หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สะเทือนทั้งวงการ! “โดม ปกรณ์ ลัม” โพสต์เดือด ศึกนอกยังพอไหว แต่ไส้ศึกนี่สิ…เจ็บสุด!

เขียนโดย zzz1111

โดม ปกรณ์ ลัม เคลื่อนไหวกลางกระแสร้อน โพสต์เดือดสะเทือนโซเชียล “ศึกนอกไม่เท่าไส้ศึก” จุดประเด็นร้อนการเมือง-สังคม สะท้อนใจคนไทยทั้งประเทศ

กลายเป็นอีกหนึ่งแรงสะเทือนที่ส่งแรงกระเพื่อมอย่างรวดเร็วไปทั่วทั้งวงการบันเทิงและสังคมโซเชียล เมื่อ “โดม ปกรณ์ ลัม” ศิลปิน-นักแสดงชื่อดังเจ้าของฉายา “หล่อขั้นเทพ” ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี ออกมาโพสต์แสดงความเห็นอย่างดุเดือดผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว ท่ามกลางกระแสข่าวการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง

โดยเฉพาะกรณีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ที่ในช่วงเวลานี้ถูกจับตามองอย่างเข้มข้นทั้งจากภาคประชาชน นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว และสื่อมวลชน การเคลื่อนไหวของ “หนุ่มโดม” ในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เพียงการแสดงความรู้สึกส่วนตัว แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถามทางสังคมและการเมืองที่ลุกลามออกไปไกลกว่าที่คาด

โพสต์เดียวสะเทือนทั้งประเทศ

ข้อความสั้นแต่เฉียบคมของโดมที่ว่า:

 “ศึกนอกไม่เท่าไหร่ แต่ศึกในนี่น่าห่วง ลืมกันแล้วหรือว่า...เราเสียกรุงศรีอยุธยา เพราะไส้ศึกเปิดประตูเมืองให้พม่าเข้ามา”

ถือเป็นการพาดพิงเชิงประวัติศาสตร์ที่ชวนให้ขนลุก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ซึ่งหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า โพสต์ของเขานั้นสื่อถึง “ศึกภายใน” อันหมายถึงความขัดแย้ง การหักหลัง หรือการทรยศกันเองภายในชาติ มากกว่าศัตรูภายนอกที่ผู้คนให้ความสำคัญอยู่ในขณะนี้

ข้อความดังกล่าวจึงกลายเป็นหัวข้อสนทนาในทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง X (Twitter), Facebook, TikTok และ Instagram โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่และกลุ่มที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างใกล้ชิด ซึ่งส่วนใหญ่ต่างแสดงความชื่นชมในความกล้าหาญของโดมในการออกมาแสดงจุดยืนโดยไม่กลัวผลกระทบ แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้ระบุชัดเจนว่า "ศึกใน" ที่พูดถึงนั้นหมายถึงใครหรือฝ่ายใดโดยตรง

 

การเมืองกับคนบันเทิง: พื้นที่ที่กำลังเปลี่ยนไป

ปรากฏการณ์ที่คนในวงการบันเทิงออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงหลังไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ยังคงสร้างแรงสั่นสะเทือนอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อคนดังที่มีอิทธิพลในระดับประเทศอย่าง “โดม ปกรณ์ ลัม” ออกมาโพสต์ในท่าทีที่เข้มข้นและชัดเจนเช่นนี้ ยิ่งตอกย้ำว่า พรมแดนระหว่างบันเทิงกับการเมืองเริ่มจางลงเรื่อยๆ

ในอดีต คนบันเทิงจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับประเด็นการเมือง ด้วยเกรงว่าจะเสียฐานแฟนคลับหรือโดนแบนจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว ปัจจุบัน “ความกล้า” ที่จะออกมาพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชาติบ้านเมือง กลายเป็น “เครดิต” สำคัญที่ทำให้บุคคลนั้นๆ ได้รับความเคารพจากประชาชน

โดม ปกรณ์ ลัม ไม่ใช่ศิลปินคนแรกที่ออกมาแสดงจุดยืน และแน่นอนว่าเขาจะไม่ใช่คนสุดท้าย แต่สิ่งที่เขาทำในครั้งนี้ได้จุดประกายให้หลายคนเริ่มตั้งคำถาม และกล้าที่จะมองความเป็นไปของบ้านเมืองอย่างลึกซึ้งมากขึ้น

แฟนคลับแห่แชร์-คนดังร่วมแสดงความคิดเห็น

หลังโพสต์ของโดมถูกเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นและแชร์ต่อในวงกว้าง บางความคิดเห็นมองว่า สิ่งที่โดมพูดคือ “ความจริงที่คนไทยควรตระหนัก” ว่าปัญหาใหญ่ไม่ได้อยู่แค่ศัตรูภายนอก แต่คือความแตกแยก ความไม่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และการห้ำหั่นกันเองภายในประเทศ

ในขณะที่อีกฝ่ายก็แสดงความเป็นห่วงว่า การพูดในลักษณะนี้อาจกลายเป็นการสร้างความแตกแยก หรือถูกตีความในทางการเมืองได้หลายแบบ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่อ่อนไหวอย่างในตอนนี้ ที่ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านยังอยู่ในช่วงของการเจรจาต่อรองและมีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลจากหลายฝ่าย

ความหมายของ "ไส้ศึก" และบทเรียนจากอดีต

หนึ่งในวรรคทองที่สร้างแรงกระเพื่อมมากที่สุดจากโพสต์ของโดมก็คือ “ไส้ศึกเปิดประตูเมือง” ซึ่งเป็นประโยคที่ย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ไทยที่เจ็บปวดที่สุดครั้งหนึ่ง นั่นคือการเสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่าในปี พ.ศ. 2310 ที่ว่ากันว่ามีไส้ศึกในเมืองเป็นต้นเหตุของการล่มสลาย

คำว่า “ไส้ศึก” จึงไม่ใช่คำที่พูดขึ้นมาลอยๆ หากแต่เป็นการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ที่บาดลึก สะท้อนความกลัวของคนไทยในปัจจุบันที่ไม่แน่ใจว่า ภายในประเทศกำลังมีใครบางคนเปิดประตูเมืองให้ภัยคุกคามเข้ามาหรือไม่

 

สังคมไทยในภาวะเปราะบาง

โพสต์ของโดมยังเป็นกระจกสะท้อนสภาพสังคมไทยในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน ว่าเรากำลังเผชิญกับ “ศึกใน” ที่รุนแรงไม่แพ้ศึกจากภายนอก ความขัดแย้งทางการเมือง ความเหลื่อมล้ำ การขาดเอกภาพ และความไม่โปร่งใสในหลายๆ ด้าน ทำให้ประชาชนเริ่มรู้สึกสิ้นหวังและหมดศรัทธาต่อโครงสร้างหลักของประเทศ

เมื่อคนบันเทิงอย่างโดมที่อยู่ในพื้นที่กลางของสังคมยังออกมาพูดเช่นนี้ ก็ยิ่งตอกย้ำว่า ความอึดอัดและความกดดันทางสังคมได้ทะลักมาถึงจุดที่ไม่สามารถเงียบเฉยได้อีกต่อไป

โดม ปกรณ์ ลัม กับบทบาทใหม่ของ “กระบอกเสียงสังคม”

แม้จะยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่า โพสต์ของโดมนั้นสื่อถึงใครหรืออะไรโดยตรง แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ เขาได้เปิดประตูให้สังคมได้พูดคุย ตั้งคำถาม และทบทวนความจริงบางประการที่อาจถูกมองข้ามไปนานเกินไป

ในยุคที่สื่อมวลชนบางส่วนไม่สามารถทำหน้าที่ได้เต็มที่ การที่บุคคลที่มีอิทธิพลทางสังคมลุกขึ้นมา “พูดในสิ่งที่ต้องพูด” อาจเป็นสิ่งที่ประเทศนี้ต้องการมากที่สุดในเวลานี้

โดม ปกรณ์ ลัม จึงไม่ใช่แค่ศิลปินอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในเสียงสำคัญของสังคมไทย ที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างเสียงดนตรีและเสียงของประชาชน

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
zzz1111's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 243 ครั้ง
เขียนโดย zzz1111
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 จังหวัดที่มักถูกมองว่าเป็นแหล่งผลิตเด็กสอบติดมหาวิทยาลัยดัง5 ประเทศที่คนกินเผ็ดมากที่สุดในโลก (คนไทยอันดับ3)สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่เหลือเพียง 2 ตัวในโลกสะพานมอญน้ำลด เห็นวัดจมน้ำโผล่ ช่วงนี้เกิดจากอะไรโรงเรียนเอกชนที่มีนักเรียนมากที่สุดในประเทศไทยดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ยักษ์ 3 ดวง ที่ถูกตั้งชื่อดาวให้เป็นชื่อภาษาไทยประเทศที่มีโรงแรมสัญชาติไทย ตั้งอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในโลกประเทศเดียวเท่านั้นบนโลก ที่ไม่มีเมืองหลวงเหมือนประเทศอื่นๆจังหวัดหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่มีอำเภอน้อยที่สุดเพียง 6 อำเภอประเทศที่ “อาจหายไปจากแผนที่โลก” ในอนาคตทำไมเกษตรกรไทยจึงเป็นหนึ่งในกลุ่มอาชีพที่แบกหนี้หนักที่สุดทำไมผู้ชายบางคนแข็งตัวไม่เต็มที่ สาเหตุใกล้ตัวที่อาจไม่ใช่แค่เรื่องอายุ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมผู้ชายบางคนแข็งตัวไม่เต็มที่ สาเหตุใกล้ตัวที่อาจไม่ใช่แค่เรื่องอายุอำเภอเมือง และเมืองรองในอีสาน ที่เริ่มถูกจับตาเรื่องที่ดินอดีตผู้ประกาศฟูจิทีวีเล่านาทีถูกผลักริมถนน หลังต่อสู้ PTSD มานานกระทรวงชั้นนำของประเทศไทย ที่ได้งบประมาณประจำปีมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
อดีตผู้ประกาศฟูจิทีวีเล่านาทีถูกผลักริมถนน หลังต่อสู้ PTSD มานานแร็ปเปอร์เกาหลี Jerry.K เสียชีวิตในวัย 42 หลังสู้โรคเนื้องอกสมองสายการบินสิงคโปร์ ดิลส่งเสริมการท่องเที่ยวเขมร 1.4 แสนดอลลาร์ไทย-กัมพูชาคุยชายแดนที่บรูไน ย้ำเดินหน้าหยุดยิงและลดแรงเสียดทาน
ตั้งกระทู้ใหม่