เรียกร้องรัฐบาล ทำตามนโยบายที่ให้สัญญาประชาชน
เขียนโดย Wut15
[ เรียกร้องรัฐบาล ทำตามนโยบายที่ให้สัญญาประชาชน ยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องแรงงาน ถ้าทำได้ นายกฯ จะเป็นคนที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แรงงานไทยมีชีวิตที่ดีไปพร้อมๆ กัน ]
ในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาวันที่สอง ‘รัฐไม่ยอมเปลี่ยนแปลง’ พรรคก้าวไกลเริ่มต้นด้วยการอภิปรายนโยบายแรงงาน โดย เซีย จำปาทอง - Sia Jampathong สส.บัญชีรายชื่อ ระบุว่า รู้สึกผิดหวังอย่างยิ่ง ที่การแถลวนโยบายของรัฐบาลไม่มีนโยบายด้านแรงงานเหมือนตอนหาเสียง ทั้งที่ตอนหาเสียงพรรคเพื่อไทยมีนโยบายด้านแรงงานที่ชัดเจนที่สุดพรรคหนึ่ง
ในฐานะที่ตนเป็นผู้ใช้แรงงานมากว่า 30 ปี ต้องพูดถึงนโยบายด้านแรงงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน แบ่งปัญหาเป็น 3 ประเด็น
[ หนึ่ง ค่าจ้างไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ]
ค่าแรง 300 กว่าบาทในปัจจุบัน ปรับขึ้นไม่ทันค่าครองชีพที่พวกเราต้องแบกรับ ทั้งที่ค่าแรงขั้นต่ำควรเป็นรายได้ที่คนทำงานสามารถใช้ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้ ไม่ใช่เพื่อให้มีชีวิตอยู่แบบไพร่ทาสไปวันๆ
นอกจากนั้น กฎหมายคุ้มครองแรงงานที่บังคับใช้อยู่ล้าสมัยมาก ร่างตั้งแต่ปี 2541 ขณะที่ปัจจุบันอุตสาหกรรมของโลกมีการแข่งขันอย่างเข้มข้น กระบวนการผลิตไม่เหมือนเดิม มีการจ้างงานรูปแบบใหม่ๆ ที่สามารถหลบเลี่ยงกฎหมายแรงงานเต็มไปหมด เช่น คนงานบนแพลตฟอร์มที่สถานะความเป็นแรงงานไม่ชัดเจน แรงงานอิสระที่รับงานผ่านผู้จ้างงานหลายรายไม่ซ้ำหน้า คนงานจ้างเหมาบริการภาครัฐ-ภาคเอกชน ที่ไม่ได้รับการคุ้มครองใดๆ จากกฎหมายแรงงาน
รวมถึงประเด็นต่างๆ ในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ยังล้าหลังไม่ทันโลก เช่น วันลาคลอดที่น้อยนิด ขัดแย้งกับสังคมสูงวัยที่ต้องการเร่งอัตราเกิด เวลาการทำงานที่มากเกินไปจนคนทำงานไม่มีวันหยุดพักผ่อนเพียงพอ เหล่านี้คือปัญหาที่รัฐบาลต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน
[ สอง แรงงานไม่มีอำนาจต่อรอง ]
ทุกสิ้นปีมักมีข่าวปรากฎว่าโรงงานโน้นได้โบนัส โรงงานนั้นปรับขึ้นเงินเดือน ของพวกนี้ล้วนมาจากอำนาจในการรวมตัวเพื่อเจรจาต่อรอง แต่บริษัทกลุ่มนี้ก็มีไม่มากนัก เพราะที่ผ่านมากฎหมายของประเทศไทยลิดรอนสิทธิ์ ไม่ให้มีเสรีภาพในการรวมตัว ไม่ให้คนทำงานโงหัวส่งเสียงต่อรอง
แรงงานไทยปัจจุบันรวมตัวเป็นสหภาพแรงงานได้เพียง 1.5% เท่านั้น เช่น สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง สมาชิก 140,278 คน สหภาพแรงงานเอกชน 1,427 แห่ง สมาชิก 411,507 คน ถือว่าน้อยมาก เพราะไทยไม่ยอมรับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรองขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และ 98
แม้มีการเสนอจากองค์กรสิทธิมนุษยชนและขบวนการแรงงานมานับสิบปี แต่รัฐยังไม่ให้การรับรอง ส่งผลกระทบต่ออำนาจของคนทำงานและเศรษฐกิจไทยโดยรวม เช่น 25 ตุลาคม 2562 สหรัฐอเมริกาลงนามในคำประกาศระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) สินค้าส่งออกบางประเภทจากไทย มูลค่ารวมราว 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท) โดยยกปัญหาของไทยเกี่ยวกับสิทธิแรงงานเรื่องการรวมตัว
