กองทัพอินโดวางระเบิด ทำลายเครื่องกระสุน แต่กลับทำคนตาย 13 ราย
เจ้าหน้าที่ทหาร กล่าวว่า "มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย หลังจากเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ระเบิด ของกองทัพอินโดนีเซียของเรา ทำลายกระสุนที่หมดอายุ ในจังหวัดชวาตะวันตกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา [ตามเวลาท้องถิ่น]"
โฆษกกองทัพอินโดนีเซีย พลจัตวา "วายู ยุธยานา" กล่าวว่า "เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. [ตามเวลาท้องถิ่น] ในหมู่บ้านซาการา เขตการุต โดยผู้เสียชีวิตประกอบด้วยทหาร 4 นาย และ ประชาชน 9 ราย"
"วายู ยุธยานา" กล่าวอธิบายกว่า "การระเบิดที่หลุมทั้ง 2 หลุมนั้นสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ทีมงานกำลังเตรียมอุปกรณ์จุดระเบิดที่หลุมที่ 3 จู่ๆก็เกิดเหตุระเบิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ทำให้ทหารเสียชีวิต 4 นาย และประชาชนอีก 9 ราย" และ "หลังเกิดเหตุระเบิด เจ้าหน้าที่ของเราได้ตรวจสอบ อุปกรณ์ทั้งหมดแล้ว ซึ่งพบว่าระเบิดที่ยังไม่ระเบิด อยู่ในสภาพปลอดภัย"
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีคนกัมพูชาทำงานอยู่จำนวนมากที่สุด
ระบบนิเวศวิทยาของนกกาเหว่า: ผู้ไม่เคยสร้างรัง แต่ไม่เคยสูญพันธุ์
เปิด 9 ธุรกิจสินค้าสัญชาติ "ญี่ปุ่น" ที่ปัจจุบันมี "ทุนจีน" เป็นเจ้าของ
ประเทศที่นิยมเรียนในไทย มีนักศึกษาเข้ามาเรียนต่อในประเทศไทยมากที่สุด
ร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทย
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/2/69
เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไทย ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าของญี่ปุ่น
เส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
พบ "ตะโขง" สัตว์ที่เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์แล้วในไทยเป็นครั้งแรก พร้อมภาพชัดเจน
ทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำเงินมากที่สุด อันดับหนึ่งของโลกตลอดกาล
โรงแรมสัญชาติไทย ที่มีสาขาอยู่ในต่างประเทศมากที่สุด
ทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำเงินมากที่สุด อันดับหนึ่งของโลกตลอดกาล
เกิดเหตุไฟไหม้ร้านยางรถยนต์ริมถนนงามวงศ์วานในกลางดึก ทำให้ร้านเสียหายทั้งหมด
ปีนักษัตรใดที่เป็น ปีชง 2569 และ ปีคัก ปีเฮ้ง ปีผั่ว คืออะไร พร้อมแนะนำวิธีแก้ชง
ถนนเลียบทะเล'ที่ยาวที่สุด'ในประเทศไทย
"นางเอก A\/" หมดอนาคตในวงการ..ผลงานหายเกลี้ยง เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?
เปิดรับสมัครเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 52
เกิดเหตุไฟไหม้ร้านยางรถยนต์ริมถนนงามวงศ์วานในกลางดึก ทำให้ร้านเสียหายทั้งหมด
สบส. ปั้น อสม.ผู้นำปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ตั้งเป้า 1 อสม.ดูแลกลุ่มเสี่ยง 10 คน


