เตือนภัย โครมมิง (Chroming) เทรนด์มรณะ หลังมีเด็กเสียชีวิตแล้วหลายราย
เขียนโดย teerap
เรื่องราวนี้ถือเป็นการเตือนภัยสำหรับคนที่ยังไม่ได้รู้ข้อมูลที่อันตรายของเทรนด์มรณะนี้ หลังจากเกิดเหตุเสียชีวิตของเด็กหลายคนจากการแห่ทำตามกระแสโครมมิง หรือการสูดดมสารอันตรายจากกระป๋องสเปรย์ โดยเมื่อเร็วๆนี้ นายแพทย์ชาวอเมริกันก็ออกมาเตือนภัยจากการกระทำดังกล่าว โดยกระแสการท้าทายให้ทำภารกิจ โครมมิง (Chroming) นั้นได้รับความนิยมมานานตามแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ มาสักระยะหนึ่งแล้ว และกำลังทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองเกิดความกังวล โดยเฉพาะหลังจากเกิดเหตุเสียชีวิตของเด็ก ๆ ที่ทำตามกระแสดังกล่าว การเล่นโครมมิง คือการสูดดมสารเคมีอันตรายจากกระป๋องสเปรย์ต่างๆ เช่น กระป๋องสี, กระป๋องผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เพื่อให้เกิดความรู้สึกเคลิบเคลิ้มหรือฟิน เทรนด์มรณะนี้ได้ทำให้มีเด็ก ๆ เสียชีวิตไปแล้วหลายราย ดังที่ตกเป็นข่าวก่อนหน้านี้ ได้แก่ ทอมมี-ลี บิลลิงตัน เด็กชายวัย 11 ปีจากเมืองแลงแคสเตอร์ ประเทศอังกฤษ, เอซรา เฮย์นส์ เด็กหญิงวัย 13 ปีจากออสเตรเลีย ส่วน ซีซาร์ วัตสัน-คิง วัย 12 ปีจากเมืองดอนแคสเตอร์ ประเทศอังกฤษก็เกือบจะไม่รอดชีวิต หลังจากร่วมเล่นตามกระแสโครมมิง
ไมเคิล แมคคินนีย์ นายแพทย์ชาวอเมริกันผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้สารเสพติกและการสาธารณสุข อธิบายว่า ในการเล่นโครมมิงนั้น ผู้เล่นจะสูดดมสารเคมีหลายชนิดซึ่งสร้างความเสียหายแก่สุขภาพทั้งแบบเฉียบพลันและในระยะยาว โดยเขาแบ่งออกเป็น 5 ประเภทด้วยกัน ความเสียหายประการแรกคือส่วนของสมอง แมคคินนีย์ชี้ว่า สารเคมีที่เป็นพิษมีโอกาสที่จะแทรกซึมผ่านทะลุทำนบกั้นระหว่างเลือดและสมอง ทำให้สมองเสียหาย พัฒนาการในการเรียนรู้ถดถอย ซึ่งน่ากังวลมากสำหรับกลุ่มเด็กๆ ความเสียหายประการที่ 2 เกี่ยวกับระบบหลอดเลือดหัวใจ โครมมิงทำให้ผู้เล่นมีอาการหัวใจวายได้ในทันที เช่นที่เกิดกับเด็กหญิงชาวออสเตรเลียก่อนที่เธอจะเสียชีวิต เรียกว่าภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันเนื่องจากการสูดดมสารพิษ (Sudden sniffing death syndrome) ต่อมาคือความเสียหายเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
โครมมิงจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างถาวรต่อระบบหายใจของผู้เล่น และอาการจะยิ่งแย่ลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น เมื่อสูดดมสารเหล่านี้เข้าไป อาจทำให้เนื้อเยื่อปอดได้รับความเสียหายอย่างถาวร ระบบทางเดินหายใจล้มเหลว มีภาวะขาดออกซิเจน หรือป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ เช่น หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ความเสียหายประการที่ 4 นั้นเกี่ยวกับตับและไต เพราะการสูดดมสารพิษเข้าไปทำให้ร่างกายต้องทำงานอย่างหนักในการขับสารพิษออกมา ซึ่งมีตับและไตรับหน้าที่นี้ เมื่อมีสารพิษเข้ามามากเกินไป อวัยวะเหล่านี้ก็จะต้องทำงานหนัก ทำให้เกิดความเสียหายในระยะยาว
จังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?
ก่อนเปลี่ยนรถ ลองดูค่าใช้จ่าย 3 ปี EV ไฮบริด น้ำมัน แบบไหนคุ้มกว่า
เมืองที่เงินเดือนน้อยแต่อยู่สบายที่สุดในประเทศไทย
สลัมลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ข้าราชการที่กู้ยืมเงินมากที่สุดในไทย
ไม่น่าเชื่อว่ามีจริง! เมืองที่ฝนไม่ตกเป็นสิบปี แต่คนยังอยู่รอด
5 มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า “เดินเหนื่อยที่สุดในไทย”
5 ประเทศจิ๋ว สุดน่าอยู่ ที่หลายคนไม่เคยรู้ว่ามีอยู่บนโลก
จังหวัดที่คนทำงานเริ่มย้ายออก
เขื่อนดินที่มีความยาวสันเขื่อนมากที่สุดในประเทศไทย
ทำไม "ข้าวกะเพราร้านข้างทาง" ถึงอร่อยสะท้านใจกว่าร้านหรูแพงระยับ?
ไขคำตอบ "ลูกเห็บ"มาจากไหน และจริงๆ กินได้ไหม?
