Coca-Cola ใช้เวลา 30 ปี หาทางให้คนเลิกเรียกชื่อว่า Coke สุดท้ายไม่สำเร็จเลยต้องยอมจำนนในที่สุด
เรื่องราวนี้ต้องย้อนไปยังจุดเริ่มต้น จากวันเปิดตัวในปี 1886 เครื่องดื่มน้ำดำแบรนด์นี้ไม่ได้ตั้งชื่อสินค้าว่า โค้ก มาก่อน ชื่อเดิมจริงๆ คือ Coca-Cola ตรงๆ ตามชื่อบริษัท และตอนนั้น บริษัทก็ทุ่มงบสูงถึง 1 ล้านเหรียญ (หรือราวๆ 30 ล้านเหรียญในปัจจุบัน) เพื่อโปรโมตแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักในตลาด ซึ่งนับว่าสูงมากสำหรับสมัยก่อน แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับตาลปัตร ลูกค้าต่างทิ้งชื่อ Coca-Cola ไว้ข้างหลังและพาเรียกโค้กอย่างไม่ใสใจไยดีอัตลักษณ์ของแบรนด์เลยแม้แต่น้อย และไม่ใช่ว่างบโฆษณาที่ทุ่มไปมันไม่สัมฤทธิ์ผล ผู้คนต่างรับรู้ถึงการมีอยู่ของแบรนด์เป็นอย่างดี เพียงแต่ ฉันไม่อยากเรียกอะ ใครจะทำไม เหตุผลที่ผู้คนไม่ชอบเรียก Coca-Cola มีอ้างอิงถึงหลายข้อด้วยกัน เช่น Coca-Cola มันยาว ย่อมันสั้นๆ ให้เหลือแค่ โค้ก พยางค์เดียว เรียกง่ายกว่า หรือบ้างก็ว่าชื่อ Coca-Cola มันไปพ้องกับใบโคคาที่ถูกนำมาทำสารเสพติดจึงรู้สึกไม่ดีที่จะใช้ชื่อนั้น หากไม่คิดอะไรมาก การเรียกโค้กก็เหมือนกับการเรียกชื่อเล่น ประหนึ่งเพื่อนเรียกกันอย่างสนิทสนม อย่างไรก็ดี หากมองในมุมของแบรนด์ การที่ลูกค้าไม่ยอมเรียกชื่อทางการ ก็นับเป็นความเสียหายอย่างหนึ่ง
ตอนนั้นทาง Coca-Cola กังวลว่ามันอาจนำไปสู่การสูญเสียอัตลักษณ์ของแบรนด์ หรือไม่ต่อไปผู้คนอาจเหมารวมเรียกน้ำอัดลมทุกชนิดว่าโค้ก จนเกิดเป็นภาพลักษณ์ที่จำเจ (แบบเดียวกับที่เรามักเหมารวมเรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกอย่างว่ามาม่า) หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุด หากตอนนั้นมีใครเกิดเปิดบริษัทน้ำอัดลมในชื่อโค้ก ก็อาจจะยิ่งแย่ถึงขั้นเสียลูกค้าให้กับแบรนด์ใหม่ไปเลยก็ได้ และต้องทำความเข้าใจด้วยว่าในยุคแรกๆ นั้น เครื่องดื่มของ Coca-Cola มีแต่น้ำดำอัดลมเพียงอย่างเดียว ไม่ได้มีสินค้าย่อยหลากหลายเหมือนปัจจุบัน ถ้าผู้คนจดจำแบรนด์หลักเพียงหนึ่งเดียวไม่ได้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินไปสู่อนาคตอันมืดมน หลังบวกลบคูณหารผลได้เสียแล้ว Coca-Cola
จึงพยายามชักชวนลูกค้าให้กลับมาเรียกชื่อแบรนด์แบบเต็มๆ กันสุดตัว แคมเปญโฆษณาที่ออกมาก็จะคอยแทรกสัญญะเรื่องชื่อเอาไว้เสมอ หรือไม่ก็สื่อไปตรงๆ เลย เช่นในปี 1913 มีโฆษณาที่บอกว่า Coca-Cola: Ask for it by its full name - then you will get the genuine Coca-Cola ใช้เวลาถึง 30 ปี พยายามส่งเสริมให้ผู้คนหันกลับมาเรียกชื่อแบรนด์ที่ถูกต้อง แต่ไม่ว่าอย่างไรลูกค้าก็ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตาม เมื่อคำว่าโค้กมันเรียกง่ายกว่า และติดปากเมื่อยามสั่งเครื่องดื่มไปแล้ว
เมื่อสู้กระแสไม่ไหว บริษัทน้ำอัดลมหันมาปรับกลยุทธ์ใหม่ ยอมรับ ชื่อเล่น เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโฆษณาบางชิ้น โดยในปี 1942 Coca-Cola ได้สร้างมาสคอตที่ชื่อ Sprite Boy ขึ้นมาเพื่อเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ (ไม่เกี่ยวกับเครื่องดื่มสไปรท์) ซึ่งเจ้า Sprite Boy มักจะแนะนำตัวเองว่า “สวัสดี ฉันคือ ‘Coca-Cola’ หรือที่ทุกคนรู้จักในชื่อ โค้ก ที่นับเป็นสัญญาณแรกๆ ของการยอมรับพลังประชาชน ก่อนยอมจำนนนำชื่อโค้กมาจดเป็นเครื่องหมายการค้า ในปี 1945 และใช้คำว่า โค้ก ในบทโฆษณามากขึ้น ส่วน Coca-Cola ก็ปล่อยให้ภาพคอยทำหน้าที่เล่าเรื่องไปแทน และคำว่าโค้กก็กลายเป็นทั้งชื่อจริงและชื่อเล่นมาจนถึงปัจจุบัน
ซองกันชื้น ในซองขนม เอาไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย
ข้าราชการที่กู้ยืมเงินมากที่สุดในไทย
เมืองที่เงินเดือนน้อยแต่อยู่สบายที่สุดในประเทศไทย
โรงเรียนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
สลัมลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ทำไม "ข้าวกะเพราร้านข้างทาง" ถึงอร่อยสะท้านใจกว่าร้านหรูแพงระยับ?
5 ประเทศจิ๋ว สุดน่าอยู่ ที่หลายคนไม่เคยรู้ว่ามีอยู่บนโลก
จังหวัดที่คนทำงานเริ่มย้ายออก
ประเทศที่มีคาสิโนมากที่สุดในโลก
ก่อนเปลี่ยนรถ ลองดูค่าใช้จ่าย 3 ปี EV ไฮบริด น้ำมัน แบบไหนคุ้มกว่า
5 มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า “เดินเหนื่อยที่สุดในไทย”
ไม่น่าเชื่อว่ามีจริง! เมืองที่ฝนไม่ตกเป็นสิบปี แต่คนยังอยู่รอด
ทำไมญี่ปุ่นมี “ปุ่มหยุดรถไฟฉุกเฉิน” แต่ไทยยังต้องวัดดวงหน้าไม้กั้น? 👁️🚂
คนโกหกอาจไม่ได้หลบตาเสมอไป ทำไมบางคนยิ่งจ้องตาเวลาพูด
จังหวัดที่มีแรงงานกัมพูชามากที่สุดในไทย
อร่อยง่าย ๆ"ฝรั่งแช่บ๊วย"
"กรุงเทพฯ" คว้าแชมป์ "เมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย ปี 2026"..กัมพูชาไม่ติดโผเลย
3 มหาวิทยาลัยที่บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติที่ดีและสวยที่สุดในประเทศไทย
“ผมให้ไฟแดงแล้ว...” เปิดคลิปเสียงปริศนา ทำไมรถไฟยังพุ่งชนรถเมล์? 🚂💥
หัวหน้าแก๊งยากูซ่ารอดคุก หลังถูกตัดสินว่าไม่มีความผิด ฐานยิงสมาชิกแก๊งคู่ปรับ
เด็กญี่ปุ่นโหวต 12 กฎระเบียบของโรงเรียน ที่เข้าใจยากที่สุด!!
มัลแวร์ NFC ตัวใหม่ NGate ปลอมตัวเป็นแอปสำหรับการชำระเงินเข้าฝังตัวบน Android