมีศพทหารจริง”
ดร.ธรณ์ ชี้ "แร้งในภาพไม่ใช่ของชายแดนไทย-กัมพูชา" และเป็นการนำภาพต่างพื้นที่มาบิดเบือน
จากการโพสต์ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กของ ดร.ธรณ์ ได้มีการอ้างอิงแหล่งภาพจาก Smith Sutibut ช่างภาพสัตว์ป่าชื่อดัง ซึ่งเป็นผู้ถ่ายภาพแร้งในแหล่งธรรมชาติมาอย่างยาวนาน โดย ดร.ธรณ์ ได้แบ่งประเด็นการชี้แจงเป็นข้อ ๆ ดังนี้:
1. ภาพที่แชร์ในโซเชียลฯ เป็นแร้งจากเทือกเขาหิมาลัย ไม่ใช่จากภูมะเขือ
แร้งที่ปรากฏในภาพมีลักษณะเฉพาะของ แร้งสีน้ำตาลหิมาลัย (Himalayan Griffon Vulture) ซึ่งเป็นแร้งที่พบได้เฉพาะในเขตภูเขาสูงทางภาคเหนือของอินเดีย, ทิเบต, เนปาล และภูฏาน ไม่สามารถบินมายังชายแดนไทย-กัมพูชาได้ง่าย ๆ
ลักษณะเด่นคือ มีขนคลุมใต้ปีกเป็นสีขาว ตัวขนาดใหญ่ บินรวมฝูงหลายสิบตัว ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพธรรมชาติในเขตชายแดนภาคอีสานของไทยแต่อย่างใด
2. แร้งที่เป็นชนิดประจำถิ่นในกัมพูชามีเพียง 3 ชนิด และจำนวนไม่ได้มาก
จากข้อมูลเชิงวิชาการ พบว่าในกัมพูชายังพอมีแร้งอาศัยอยู่ในธรรมชาติอยู่ 3 ชนิด ได้แก่:
พญาแร้ง (Red-headed Vulture)
อีแร้งสีน้ำตาล (White-rumped Vulture)
อีแร้งเหาหลังขาว (Slender-billed Vulture)
แต่จำนวนรวมกันในธรรมชาติ มีอยู่เพียง “หลักสิบ” ตัวเท่านั้น ไม่ใช่ฝูงใหญ่หลายสิบหรือร้อยตัวอย่างที่เห็นในภาพข่าวที่ถูกแชร์
3. ประเทศไทยไม่มีแร้งประจำถิ่นเหลืออยู่ในธรรมชาติแล้ว
แม้ประเทศไทยเคยมีแร้งประจำถิ่นในอดีต แต่ในปัจจุบัน แร้งทั้งสามชนิดดังกล่าวสูญพันธุ์จากธรรมชาติของไทยไปแล้ว จากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและการล่า โดยแร้งที่พอจะพบในไทยช่วงฤดูหนาวคือกลุ่ม “แร้งอพยพ” จากพื้นที่สูง เช่น:
อีแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย
อีแร้งดำหิมาลัย (Cinereous Vulture)
แต่พบเพียงบางตัวต่อปี และไม่เคยมีรายงานพบฝูงขนาดใหญ่ตามชายแดนไทย-กัมพูชามาก่อนเลย
4. ภาพนกในข่าวหลายภาพคือ "นกปากห่าง" และ "นกยางควาย" ไม่ใช่แร้ง
ดร.ธรณ์ ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า บางภาพที่อ้างว่าเป็นแร้งจำนวนมากบินวนอยู่บนฟ้านั้น แท้จริงแล้วคือ นกปากห่าง (Asian Openbill) ซึ่งมีปีกกว้างและลักษณะการบินคล้ายแร้ง โดยเฉพาะเมื่อต้องโผบินเป็นวง
นอกจากนี้ ยังมีบางภาพเป็นฝูง นกยางควาย (Cattle Egret) ที่บินกลับแหล่งนอนในช่วงเย็น และแม้แต่บางข่าวที่แชร์ใน TikTok ก็ใช้ภาพฝูง อีกา หรือ ค้างคาวแม่ไก่ มาอ้างว่าเป็นแร้งด้วยซ้ำ
5. “ภาพฝูงแร้ง” ที่ถูกแชร์กัน อาจถ่ายจากทิเบต ไม่ใช่ประเทศไทย
หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจจากการวิเคราะห์ของ ดร.ธรณ์ คือ เขาประเมินว่า “ภาพแร้ง” ที่มีข่าวว่าเกิดขึ้นที่ภูมะเขือนั้น ในความจริงแล้วน่าจะเป็นภาพที่บันทึกจากพื้นที่ ทิเบต ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีการประกอบพิธี “สกายเบอเรียล” (Sky Burial) หรือการมอบศพให้แร้งกินตามความเชื่อของชาวพุทธสายตันตระ
ลักษณะของแร้งในภาพ เช่น ขนาดตัวใหญ่ ขนคลุมปีกสีขาว และการรวมตัวเป็นฝูงใหญ่ ล้วนสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของทิเบตมากกว่าแถบชายแดนกัมพูชา
6. ข้อมูลเชิงวิชาการจาก “ร้านอาหารแร้ง” ในกัมพูชา
เพื่อให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ดร.ธรณ์ยังเปิดเผยผลการสำรวจประชากรแร้งในกัมพูชา ซึ่งดำเนินการเป็นประจำทุกปี ณ จุดอนุรักษ์ที่เรียกว่า “ร้านอาหารแร้ง” โดยมีทั้งหมด 4 จุดทั่วประเทศ
ในปี 2565 พบ แร้งเทาหลังขาว จำนวน 71 ตัว โดยเฉลี่ยแล้วในจุดหลักจะพบรวมกันเพียง 30–50 ตัวต่อครั้ง โดยจุดที่มีการพบแร้งมากที่สุดได้แก่:
ร้านอาหารแร้งบึงดวล ป่าอนุรักษ์พนมกุเลน ห่างจากชายแดนไทยประมาณ 50 กิโลเมตร
เขตอนุรักษ์เขียมปัง จังหวัดสตึงเตรง ใกล้ชายแดนลาว
ทั้งนี้ แม้จะพบ แร้งสีน้ำตาลหิมาลัย บ้างในฤดูหนาว แต่ส่วนใหญ่เป็นจำนวน 1–2 ตัวเท่านั้น ไม่เคยมีรายงานพบฝูงใหญ่เหมือนในภาพที่แชร์ในโลกออนไลน์
7. สรุป: เป็น “ข่าวปลอม” ที่เกิดจากความไม่รู้และการโยงประเด็นทางการเมือง
จากการวิเคราะห์ทั้งหมด ดร.ธรณ์สรุปว่า ข่าว “แร้งบินว่อนกินศพทหารชายแดนไทย-กัมพูชา” นั้นเป็น เฟคนิวส์ (Fake News) โดยสมบูรณ์
"ข่าวที่นำเสนอด้วยความไม่รู้ บวกกับมโนทั่วข่าวเพื่อเชื่อมโยงกับสถานการณ์ก็คือ ‘เฟกนิวส์’ คนที่พอมีความรู้ วิเคราะห์ด้วยเหตุและผลบนพื้นฐานของความจริงจะบอกได้ว่าเป็นข่าวปลอม" — ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
ปัญหาคือ ยังมีคนอีกมากที่ไม่รู้ รู้ไม่เท่าทัน และพร้อมจะเชื่อโดยไม่ได้ตรวจสอบ จึงทำให้ข่าวประเภทนี้แพร่กระจายรวดเร็ว สร้างความเข้าใจผิดในวงกว้าง รวมถึงกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอีกด้วย
ข้อเสนอเพื่อป้องกันการเข้าใจผิดในอนาคต
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดซ้ำซากจากการใช้ภาพที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ดร.ธรณ์และนักวิชาการด้านสัตว์ป่าหลายท่านเสนอว่า:
