หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

อุทาหรณ์! หนุ่มวัย 30 อวัยวะล้มเหลวเพราะ “กินปลา” หมอเตือน! ส่วนนี้ห้ามกิน พิษร้ายแรงยิ่งกว่าสารหนู

เนื้อหาโดย Kemus27645

ในยุคที่กระแสรักสุขภาพกำลังมาแรง หลายคนหันมาเลือกบริโภคอาหารจากธรรมชาติเพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ คืออาหารบางอย่างที่เราคิดว่า "ดีต่อสุขภาพ" อาจกลายเป็นภัยร้ายที่ซ่อนอยู่ เช่นกรณีของชายวัย 30 ปีชาวจีนรายหนึ่งที่ต้องเผชิญชะตากรรมร้ายแรง หลังจากที่เขาเลือกบริโภคน้ำดีปลาคาร์พสด ด้วยความเชื่อว่าจะช่วยบำรุงร่างกายและทำให้สุขภาพดีขึ้น

อาการร้ายแรงหลังบริโภคน้ำดีปลา

ชายหนุ่มรายนี้เริ่มมีอาการผิดปกติทันทีหลังรับประทานน้ำดีปลา โดยเขารู้สึกคลื่นไส้ ปวดท้อง และอ่อนเพลียในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังจากนั้น อาการของเขาก็รุนแรงขึ้นจนต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

แพทย์ตรวจพบว่าเขาประสบภาวะพิษจากน้ำดีปลา ซึ่งทำให้อวัยวะหลายส่วนในร่างกายล้มเหลว เช่น ตับ ไต และระบบเลือด โดยเฉพาะการแข็งตัวของเลือดที่ผิดปกติ ซึ่งเป็นอาการอันตรายที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

น้ำดีปลา: ภัยร้ายที่หลายคนไม่รู้

น้ำดีปลาเป็นอวัยวะที่มีสารพิษสูง ซึ่งรวมถึงกรดไซยาไนด์ที่มีพิษร้ายแรงยิ่งกว่าสารหนูหลายเท่า แม้การปรุงอาหารด้วยความร้อนหรือแช่ในแอลกอฮอล์จะเป็นวิธีที่คนทั่วไปใช้เพื่อฆ่าเชื้อ แต่สารพิษในน้ำดีปลานั้นไม่สามารถทำลายได้ง่าย ๆ

อาการพิษมักปรากฏภายใน 30 นาทีถึง 6 ชั่วโมงหลังจากบริโภค โดยเริ่มจากปวดท้อง อาเจียน และปัสสาวะลำบาก หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที อาการอาจลุกลามจนทำให้อวัยวะล้มเหลวและเสียชีวิต

ทำไมคนถึงบริโภคน้ำดีปลา?

ความเชื่อเกี่ยวกับน้ำดีปลามีรากฐานมาจากความเข้าใจผิดในบางวัฒนธรรม ว่าการบริโภคส่วนนี้จะช่วยเสริมสมรรถภาพร่างกาย รักษาโรค หรือเพิ่มพลังงาน โดยเฉพาะในผู้ชาย อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์กลับยืนยันตรงกันข้ามว่า น้ำดีปลามีแต่จะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ

คำเตือนจากแพทย์

แพทย์เตือนอย่างหนักแน่นว่า การบริโภคน้ำดีปลาทุกชนิดเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด เพราะไม่มีประโยชน์ใด ๆ ต่อร่างกาย ซ้ำยังเสี่ยงต่อการเกิดพิษร้ายแรง ซึ่งในหลายกรณีไม่สามารถรักษาได้ทัน

บทสรุป: ของดีหรือพิษร้าย?

กรณีของชายหนุ่มวัย 30 ปีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความเสี่ยงจากการบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัย แม้จะดูเหมือนเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่กลับส่งผลกระทบร้ายแรงจนถึงขั้นอวัยวะล้มเหลว

ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกคน ก่อนที่จะบริโภคอะไร ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ และอย่าเชื่อคำบอกเล่าโดยไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ เพราะสิ่งที่ดูเหมือน “ของดี” อาจกลายเป็น “พิษร้าย” ที่เราคาดไม่ถึงก็เป็นได้

เนื้อหาโดย: Kemus27645
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Kemus27645's profile


โพสท์โดย: Kemus27645
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Brother single
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
​🌶️ ทายนิสัยอารมณ์โกรธเกรี้ยวกราดของ 12 ราศี เทียบความเผ็ดร้อนของน้ำพริกถ้วยโปรดวัดระดับความเป็น "แบดบอย/แบดเกิร์ล" ที่ซ่อนอยู่ ผ่านเครื่องดื่มสุขภาพที่ดูใสซื่อที่สุด!เลขเด็ดจาก AI งวดวันที่ 1 ธันวาคม 2568..สถิติเด็ดหวยแม่น รีบส่องด่วน!!พบกระเป๋าเดินทางหลายสิบใบ ลอยอยู่กลางทะเลที่ไทยประเทศไหนในโลก ที่มีจำนวนคนมาท่องเที่ยวในไทยน้อยที่สุดของ 5 สิ่งในห้องนอน ช่วยให้หลับสบายยันเช้า อากาศไม่เหม็นอีกต่อไปเตือนภัยใกล้ตัว พยาบาลเกษียณถูกหลอกสูญเงินกว่า 30 ล้านบาทจังหวัดในประเทศไทย ที่ผู้คนมีความสุขในการใช้ชีวิตมากที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
♫♠♪ 80% ตอบผิด ♪♠♫ เตือนภัยใกล้ตัว พยาบาลเกษียณถูกหลอกสูญเงินกว่า 30 ล้านบาท
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
เมืองคอนเปิดโครงการท่องเที่ยวชุมชนรูปแบบใหม่ ขับรถ ATV บนเส้นทางธรรมชาติชมวิถีชีวิต และความเป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์บ้านคีรีนิทานก่อนนอน: พลังแห่งการเล่าเรื่องเพื่อพัฒนาการและความผ่อนคลายสำหรับทุกวัยพลิกโฉมบทบาท! ทำไม "พ่อที่ลงมือทำ" (Involved Father) จึงคืออนาคตของการเลี้ยงลูกเคน ภูภูมิ เสียใจมาก เพราะร้านของเขาเสียหายทั้งหมด 100%
ตั้งกระทู้ใหม่