อดีตผู้ประกาศฟูจิทีวีเล่านาทีถูกผลักริมถนน หลังต่อสู้ PTSD มานาน
เขียนโดย ไม่รู้ ไม่รู้
เสียงรถบนถนน ทางม้าลายที่ต้องยืนรอสัญญาณไฟ และแรงผลักจากด้านหลังที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้ วาตานาเบะ นางิสะ อดีตผู้ประกาศข่าวฟูจิทีวี ต้องกลับไปเผชิญความกลัวเดิมอีกครั้ง หลังจากใช้เวลานานเพื่อฝึกตัวเองให้ออกจากบ้านได้
วาตานาเบะ นางิสะ วัย 29 ปี เคยเป็นผู้ประกาศข่าวของฟูจิทีวี ก่อนลาออกจากสถานีเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2024 หลังเริ่มทำงานกับสถานีในปี 2020 และมีผลงานในรายการโทรทัศน์หลายรายการ ก่อนหน้านั้น เธอประกาศพักงานตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2023 ด้วยปัญหาสุขภาพ
หลังออกจากงาน เธอเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่าตนเองป่วยเป็น PTSD หรือภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เรื่องนี้ทำให้ชื่อของเธอกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะหลังมีงานเขียนเรียงความในนิตยสารที่เล่าถึงการพยายามกลับมาใช้ชีวิตทีละก้าว
หนึ่งในเหตุการณ์ที่เธอเล่า คือช่วงหลังเลิกงานวันหนึ่ง ขณะกำลังเดินไปสถานีรถไฟและหยุดรอสัญญาณไฟที่ทางแยก เธอถูกผู้หญิงคนหนึ่งผลักจากด้านหลังจนเสียหลักล้ม มือยันพื้น และร่างกายบางส่วนล้ำออกไปบนถนน โชคดีที่ไม่มีรถแล่นเข้ามาในจังหวะนั้น แต่ฝ่ามือของเธอถลอกจากแรงกระแทก
เธอบอกว่าไม่ทันเห็นหน้าคนที่ผลักชัดเจน เห็นเพียงด้านหลังของผู้หญิงคนนั้นที่รีบเดินออกไป เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก จนเธอยังไม่ทันตั้งสติว่าควรทำอะไรต่อ
ในช่วงเวลานั้น มีผู้หญิงอีกคนที่กำลังเข็นรถเข็นเด็กอยู่ใกล้ ๆ เข้ามาถามอาการ และบอกว่าเห็นเหตุการณ์ชัดเจน พร้อมเสนอจะช่วยตามตัวคนที่ผลัก รวมถึงยินดีเป็นพยานหากจำเป็น ความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้ากลายเป็นภาพเล็ก ๆ ที่เธอจำได้ท่ามกลางความตกใจและบาดแผลบนมือ
วาตานาเบะเล่าว่า ตลอดเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา เธอเจอเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยหลายครั้ง ทุกครั้งเหมือนดึงเธอกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของความกลัว จากที่พยายามฝึกออกจากบ้าน กลับกลายเป็นไม่อยากก้าวออกไปข้างนอกอีก
เธออธิบายว่า ช่วงที่อาการหนัก แม้แต่การขยับตัวก็ยาก มือเท้าสั่น และเคยคิดว่าตัวเองอาจกลับไปใช้ชีวิตปกติไม่ได้อีก การออกจากบ้านจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นสิ่งที่ต้องฝึกซ้ำ ๆ เริ่มจากเดินไปหน้าทางเข้าอาคาร ไปถึงร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน แล้วค่อยเพิ่มระยะทางทีละน้อย
เหตุการณ์ถูกผลักทำให้ความพยายามนั้นสะดุดลงอีกครั้ง เธอเปรียบเหมือนวงจรที่เกิดซ้ำ ออกไปข้างนอกได้ เจอเรื่องน่ากลัว กลับมาเก็บตัว แล้วต้องเริ่มฝึกใหม่ ตั้งแต่ต้น
อีกด้านหนึ่ง เธอยังต้องเจอกับคำโจมตีทางออนไลน์ ทั้งการตั้งคำถามต่ออาการ PTSD การกล่าวหาว่าโกหก และถ้อยคำรุนแรงที่กระทบต่อสภาพจิตใจ เธอยอมรับว่าบางช่วงรู้สึกสิ้นหวัง แต่ยังพยายามยึดโยงกับครอบครัวและคนที่ยื่นมือช่วยเหลือไว้
วาตานาเบะบอกว่า แม้อาการบางอย่างดีขึ้นและการรักษาเดินหน้าต่อไป แต่ความกลัวของเธอไม่ได้เหลืออยู่แค่ในความทรงจำ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนทำให้เธอรู้สึกว่าการถูกทำร้ายอาจเกิดขึ้นจริงได้อีก
เรื่องของเธอจึงไม่ใช่แค่ข่าวของอดีตผู้ประกาศคนหนึ่ง แต่สะท้อนให้เห็นว่า บาดแผลทางใจอาจถูกกระตุ้นได้จากเหตุการณ์ที่คนภายนอกมองผ่านเร็ว ๆ และในวันที่ใครบางคนกำลังพยายามกลับมายืนได้ การกระทำรุนแรงเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
อ้างอิง : https://www.news-postseven.com/archives/20260428_2106155.html?DETAIL
แหล่งที่มา: NEWS Post Seven
อ้างอิง: https://www.news-postseven.com/archives/20260428_2106155.html?DETAIL
เขียนโดย ไม่รู้ ไม่รู้
เชี่ยวชาญพาดหัวแรง สรุปไว ตรงจุด
ถ่ายทอดประเด็นสำคัญให้เข้าใจทันทีในไม่กี่วินาทีแรก
โรงเรียนเอกชนที่มีนักเรียนมากที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่มีโรงแรมสัญชาติไทย ตั้งอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในโลก
สะพานมอญน้ำลด เห็นวัดจมน้ำโผล่ ช่วงนี้เกิดจากอะไร
สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่เหลือเพียง 2 ตัวในโลก
5 ประเทศที่คนกินเผ็ดมากที่สุดในโลก (คนไทยอันดับ3)
ประเทศเดียวเท่านั้นบนโลก ที่ไม่มีเมืองหลวงเหมือนประเทศอื่นๆ
ขนมไทยชนิดไหน “ขายดีที่สุด” ในตลาดเช้า
10 จังหวัดที่มักถูกมองว่าเป็นแหล่งผลิตเด็กสอบติดมหาวิทยาลัยดัง
ไส้ติ่งมีไว้ทำไม?
7 ผลไม้ป่า ที่หายากที่สุดในประเทศไทย
5 จุดสะสมกลิ่นแก่ที่รุนแรงที่สุดและวิธีรับมืออย่างมืออาชีพ
ประเทศที่ “อาจหายไปจากแผนที่โลก” ในอนาคต
ตึกเพียง 4 แห่งในประเทศไทย ที่มีความสูงมากกว่า 300 เมตร
กาลี สุนัขจรจัดในอินเดีย ขวางงูพิษช่วยเด็ก 30 คนก่อนสิ้นใจ
ร้านอาหารปิดกะทันหัน หนุ่มบังเอิญเจอแฟนเดินออกจากโรงแรมกับชายอื่น
5 จุดสะสมกลิ่นแก่ที่รุนแรงที่สุดและวิธีรับมืออย่างมืออาชีพ
วัดเรืองแสงอุบลราชธานี จุดชมต้นกัลปพฤกษ์ยามค่ำที่หลายคนอยากเห็นสักครั้ง
แปรงฟันหลังอาหารทันทีดีไหม ทำไมบางมื้อควรรอก่อน พร้อมอาหารที่ช่วยดูแลฟัน






