ทรัมป์ประกาศถอนสหรัฐฯ จากองค์การอนามัยโลก
ทรัมป์ประกาศถอนตัวสหรัฐฯ จากองค์การอนามัยโลก (WHO)
เมื่อวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2025 โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่านคำสั่งผู้บริหาร (Executive Order) ว่าจะถอนสหรัฐฯ ออกจากองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยระบุว่า การถอนตัวนี้เป็นการตอบสนองต่อการจัดการที่ผิดพลาดของ WHO ในกรณีของการระบาดของ COVID-19 และวิกฤตสุขภาพโลกอื่น ๆ ทรัมป์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า WHO ไม่สามารถดำเนินการปฏิรูปที่จำเป็นและขาดความเป็นอิสระจากอิทธิพลทางการเมืองจากประเทศสมาชิก ซึ่งส่วนใหญ่มีอิทธิพลจากจีน
สาเหตุของการถอนตัวจาก WHO:
การจัดการที่ผิดพลาดในช่วงการระบาดของ COVID-19: ทรัมป์ระบุว่า WHO ล้มเหลวในการรับมือกับการระบาดของ COVID-19 โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรายงานข้อมูลจากจีนเกี่ยวกับการแพร่ระบาด และกล่าวหาว่า WHO ช่วยจีนปกปิดข้อมูลในระยะแรก ๆ ของการระบาด
การขาดการปฏิรูปที่จำเป็น: ทรัมป์วิจารณ์ว่า WHO ล้มเหลวในการปฏิรูปองค์กรเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในโลกสมัยใหม่
อิทธิพลทางการเมือง: ทรัมป์กล่าวว่า WHO ขาดความเป็นอิสระและมีอิทธิพลจากประเทศสมาชิกโดยเฉพาะจีน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่เป็นผลดีต่อการทำงานในระดับโลก
การกระทำทางกฎหมายและการถอนตัว
ในคำสั่งผู้บริหาร ทรัมป์ได้สั่งให้กระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานการจัดการงบประมาณของสหรัฐฯ หยุดการถ่ายโอนเงินหรือทรัพยากรใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุน WHO โดยทันที อย่างไรก็ตาม การถอนตัวจาก WHO อย่างสมบูรณ์จะต้องใช้เวลาหนึ่งปี ซึ่งระหว่างนั้นสหรัฐฯ ยังคงต้องให้การสนับสนุนทางการเงินตามที่กำหนดในข้อตกลงก่อนหน้านี้
การวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญ:
หลายฝ่ายรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขได้วิจารณ์การตัดสินใจนี้อย่างรุนแรง:
ดร. อาชิช จา (อดีตผู้ประสานงานการตอบสนองต่อ COVID-19 ในรัฐบาลไบเดน) กล่าวว่า การถอนตัวจาก WHO ถือเป็น "ความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์" เพราะ WHO เป็นองค์กรที่สำคัญในการเฝ้าระวังโรคและการตอบสนองต่อการระบาดทั่วโลก โดยการถอนตัวของสหรัฐฯ จะทำให้จีนมีโอกาสเพิ่มอิทธิพลในระดับโลกแทนที่สหรัฐฯ
ลอว์เรนซ์ กอสติน (ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายสุขภาพสาธารณะจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์) กล่าวในโพสต์ของเขาว่า การถอนตัวของทรัมป์ถือเป็น "การตัดสินใจที่มีผลกระทบร้ายแรง" ที่ไม่เพียงแต่ทำร้ายสุขภาพโลก แต่ยังทำลายอิทธิพลของสหรัฐฯ ในเวทีโลก
การพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐฯ: ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเตือนว่า WHO พึ่งพาผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐฯ และการถอนตัวครั้งนี้จะทำให้องค์กรสูญเสียความสามารถในการติดตามโรคและการระบาด รวมถึงการวิจัยด้านสุขภาพในระดับโลก
การทำนายผลกระทบจากการถอนตัว
- เพิ่มอิทธิพลของจีน: การถอนตัวของสหรัฐฯ อาจทำให้จีนสามารถแทรกแซงและเพิ่มอิทธิพลในการจัดการปัญหาสุขภาพโลก เนื่องจาก WHO จำเป็นต้องการการสนับสนุนทางการเงินและการนำของประเทศที่มีอำนาจ เช่น สหรัฐฯ
- ความเสี่ยงต่อการขาดการประสานงานระดับโลก: การถอนตัวจาก WHO อาจส่งผลให้เกิดความยากลำบากในการรับมือกับวิกฤตสุขภาพโลกในอนาคต เพราะ WHO เป็นองค์กรที่ประสานงานและให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินทั่วโลก เช่น การระบาดของโรคต่าง ๆ
การตอบสนองจากฝ่ายการเมือง:
- หลายสมาชิกสภาคองเกรสจากทั้งสองพรรคมีการวิจารณ์การถอนตัวครั้งนี้ในปี 2020 เช่น นางแนนซี เปโลซี (ประธานสภาผู้แทนราษฎร) ซึ่งเรียกการตัดสินใจนั้นว่า "เป็นการกระทำที่ไร้เหตุผลอย่างแท้จริง"
- วุฒิสมาชิกลามาร์ อเล็กซานเดอร์ (ส.ว. พรรครีพับลิกัน) ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการด้านการศึกษา, แรงงาน และสาธารณสุขของวุฒิสภา ก็กล่าวว่าเขาไม่เห็นด้วยกับการถอนตัวครั้งนั้น
จังหวัดที่เด็กสอบติดมหาวิทยาลัยมากที่สุด
6 ประเทศที่ไหว้เหมือนไทยมากที่สุด
เกาะที่แออัดที่สุดในโลก
5 อันดับ “ขนมไทยขายดี” ในตลาดเช้า
5 จังหวัดม้ามืดที่มีศักยภาพเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2
โหมดเครื่องบินคืออะไร
จังหวัดที่ชื่อเหมือนผลไม้
ทะเลทรายลุต นรกบนดิน ร้อนกว่า 70 องศาเซลเซียส
รู้ก่อนซื้อ น้ำปลาทิพรสขวดเหลืองกับขวดชมพู ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้เหมาะกับจานโปรด
จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏมากที่สุด
5 ประเทศที่ใช้เงินบาทมากที่สุด
ชนเผ่าที่ไม่อาบน้ำตลอดชีวิต แต่สระผมโดยใช้ฉี่วัว
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก



