หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หยุดยิงแค่ปาก? ทัพบกไทยสวนแรง กัมพูชาตระบัดสัตย์ ยิงซ้ำไม่เลิก!


เขียนโดย bbb1236555

กองทัพไทยเปิดเกมเชิงรุก! หลังทหารกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงซ้ำซาก – ทบ. แถลงการณ์ประณามอย่างเป็นทางการ

สถานการณ์ตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่รัฐบาลทั้งสองประเทศตกลงร่วมกันในการหยุดยิงทางทหาร ณ เวลา 24.00 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ใช้แนวทางทางการทูตและลดความตึงเครียดลงชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้ ฝ่ายทหารกัมพูชากลับละเมิดข้อตกลงอย่างเปิดเผย โดยมีรายงานการใช้อาวุธยิงก่อกวนในหลายพื้นที่บริเวณชายแดนฝั่งไทย จนนำไปสู่การตอบโต้ของกองทัพไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งนำไปสู่คำถามที่สังคมไทยและประชาคมโลกต้องจับตามองว่า “ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อน?”

 

เปิดรายละเอียดเหตุการณ์ละเมิดข้อตกลงจากฝั่งกัมพูชา

เมื่อเวลา 24.00 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชาเริ่มมีผลบังคับใช้ โดยมีเป้าหมายหลักคือการ ลดระดับความตึงเครียดและส่งเสริมบรรยากาศแห่งสันติภาพ ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน แต่ตามรายงานจาก กองทัพภาคที่ 2 ของไทย กลับพบว่าฝ่ายกัมพูชายังมีการดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่อเนื่องแม้จะเลยเวลาหยุดยิงไปแล้ว

พื้นที่เป้าหมายที่ถูกก่อกวน:

พื้นที่ช่องบก

พื้นที่ช่องอานม้า

พื้นที่ชำแด

พื้นที่ปราสาทตาควาย

พื้นที่ภูมะเขือ

ในทุกจุดดังกล่าว มีรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาได้ใช้อาวุธยิงสนับสนุนเข้ามาในเขตแดนไทย ฝ่ายไทยจึงจำเป็นต้องใช้มาตรการตอบโต้ ตามสถานการณ์ภายใต้สิทธิการป้องกันตนเอง โดยหน่วยทหารแนวหน้าร่วมกับอาวุธสนับสนุนได้ตอบโต้กลับเพื่อยับยั้งการกระทำที่ละเมิดข้อตกลงอย่างชัดเจน

กองทัพบกแถลงประณาม – ยืนยันไม่ได้รุกรานแต่ปกป้องอธิปไตย

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบกเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 โดยระบุว่า ฝ่ายไทย “ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด” และได้หยุดยิงทันทีเมื่อถึงกำหนดเวลา โดยหวังว่าจะเปิดทางให้เกิดการเจรจาอย่างสันติ

อย่างไรก็ตาม เขาเปิดเผยอย่างชัดเจนว่า ฝ่ายกัมพูชายังคงใช้กำลังอาวุธโจมตีเข้ามาในเขตไทยในหลายจุดทันทีหลังจากข้อตกลงเริ่มมีผล ซึ่งถือว่าเป็น “การละเมิดข้อตกลงอย่างจงใจ” และ “เจตนาทำลายความเชื่อใจระหว่างกัน”

 “ฝ่ายไทยขอประณามการกระทำดังกล่าวอย่างรุนแรง และจำเป็นต้องใช้มาตรการโต้กลับอย่างเหมาะสม ภายใต้สิทธิที่ชอบธรรมในการป้องกันตนเอง” – พลตรี วินธัย สุวารี

เขาย้ำว่ากองทัพบกไม่ได้มีเจตนาใช้กำลังเพื่อรุกราน แต่เป็นการ ตอบสนองเชิงป้องกันต่อการรุกล้ำอธิปไตย ของประเทศ ภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศและพันธกรณีตามข้อตกลง

 

จุดยืนของไทย: หวังเจรจาแต่ไม่ยอมถูกยั่วยุ

แม้จะมีเหตุการณ์ละเมิดจากฝั่งกัมพูชาต่อเนื่อง ฝ่ายไทยยังคงเปิดรับแนวทางการเจรจาและความร่วมมือ โดยโฆษกกองทัพบกได้เปิดเผยว่า มีการนัดพบระหว่างผู้นำหน่วยทหารในพื้นที่ของทั้งสองฝ่ายเพื่อหารือและประเมินสถานการณ์ โดยมีแผนพบกันในเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (29 กรกฎาคม 2568)

การเปิดโต๊ะเจรจานี้ถือเป็นหนึ่งในความพยายามของฝ่ายไทยในการใช้วิธีทางการทูต และลดการปะทะซ้ำเติมสถานการณ์ที่อาจลุกลามจนไม่สามารถควบคุมได้

 

ทำไมการละเมิดข้อตกลงจึงถือเป็นเรื่องใหญ่มาก?

การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหลังจากที่มีการเจรจาระดับผู้นำประเทศ ถือเป็น การบ่อนทำลายรากฐานของความเชื่อมั่นระหว่างกัน และอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระยะยาว ไม่ใช่เพียงในมิติทางทหารเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเศรษฐกิจ การค้าชายแดน และความร่วมมือในเวทีระดับภูมิภาค

ประเทศไทยเองให้ความสำคัญกับการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอาเซียนมาโดยตลอด และพยายามใช้แนวทางสันติวิธีเป็นหลัก แต่เมื่อฝ่ายตรงข้ามละเมิดข้อตกลงที่มีผลในระดับนานาชาติ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ฝ่ายไทยต้อง แสดงจุดยืนและดำเนินการป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม

บทวิเคราะห์: ทิศทางสถานการณ์หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร?

แม้จะยังไม่มีรายงานการสูญเสียครั้งใหญ่ แต่การละเมิดข้อตกลงเช่นนี้เป็นสิ่งที่สะสมแรงกดดันทางการเมืองและทหารเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในสภาวะที่สื่อมวลชนและประชาชนเริ่มมีการตั้งคำถามว่า “ความอดกลั้นของไทยจะเดินไปได้ไกลแค่ไหน?”

มีแนวโน้มว่า หากฝ่ายกัมพูชายังดำเนินการแบบเดิม ฝ่ายไทยอาจจำเป็นต้อง:

เสริมกำลังในพื้นที่ชายแดนมากขึ้น

แจ้งอย่างเป็นทางการต่อองค์กรระหว่างประเทศ เช่น อาเซียน หรือองค์การสหประชาชาติ

ใช้มาตรการตอบโต้เชิงรุกเพื่อหยุดการยั่วยุซ้ำซาก

 

สรุป: ไทยยืนหยัดบนหลักกฎหมายสากล แต่ไม่ยอมให้รุกล้ำอธิปไตย

สิ่งที่กองทัพไทยแสดงออกในครั้งนี้ คือการ ปกป้องอธิปไตยของประเทศโดยยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมและข้อตกลงระหว่างประเทศ ไทยไม่ได้เป็นฝ่ายรุกราน แต่เมื่อถูกละเมิดซ้ำซากก็จำเป็นต้องดำเนินมาตรการตอบโต้ที่เหมาะสมและจำเป็น เพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลามหรือกลายเป็นตัวอย่างของการเพิกเฉยต่อความยุติธรรม

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการพบปะระหว่างผู้นำหน่วยทหารของทั้งสองฝ่าย ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญว่าเส้นทางข้างหน้าจะกลับเข้าสู่บรรยากาศแห่งสันติภาพ หรือดิ่งลึกสู่ความขัดแย้งอีกครั้ง

 

 

---

 

เนื้อหาโดย: bbb1236555
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
bbb1236555's profile
เขียนโดย bbb1236555
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศใด นำเข้ามาม่าไทย มากที่สุดในโลกโรงเรียนที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ม.ขอนแก่นมากที่สุดเปิดผลวิเคราะห์ AI หวยงวด 1 เมษายน 2569 รวมเลขเด่น 10 ชุดปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบันเปิดชื่อ 7 ปลาน้ำจืด ‘ราคาสูงที่สุดในไทย’ ไม่ใช่แค่ปลาน้ำเงินทองคำไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วเมืองไร้สายไฟแห่งแรกของไทย ทำไมที่อื่นยังทำไม่ได้เปิดชื่อ 9 ประเทศ “น้ำดื่มถูกที่สุดในโลก”มาดูอันดับความหล่อในเอเชีย หนุ่มไทยอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่?จังหวัดที่อากาศแย่ที่สุดในไทย ร้อน อบอ้าว อยู่ยากกว่าที่คิด5 อำเภอที่ร้อนที่สุดในประเทศไทย (อัปเดตล่าสุด) เถินไม่ใช่ที่เดียวส่องเลขเด็ดปฏิทินคำชะโนด ลุ้นรวยต่อเนื่องงวด 16 เมษายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่ไม่มีสายไฟหนังฮอลลีวูดชื่อดังระดับโลก ที่ใช้ฉากถ่ายทำในประเทศไทยเป็นหลัก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ครูสาวสุดแซ่บแต่งแรงสอน ม.ปลาย จุดไฟดราม่าเดือด ชุดสั้น-ถุงน่องลูกไม้ ถูกตั้งคำถาม “เหมาะสมหรือไม่?”อิหร่านปฏิเสธทรัมป์ ชี้ข่าวหยุดยิงไม่เป็นความจริง"ลำไย" โชว์ท่าสยิวบนโซฟา..งานนี้ทำเอาหลายคนตาค้าง!ม.รังสิตแจงปมเลิกจ้าง “อาจารย์โต้ง” ชี้ข้อมูลบิดเบือน สั่งให้ออก-ไม่จ่ายชดเชย
ตั้งกระทู้ใหม่