ควรมีหน่วยงานกลาง เช่น องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมหรือสื่อภาครัฐ เข้ามาตรวจสอบและให้ข้อมูลทางวิชาการอย่างชัดเจน
ประชาชนควรตรวจสอบแหล่งข่าว ก่อนแชร์ โดยเฉพาะภาพสัตว์ป่าหรือข้อมูลเกี่ยวกับธรรมชาติ ควรเช็คกับแหล่งวิชาการที่เชื่อถือได้
สื่อควรเลี่ยงการตีความโดยไม่มีหลักฐาน และใช้คำเชื่อมโยงทางอารมณ์อย่าง "กินศพ", "สัญญาณแห่งความตาย" ฯลฯ ซึ่งจะยิ่งกระตุ้นความตื่นตระหนกเกินจริง
บทสรุป: ธรรมชาติไม่ควรถูกโยงเพื่อหวังผลทางการเมือง
เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญว่า "ธรรมชาติไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือสร้างกระแสข่าวลือ" และเราควรให้ความเคารพต่อทั้งสัตว์ป่า ความจริง และสติปัญญาของผู้รับสาร
เมื่อเราทุกคนช่วยกันตรวจสอบ และหยุดการแชร์ข่าวปลอมตั้งแต่ต้นทาง ก็จะช่วยลดความเข้าใจผิดลดความตึงเครียด และรักษาความสงบในสังคมได้ในระยะยาว
อ้างอิงจาก: ภาพ - ข้อมูลจาก Thon Thamrongnawasawat
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด
ประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุด
5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้าน
5 พฤติกรรมที่คนจนทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว (คนรวยไม่ทำ)
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี
"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"
5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้
ไขคำตอบ เพรียงเกาะวาฬกับเต่าทะเล มีประโยชน์หรือโทษกันแน่
ปูมะพร้าวสัตว์ขาปล้องใหญ่สุดในโลก ก้ามบีบแรงมหาศาล
นักวิชาการเฉลยแล้ว! มะละกอไม่ใช่ผักอย่างที่เข้าใจกัน
หนังฮอลลีวูดชื่อดังระดับโลก ที่ใช้ฉากถ่ายทำในประเทศไทยเป็นหลัก
ชั้น13หายไปไหน? เมื่อความกลัวมีอิทธิพลเหนือวิศวกรรม
สารพัดประโยชน์ของมะนาว และ เลมอน ช่วยสุขภาพดี
จังหวัดเดียวในไทย ที่ไม่มีภูเขาเลยแม้แต่ลูกเดียว
จากฮีโร่หนีตาย สู่แก๊งเพื่อนซี้ตามจีบสาว ปฏิบัติการ "หลงทางเพราะรัก"
เตรียมอุดมเดือด สมัครพุ่ง 13,895 คน แย่ง 1,520 ที่นั่ง สถิติสูงสุด 18 ปี
เจาะลึก Terafab: Elon Musk ทุ่มเงินเดือน 10 ล้าน ล่าตัววิศวกรชิป เสริมทัพ Tesla & SpaceX
แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานพิธีปิดการอบรม พสบ.ทภ.4 รุ่นที่ 21 สร้างเครือข่ายความมั่นคงภาคประชาชน
ส่องกลยุทธ์ครูจีน! ใช้โปรไฟล์ "จางหลิงเฮ่อ" ป้องกันความรักในวัยเรียน ดึงสติเด็กให้กลับมาติวเข้ม
หอไอเฟลหลบไป! "หมูเด้ง" นั่งแท่นพยานรัก เชฟอิตาลีเซอร์ไพรส์ขอแฟนแต่งงานหน้าบ่อฮิปโป


