หยุดยิงแค่ปาก? ทัพบกไทยสวนแรง กัมพูชาตระบัดสัตย์ ยิงซ้ำไม่เลิก!
กองทัพไทยเปิดเกมเชิงรุก! หลังทหารกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงซ้ำซาก – ทบ. แถลงการณ์ประณามอย่างเป็นทางการ
สถานการณ์ตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่รัฐบาลทั้งสองประเทศตกลงร่วมกันในการหยุดยิงทางทหาร ณ เวลา 24.00 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ใช้แนวทางทางการทูตและลดความตึงเครียดลงชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้ ฝ่ายทหารกัมพูชากลับละเมิดข้อตกลงอย่างเปิดเผย โดยมีรายงานการใช้อาวุธยิงก่อกวนในหลายพื้นที่บริเวณชายแดนฝั่งไทย จนนำไปสู่การตอบโต้ของกองทัพไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งนำไปสู่คำถามที่สังคมไทยและประชาคมโลกต้องจับตามองว่า “ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อน?”
เปิดรายละเอียดเหตุการณ์ละเมิดข้อตกลงจากฝั่งกัมพูชา
เมื่อเวลา 24.00 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชาเริ่มมีผลบังคับใช้ โดยมีเป้าหมายหลักคือการ ลดระดับความตึงเครียดและส่งเสริมบรรยากาศแห่งสันติภาพ ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน แต่ตามรายงานจาก กองทัพภาคที่ 2 ของไทย กลับพบว่าฝ่ายกัมพูชายังมีการดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่อเนื่องแม้จะเลยเวลาหยุดยิงไปแล้ว
พื้นที่เป้าหมายที่ถูกก่อกวน:
พื้นที่ช่องบก
พื้นที่ช่องอานม้า
พื้นที่ชำแด
พื้นที่ปราสาทตาควาย
พื้นที่ภูมะเขือ
ในทุกจุดดังกล่าว มีรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาได้ใช้อาวุธยิงสนับสนุนเข้ามาในเขตแดนไทย ฝ่ายไทยจึงจำเป็นต้องใช้มาตรการตอบโต้ ตามสถานการณ์ภายใต้สิทธิการป้องกันตนเอง โดยหน่วยทหารแนวหน้าร่วมกับอาวุธสนับสนุนได้ตอบโต้กลับเพื่อยับยั้งการกระทำที่ละเมิดข้อตกลงอย่างชัดเจน
กองทัพบกแถลงประณาม – ยืนยันไม่ได้รุกรานแต่ปกป้องอธิปไตย
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบกเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 โดยระบุว่า ฝ่ายไทย “ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด” และได้หยุดยิงทันทีเมื่อถึงกำหนดเวลา โดยหวังว่าจะเปิดทางให้เกิดการเจรจาอย่างสันติ
อย่างไรก็ตาม เขาเปิดเผยอย่างชัดเจนว่า ฝ่ายกัมพูชายังคงใช้กำลังอาวุธโจมตีเข้ามาในเขตไทยในหลายจุดทันทีหลังจากข้อตกลงเริ่มมีผล ซึ่งถือว่าเป็น “การละเมิดข้อตกลงอย่างจงใจ” และ “เจตนาทำลายความเชื่อใจระหว่างกัน”
“ฝ่ายไทยขอประณามการกระทำดังกล่าวอย่างรุนแรง และจำเป็นต้องใช้มาตรการโต้กลับอย่างเหมาะสม ภายใต้สิทธิที่ชอบธรรมในการป้องกันตนเอง” – พลตรี วินธัย สุวารี
เขาย้ำว่ากองทัพบกไม่ได้มีเจตนาใช้กำลังเพื่อรุกราน แต่เป็นการ ตอบสนองเชิงป้องกันต่อการรุกล้ำอธิปไตย ของประเทศ ภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศและพันธกรณีตามข้อตกลง
จุดยืนของไทย: หวังเจรจาแต่ไม่ยอมถูกยั่วยุ
แม้จะมีเหตุการณ์ละเมิดจากฝั่งกัมพูชาต่อเนื่อง ฝ่ายไทยยังคงเปิดรับแนวทางการเจรจาและความร่วมมือ โดยโฆษกกองทัพบกได้เปิดเผยว่า มีการนัดพบระหว่างผู้นำหน่วยทหารในพื้นที่ของทั้งสองฝ่ายเพื่อหารือและประเมินสถานการณ์ โดยมีแผนพบกันในเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (29 กรกฎาคม 2568)
การเปิดโต๊ะเจรจานี้ถือเป็นหนึ่งในความพยายามของฝ่ายไทยในการใช้วิธีทางการทูต และลดการปะทะซ้ำเติมสถานการณ์ที่อาจลุกลามจนไม่สามารถควบคุมได้
ทำไมการละเมิดข้อตกลงจึงถือเป็นเรื่องใหญ่มาก?
การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหลังจากที่มีการเจรจาระดับผู้นำประเทศ ถือเป็น การบ่อนทำลายรากฐานของความเชื่อมั่นระหว่างกัน และอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระยะยาว ไม่ใช่เพียงในมิติทางทหารเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเศรษฐกิจ การค้าชายแดน และความร่วมมือในเวทีระดับภูมิภาค
ประเทศไทยเองให้ความสำคัญกับการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอาเซียนมาโดยตลอด และพยายามใช้แนวทางสันติวิธีเป็นหลัก แต่เมื่อฝ่ายตรงข้ามละเมิดข้อตกลงที่มีผลในระดับนานาชาติ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ฝ่ายไทยต้อง แสดงจุดยืนและดำเนินการป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม
บทวิเคราะห์: ทิศทางสถานการณ์หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร?
แม้จะยังไม่มีรายงานการสูญเสียครั้งใหญ่ แต่การละเมิดข้อตกลงเช่นนี้เป็นสิ่งที่สะสมแรงกดดันทางการเมืองและทหารเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในสภาวะที่สื่อมวลชนและประชาชนเริ่มมีการตั้งคำถามว่า “ความอดกลั้นของไทยจะเดินไปได้ไกลแค่ไหน?”
มีแนวโน้มว่า หากฝ่ายกัมพูชายังดำเนินการแบบเดิม ฝ่ายไทยอาจจำเป็นต้อง:
เสริมกำลังในพื้นที่ชายแดนมากขึ้น
แจ้งอย่างเป็นทางการต่อองค์กรระหว่างประเทศ เช่น อาเซียน หรือองค์การสหประชาชาติ
ใช้มาตรการตอบโต้เชิงรุกเพื่อหยุดการยั่วยุซ้ำซาก
สรุป: ไทยยืนหยัดบนหลักกฎหมายสากล แต่ไม่ยอมให้รุกล้ำอธิปไตย
สิ่งที่กองทัพไทยแสดงออกในครั้งนี้ คือการ ปกป้องอธิปไตยของประเทศโดยยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมและข้อตกลงระหว่างประเทศ ไทยไม่ได้เป็นฝ่ายรุกราน แต่เมื่อถูกละเมิดซ้ำซากก็จำเป็นต้องดำเนินมาตรการตอบโต้ที่เหมาะสมและจำเป็น เพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลามหรือกลายเป็นตัวอย่างของการเพิกเฉยต่อความยุติธรรม
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการพบปะระหว่างผู้นำหน่วยทหารของทั้งสองฝ่าย ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญว่าเส้นทางข้างหน้าจะกลับเข้าสู่บรรยากาศแห่งสันติภาพ หรือดิ่งลึกสู่ความขัดแย้งอีกครั้ง
---
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
ห้ามใช้น้ำส้มสายชู ทำความสะอาดสิ่งของ 5 อย่างนี้ในบ้านเด็ดขาด!!
ของป่าจากประเทศไทย ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงมากที่สุด
10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..พรุ่งนี้รวย รีบซื้อหวยด่วน!!
10 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 17 มกราคม 69..รีบส่องด่วน ก่อนหวยออก!!
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
ศึกปีกสีดำ! นกขุนทอง ปะทะ นกเอี้ยง ใครคือสุดยอดนักพูดแห่งพงไพร?
รู้หรือไม่ ไทยเคยเป็นประเทศ ที่ส่งออก นกแก้ว เป็นอันดับต้นๆของโลก
ตม.ไทยปฏิเสธคนกัมพูชาเข้าประเทศ แม้จะมีมาตรการ Free VISA
เตือนภัยใกล้ตัว! ยาแก้แพ้ 4 ชนิดอันตราย กินบ่อยเสี่ยงสมองเสื่อม-อัลไซเมอร์ถามหา
ไทยส้มหล่นจากความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่นที่ย่ำแย่ลง! เที่ยวบินจากจีนไปญี่ปุ่น 2,376 เที่ยวถูกยกเลิกในช่วงเทศกาลตรุษจีน
อาชีพที่เสี่ยงตกงานมากที่สุดในปี2023
สื่อแดนผู้ดีแซะแรง! "ลิซ่า BLACKPINK" แต่งตัวเฉิ่มมาผิดงาน..เป็นที่สุดของชุดยอดแย่ในปีนี้
ตม.ไทยปฏิเสธคนกัมพูชาเข้าประเทศ แม้จะมีมาตรการ Free VISA
สรุปสถานการณ์ร้อนรอบสัปดาห์: เครนถล่ม-สารเคมีรั่วไหล-ฟอกเงินสะเทือนการเมือง และปฏิบัติการ กสทช. กวาดล้างของเถื่อน
สดุดี "ลุงสมใจ ด้วงช้าง" ฮีโร่ผู้มีลมหายใจ: วินาทีทุบกระจกพลีชีพช่วยแม่ลูกจากโศกนาฏกรรมรถไฟ
จากร็อกเกอร์ในตำนานสู่เก้าอี้สภา: "เจี๊ยบ พิสุทธิ์" เลื่อนลำดับนั่ง สว. กลุ่มบันเทิงคนใหม่