[ สาม สวัสดิการประกันสังคม ไม่ตอบโจทย์ผู้ประกันตน ]
เดือนมิถุนายนปีนี้ สำนักงานประกันสังคมมีสมาชิกทั้งหมด 24,465,609 คน มีเงินในกองทุนมากถึง 2,445,679 ล้านบาท เป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และยังมีเงินที่รัฐบาลค้างจ่ายอีกประมาณ 7 หมื่นล้านบาท จึงต้องสอบถามไปยังนายกฯ และรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ว่าบอร์ดประกันสังคมชุดปัจจุบันเป็นมรดกจากคำสั่ง คสช. จะจัดให้มีการเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่ก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีก จัดทำระเบียบเลือกตั้งก็ใช้เวลาถึง 2 ปี เช่นนี้จะไปแข่งขันกับใครได้? และจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ ให้ผู้ประกันตน
การเพิ่มสิทธิประโยชน์ก็น้อยมาก โดยเฉพาะผู้ประกันตนมาตรา 40 ซึ่งจากสถิติ ก่อนหน้านี้ผู้สมัครฯ ตามมาตรานี้มีน้อย แต่ยอดพุ่งสูงมากในปี 2563 จากการที่รัฐบาลตั้งเงื่อนไขให้ต้องสมัครเพื่อรับเงินเยียวยา ดังนั้น แม้การมีประชาชนจำนวนมากอยู่ในระบบประกันสังคม เป็นเรื่องน่ายินดี แต่คนที่เข้าระบบฯ ส่วนใหญ่ไม่ได้สมัครเพราะเห็นความสำคัญในกองทุน แต่เข้าเพราะนโยบายอื่นของรัฐแบบชั่วคราว จึงมีความเสี่ยงสูงว่าในอนาคตจำนวนผู้ประกันตนจะหายไป
ยังไม่นับปัญหาของกองทุน ที่มีการนำเงินไปลงทุนปรากฎเป็นข่าวเรื่องความไม่โปร่งใส ปัญหาไปโรงพยาบาลบริการล่าช้า รับยาคุณภาพต่ำ ไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้แรงงานที่มีการจ้างงานรูปแบบใหม่เข้าเป็นสมาชิกกองทุนได้
จึงฝากไปยังนายกฯ กำชับให้รัฐมนตรีแรงงานเร่งจัดให้มีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม พอเสียทีกับมรดก คสช. ผู้ประกันตนต้องมีสิทธิ์เลือกตั้งตัวแทนของตัวเอง ดูแลผลประโยชน์ให้ได้คุณภาพชีวิตที่ดี สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามเจตนารมณ์ของการก่อตั้งกองทุน
“อย่าให้ผู้ประกันตน อยู่กับบอร์ดไม่มี หนี้ไม่จ่าย เงินก็หาย ไม่ได้สิทธิประโยชน์เพิ่ม ต่อไปอีกเลย”
[ ทวงคำสัญญาเพื่อไทย ที่ให้กับพี่น้องแรงงาน ]
เซียยังทวนความจำของนายกฯ เศรษฐา เกี่ยวกับสัญญาของพรรคเพื่อไทยที่ให้กับพี่น้องแรงงาน โดยระบุในคำแถลงการณ์วันแรงงาน 1 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมาว่า “พรรคเพื่อไทย พร้อมรดน้ำที่ราก สร้างรากฐานแรงงานให้มั่นคง” เช่น นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ เพิ่มทักษะแรงงาน ผลักดันการรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ สิทธิวันลาคลอดและสิทธิแรงงานคู่สมรส เป็นต้น
ทว่าในคำแถลงนโยบายรัฐบาลครั้งนี้ มีเพียงนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาทและการยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรคเท่านั้น ที่ผ่านมาท่านเองออกแถลงการณ์ต่อว่ารัฐบาลที่แล้วว่าละเลยการดูแลคุณภาพชีวิตแรงงาน แช่แข็งค่าจ้าง ไม่ให้สิทธิการรวมตัว วันนี้ท่านอุตส่าห์กระเสือกกระสนดิ้นรนจนได้เป็นรัฐบาล กลับละเลยไม่สนใจสิทธิพี่น้องแรงงานเช่นเดียวกัน หรือเป็นเพราะศีลเสมอกัน ถึงจับมือกอดคอหัวร่อตั้งรัฐบาลร่วมกันได้?
