สรุปคำบรรยายอย่างเป็นทางการของฝ่ายไทย ชี้แจงสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
เขียนโดย เนเปิ้ล
สืบเนื่องจากกรณีที่ไทยกัมพูชาได้มีการต่อสู้กันตามแนวชายแดนโดยทั้งสองฝั่งนั้นต่อสู้กันเกิดจากกรณีที่กัมพูชาได้มีการเปิดฉากยิงปืนใหญ่เข้ามาในพื้นที่ของประเทศไทยดังนั้นถือสามารถสรุปได้ว่ากัมพูชานั้นรุกล้ำอธิปไตยของไทยเป็นเหตุให้ใครต้องมีการเปิดปฏิบัติการทางการทหารเพื่อตอบโต้ทางกัมพูชา
ในเวลาต่อมาทั้งสองฝ่ายก็ได้มีการเจรจาตกลงกันอยู่จริง เมื่อวันนี้ทางใครได้มีการเชิญทูตทางการทหารลงพื้นที่ตรวจสอบการต่อสู้ระหว่างไทยและกัม และสามารถ สรุปคำบรรยายอย่างเป็นทางการของฝ่ายไทย ชี้แจงสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา วันเวลา วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568
เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ตลอดจนแสดงบทบาทของกองทัพไทยในการรักษาอธิปไตยและดำเนินการอย่างสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และเน้นย้ำความตั้งใจของไทยในการแก้ปัญหาโดยสันติวิธีและผ่านกลไกทวิภาคี
ประเด็นสำคัญ
1. ลำดับเหตุการณ์และข้อเท็จจริง
ต้นปี 2568 - ก.ค. 2568: ฝ่ายกัมพูชาเริ่มใช้ยุทธวิธียั่วยุในหลายรูปแบบ เช่น นำพลเรือนเข้าพื้นที่พิพาท เผาสิ่งปลูกสร้างเชิงสัญลักษณ์ ขุดคูติดต่อ และลักลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (PMN-2) ในเขตไทย ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บสาหัส 2 ราย
28 พ.ค. - เริ่มมีการปะทะด้วยอาวุธในพื้นที่ช่องบก
24 ก.ค. - กัมพูชาเปิดฉากยิงที่ปราสาทตาเมือนธม ตามด้วยการใช้ปืนใหญ่และจรวดหลายลำกล้อง BM-21 ยิงเข้าเป้าหมายพลเรือนไทยลึกจากชายแดน 10–30 กม.
เป้าหมายที่ถูกโจมตีรวมถึงโรงพยาบาล ปั๊มน้ำมัน โรงเรียน ร้านสะดวกซื้อ และหมู่บ้านในจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิต และบาดเจ็บ อพยพราษฎรกว่า 150,000 คน
2. การตอบโต้ของฝ่ายไทย
ฝ่ายไทยดำเนินการภายใต้ หลัก Right of Self-Defense ตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ การตอบโต้มีเป้าหมายจำกัดเฉพาะเป้าหมายทางทหารของกัมพูชา ไม่มุ่งรุกล้ำหรือโจมตีพื้นที่พลเรือน ย้ำหลัก Necessity และ Proportionality ตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ไทยหลีกเลี่ยงการโจมตีจุดที่ฝ่ายกัมพูชาตั้งอาวุธในชุมชน แม้เป็นเป้าหมายทางทหาร เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียแก่พลเรือน
3. สถานการณ์ปัจจุบัน
28–30 ก.ค. 68 - แม้มีการตกลงหยุดยิงที่มาเลเซีย แต่ฝ่ายกัมพูชายังละเมิดข้อตกลง ยิงปืนใส่หลายจุดใน จ.อุบลราชธานี และ จ.ศรีสะเกษ
31 ก.ค.68 - ตรวจพบฝ่ายกัมพูชาเสริมกำลังและใช้โดรนบินล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยอย่างมีนัยสำคัญ
4. การตอบโต้ข้อกล่าวหาของกัมพูชา
ข้อกล่าวหา - ไทยรุกรานและใช้กำลังเกินขอบเขต
ข้อเท็จจริง - ไทยปฏิบัติภายใต้กฎหมายสากลและไม่ได้รุกรานก่อน
ข้อกล่าวหา - ใช้อาวุธเคมี
ข้อเท็จจริง - เป็นเท็จโดยสิ้นเชิง ไทยเป็นภาคีอนุสัญญา CWC และภาพที่เผยแพร่มาจากเหตุการณ์ในสหรัฐฯ ปี 2022
ข้อกล่าวหา: ใช้ F-16 และ MK-84
ข้อเท็จจริง: ไทยใช้เฉพาะอาวุธจำเป็นและเฉพาะเป้าหมายทางทหาร ภาพ MK-84 ที่กัมพูชาเผยแพร่เป็นระเบิดเก่าจากยุคสงครามเวียดนาม ไม่ใช่จากปฏิบัติการปัจจุบัน
สรุป
- ฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มการใช้กำลัง ทั้งยังยิงใส่เป้าหมายพลเรือนอย่างจงใจ
- ฝ่ายไทยปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด
- ไทยยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี และขอให้ประชาคมระหว่างประเทศติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
- ขอเรียกร้องให้กัมพูชาหยุดการบิดเบือนข้อมูล และร่วมมือแก้ปัญหาผ่านการเจรจาทางการทูต
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
จังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ
อำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทย
เลขเด็ดม้าสีหมอก งวด 16 เม.ย. 69 มาแล้ว
จังหวัดที่ “คนรวยเยอะที่สุดในไทย” ไม่ใช่ที่คุณคิดอันดับแรก
เงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชา
4 จังหวัดที่มีการใช้น้ำมันมากที่สุดในประเทศไทย
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว
ทายนิสัยจาก "ท่าเดิน" ล้วงลึกตัวตนผู้ชายผ่านความเร็วในการก้าวเดิน
“เจเจ” อดีตภรรยา ขับรถ 300 กม. รับอัฐิ “เหน่ง เหม่งจ๋าย” หลังดราม่ายังไม่จบ
ห้องพักหรือวิลล่าที่มีราคาแพงที่สุด ที่เปิดให้เข้าพักได้ในประเทศไทย
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ













