หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"โรม" ชี้ 1 ส.ค. รัฐบาลเชิญทูตไปดูจุดปะทะ ช้าไป!!

เนื้อหาโดย หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์



     วันนี้ เพจเฟสบุ๊ก "สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว" โพสต์ว่า "สส.บัญชีรายชื่อ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมาธิการวันนี้ว่า "เป็นการติดตามเรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีหลายมิติ ตอนนี้เรื่องการหยุดยิงน่าจะเป็นผลแล้ว แต่ก็ต้องสิ่งสำคัญก็ต้องคิดถึงโจทย์ ระหว่างประเทศเพราะพี่น้องประชาชนคนไทยเป็นห่วง ซึ่งในเรื่องการต่อสู้การยุทธวิธีทางการทหาร ไม่มีใครห่วงแต่เมื่อพูดถึงแนวทางที่จะรับมือ กับวิธีการต่างๆ ที่กัมพูชาได้มีการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการพาผู้ช่วยทูตทหาร สื่อต่างชาติ ไปลงพื้นที่ เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา แต่ตรงกันข้ามประเทศไทย กลับจะพาไปลงพื้นที่ในวันที่ 1 ส.ค. ซึ่งหลายฝ่ายเป็นห่วงตรงกันว่าจะช้าไปหรือไม่?"


     "รังสิมันต์ โรม" ยังยกตัวอย่างว่า "ถ้ารัฐบาลพาสื่อต่างชาติและทูตประเทศต่างๆ ไปลงพื้นที่ตามแนวชายแดนวันนี้หรือก่อนหน้านี้ ตนคิดว่าทุกคนจะได้เห็นบรรยากาศ ไม่ว่าจะเป็นการอพยพ และ ได้พูดคุยกับประชาชนจำนวนมากว่ารู้สึกอย่างไร โดยผ่านล่ามไปแปลภาษาด้วย เพื่อเห็นภาพจริง แต่เมื่อจะไปวันที่ 1 ส.ค. ตนเชื่อว่าประชาชนที่เป็นห่วงบ้านของตนเอง ห่วงวัว ห่วงควาย และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ เขาก็พยายามทยอยกลับบ้าน ดังนั้น ภาพที่จะลงไปเห็นก็ต้องยอมรับว่า ความล่าช้าของเราทำให้เสียโอกาส ในการที่จะทำให้ต่างชาติได้เห็นภาพว่าการกระทำของกัมพูชา มีเป้าหมายโจมตีพลเรือนชัดเจน ดังนั้น นี่คือความเสียหายของความล่าช้าของรัฐบาล ซึ่งในที่ประชุม กมธ. จะมีการพูดคุยกันเพื่อสอบถามถึงแนวทางของรัฐบาล ว่าจะมีวิธีการดำเนินการอย่างไรต่อวิธีการของกัมพูชา ที่ดำเนินการระหว่างประเทศในทุกรูปแบบทุกขั้นตอน แม้กระทั่งประธานสภาของกัมพูชาก็มีการไปพูดในเวทีสำคัญ ตนคิดว่านี่คือสิ่งที่เราไม่ได้มีการเตรียมการ หรือดำเนินการระหว่างประเทศยังดีไม่พอ"


     ส่วนที่กัมพูชาสื่อสารบิดเบือนความจริงนั้น "รังสิมันต์ โรม" กล่าวว่า "การที่เรารบกับกัมพูชาตามแนวชายแดน ที่มีการปะทะกัน เป็นสิ่งที่ไม่มีชาติอื่นมารู้ด้วยว่ากัมพูชาเป็นอย่างไร เขาไม่ได้มาฟังหรือเข้าใจอย่างที่เราเข้าใจ ดังนั้นการที่เราจะมีความชอบธรรมในเวทีระหว่างประเทศ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ดังนั้นการถ่ายทอดเรื่องราวข้อเท็จจริงต่างๆ โดยที่เราไม่ได้บิดเบือนเนื้อหาหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง แต่สิ่งที่เรากำลังทำคือต้องการให้ประชาคมโลกได้เห็นในสิ่งที่กัมพูชาทำ มีลักษณะอย่างไร เพราะเรารู้อยู่แล้วว่ากัมพูชา จะดำเนินการในลักษณะที่พูดง่ายๆว่า ทำตัวเองเป็นเหยื่อ และเมื่อเป็นแบบนี้ เราเองจึงไม่สามารถที่จะปล่อยให้กัมพูชา เล่าเรื่องของเขาเพียงลำพัง เราจึงต้องพยายามทำอย่างรวดเร็วแต่ปัญหาคือ เมื่อกัมพูชาชิงเล่าก่อนฝ่ายที่ออกมาพูดทีหลังก็อาจจะถูกกล่าวหาได้ว่า เป็นแค่การแก้ตัว" และ ""เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องยอมรับว่าค่อนข้างเสียหาย ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วสถานทูตทั่วโลกตั้งอยู่ในประเทศไทยมากกว่ากัมพูชา ประเทศไทยมีความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆมานาน แต่ต้องยอมรับว่าตั้งแต่รัฐบาล ปี 2557 เป็นต้นมา บทบาทไทยในเวทีโลกลดลงเรื่อยๆ วันนี้เห็นผลชัดเจนว่า เผชิญเราต้องเผชิญหน้ากับประเทศที่เล็กกว่าอย่างกัมพูชา กลายเป็นว่าประเทศไทยเสียเปรียบในหลายๆด้านการสู้รบทางการทหารตนเชื่อว่าเราสู้ได้ แต่การสู้รบทางการต่างประเทศเราต้องเร่งสปีดให้มากกว่านี้" และ "ส่วนเรื่องการสื่อสารของรัฐบาลที่มีความล่าช้านั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ในที่ประชุม กมธ.ก็จะมีการพูดคุยในเรื่องนี้ด้วย เพราะเราอยากเห็นการสื่อสารของรัฐบาลที่เร็วกว่านี้ ไม่ใช่เร็วเฉพาะคนไทย แต่ต้องเร็วกับเวทีโลกด้วยซึ่งเราต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ยังขาดตกบกพร่อง จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ทั้งที่เรามีเหตุการณ์หลายอย่างที่สามารถใช้โอกาสที่จะทำให้เวทีโลกได้เห็น ไม่ว่าจะเป็นการวางกับดักระเบิด การโจมตีเป้าหมายพลเรือน หรือแม้กระทั่งหลักฐานการปะทะกัน ที่เรามีข้อมูลและหลักฐานว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ไม่ได้เอาไปสิ่งเหล่านี้เราไม่ได้เอาไปใช้สุดท้าย ประชาคมโลกเขาก็คิดว่า เราไปโจมตีกัมพูชาก่อน"

     "รังสิมันต์ โรม" กล่าวว่า "ส่วนหนึ่งเขาคิดว่าประเทศไทยใหญ่กว่าจึงคิดว่าเราไปโจมตีกัมพูชา ซึ่งเรื่องเหล่านี้เราพูดกันมาตั้งแต่แรกๆก่อนที่จะมีการปะทะกันแต่ น่าเสียดายที่ การขยับเขยื้อนในการรับมือ แทบจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคาดหวัง" และ "อีกเรื่องที่ต้องพูดคุยคือเรื่องคอลเซ็นเตอร์ เพราะวันนี้ เราต้องพยายามเปิดแนวรบใหม่ๆไม่ใช่แนวรบเฉพาะการสู้รบเท่านั้น แต่เราต้องคิดว่าเรื่อง คอลเซ็นเตอร์ เป็นหนึ่งในเรื่องที่เราสามารถ หยิบเอามาทำให้เป็นผลงานของประเทศไทยได้และ เป็นผลดีต่อประชาคมโลกโดยเราต้องทำให้ประชาคมโลกเห็นว่ากัมพูชามีรายได้หลักมาจาก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งส่งผลเสียต่อโลก เราจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการ ซึ่งจะส่งผลต่อหม้อข้าวของแกนนำหรือผู้ที่มีอำนาจของกัมพูชาด้วย แม้กระทั่งกรณีที่มีการสังหารนักการเมืองกัมพูชาในประเทศไทย เป็นกรณีที่เราสามารถหยิบ มาใช้ได้ แต่น่าเสียดายที่รัฐบาลพูดเรื่องนี้น้อยมาก"


     ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมีรัฐบาลที่อ่อนแอหรือไม่? "รังสิมันต์ โรม" กล่าวว่า "ปัญหาของรัฐบาลอย่างหนึ่งที่มีนัยยะสำคัญเรื่อง ของความชอบธรรมต้องยอมรับว่าสังคมไม่เชื่อมั่นรัฐบาลแล้ว นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพรรคประชาชนจึงเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาและคืนอำนาจให้กับประชาชน เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งแล้วมีรัฐบาลที่มีความชอบธรรมต่อไป เพราะความไม่ชอบธรรมของรัฐบาลจึงมีคำถามออกมามากมาย แม้กระทั่งกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัยรักษาการนายกรัฐมนตรี ไปเจรจากับนายกกัมพูชาที่ประเทศมาเลเซีย ก็มีคำถามจากคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ไว้ใจในเรื่องของ การเจรจาดังกล่าวซึ่ง ตนคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่ต้องยอมรับว่าคนที่ทำให้ปัญหาเกิดขึ้นคือรัฐบาลเอง"


     เมื่อถามถึงกรณีที่ว่าที่เอกอัครราชทูตของอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวถึงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ว่าสู้รบกันไปก็ไม่มีประโยชน์ และ อาจจะทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐได้ ซึ่งคำพูดนี้จะทำให้ ไทยมีปัญหาในเวทีโลกหรือไม่? "รังสิมันต์ โรม" กล่าวว่า "ต้องยอมรับและเชื่อว่าคำพูดนี้คงจะ เสียดแทง ความรู้สึกของคนไทยแน่นอน และต้องยอมรับว่าข้อเท็จจริงที่เราเห็นและข้อเท็จจริงที่นานาชาติเห็นต้องช่วยกันกระตุ้นให้กระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่ในการสื่อสารกับทั่วโลกให้ดีกว่านี้ เราปล่อยให้แนวความคิดแบบนี้เกิดขึ้น แบบนี้ไม่เป็นผลดีกับประเทศไทยแน่นอน ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องสื่อสารกับโลกให้มากขึ้น เพราะถ้าทั่วโลกคิดกันแบบนี้ ประเทศไทยเราเสียหาย ดังนั้น เราจะทำงานล่าช้าแบบเช้าชามเย็นชามไม่ได้แล้ว และ คิดว่าเรื่องนี้ "มาริษ เสงี่ยมพงษ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เคลื่อนไหวล่าช้ามาก ที่ผ่านมามีการเคลมว่าไปถึงนิวยอร์ก ที่สหรัฐอเมริกาแล้วแต่ ก็ไม่ได้เห็นว่าผลลัพธ์จะเป็นรูปธรรม ในการสื่อสารหรือทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทย หรือความเข้าใจในเรื่องความขัดแย้งกับกัมพูชา ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็นอย่างไร"

เนื้อหาโดย: MaskPool
เพจเฟสบุ๊ก "สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว"
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอเดียวในประเทศไทย ที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตัวเองมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคอีสานAI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี5 อันดับประเทศที่มีค่าไฟฟ้า'ถูก'ที่สุดในโลกถนนเลียบทะเล'ที่ยาวที่สุด'ในประเทศไทยกระทรวงที่ร่ำรวยที่สุด ได้รับงบประมาณมากที่สุดในประเทศไทยอาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำเป็นอาชีพมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักศึกษามากที่สุดอาวุธที่มีระยะยิงไกลที่สุดซึ่งกองทัพไทยมีใช้งานจริงในปัจจุบันรวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/2/69สายพันธุ์ข้าวที่คนนิยมที่สุด มีการบริโภคมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกวิเคราะห์เพลง "ควายหาย" สุรพล สมบัติเจริญ: สถาบันความเชื่อและการต่อรองเชิงอำนาจในวิถีชาวนา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ทำไมอาจถูกร้องเลือกตั้งเป็นโมฆะมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักศึกษามากที่สุดวิจัยยาว 15 ปี เปิดคำตอบ “อาหารเช้า” วัยทอง! นัตโตะลดเสี่ยงเสียชีวิตทุกสาเหตุ เสริมหลอดเลือด-บำรุงกระดูก ผู้สูงอายุญี่ปุ่นยึดถือเป็นเคล็ดลับอายุยืน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
บันทึกรักบทใหม่: "อนุทิน" จูงมือ "จ๋า ธนนนท์" จดทะเบียนสมรส รับอรุณวันวาเลนไทน์รมว.มาเลเซียรับเอง นักท่องเที่ยวโวย “ไม่เป็นมิตร” สั่งเร่งปรับทัศนคติทั้งประเทศ ก่อนเป้าหมาย 47 ล้านคนสะดุด60 วันเดิมพันศรัทธาประชาชน! ทล.ลุยรื้อ M82 หลังเครนถล่ม สั่ง ITD หยุดงาน เปลี่ยนทีมใหม่ คุมเข้มทุกขั้นตอน — ลุ้นต้นมีนา คืน 3 เลนพระราม 2คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ทำไมอาจถูกร้องเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ตั้งกระทู้ใหม่