“อย่าทำเหมือนพรรคการเมืองบางพรรค ที่หาเสียงไว้ตอนปี 2562 ว่าจะปรับค่าจ้าง 425 บาท พอทำไม่ได้มีคนถามมากๆ ก็แอบลบออกจากเพจพรรค ในวันนี้ผมไม่ขออะไรมาก ขอเพียงให้ท่านเป็นคนที่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ดำเนินการตามที่ท่านได้หาเสียงไว้เกี่ยวกับนโยบายด้านแรงงาน”
ไม่ว่าจะเป็น
1. ปรับค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท/วัน เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท/เดือน
2. สร้างงานใหม่กว่า 20 ล้านตำแหน่ง
3. ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิแรงงาน เข้าถึงการจ้างงานโดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติ
4. สิทธิวันลาคลอดและสิทธิแรงงานคู่สมรส (ข้อนี้พรรคก้าวไกลเพิ่งเสนอกฎหมายต่อสภาฯ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ขอรัฐบาลอย่าปัดตกและช่วยผลักดันด้วย)
5. เสนอกฎหมายแรงงานให้ทันสมัย ครอบคลุมธุรกิจการจ้างงานรูปแบบใหม่
6. ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว ก่อตั้งสหภาพแรงงานหรือองค์กรของแรงงาน
7. รับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 87,98 (ข้อนี้ทำไม่ยาก ไม่ต้องเสียงบประมาณแม้แต่บาทเดียว)
[ ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ พูดแล้วต้องทำ! ]
เซียยังกล่าวย้ำถึงนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ก่อนเลือกตั้งหลายฝ่ายตั้งคำถามว่าจะทำได้จริงหรือไม่ ทุกคนในพรรคเพื่อไทยต่างประสานเสียงว่าทำได้ เคยทำมาแล้ว 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศ ถ้าเช่นนั้นวันนี้ใครสั่งท่านให้ถอดเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำออกจากคำแถลงนโยบาย? ตั้งใจทำเอง หรือพรรคร่วมรัฐบาลใดสั่ง หรือกลุ่มทุนผูกขาดขอร้อง?
“วันนี้ถ้ารัฐบาลไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ ผมจะถือว่าที่ผ่านมาท่านโกหกผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ อาจมีพี่น้องแรงงานต่อว่าท่านปลิ้นปล้อนกะล่อนหลอกลวง ก็อย่าถือโทษโกรธเคืองกัน ขอให้นายกฯ ยกระดับนโยบายด้านแรงงาน เพราะไม่ได้เป็นโครงการที่ใช้งบประมาณมากมาย ใช้เพียงความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ทั้งหมดนี้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนทำงานให้ดีขึ้น ถ้าทำได้ นายกฯ ก็จะเป็นคนที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แรงงานไทยมีชีวิตที่ดีไปพร้อมๆ กัน”
#ก้าวไกล #แรงงาน #แถลงนโยบาย #ประชุมสภา
อ้างอิง:พรรคก้าวไกล
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ
3 นายก ที่มีอิทธิพลที่สุดในไทย
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
คณะหมอลำที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทย
จังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว
หนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาท
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว
เงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชา
นกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทย
ทายนิสัยจาก "ท่าเดิน" ล้วงลึกตัวตนผู้ชายผ่านความเร็วในการก้าวเดิน
“เจเจ” อดีตภรรยา ขับรถ 300 กม. รับอัฐิ “เหน่ง เหม่งจ๋าย” หลังดราม่ายังไม่จบ
แนะนำ! เว็บไซต์ ai สามารถวาดรูป [l8+](สร้างฟรี) ผู้ใหญ่เท่านั้น
นกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทย



